บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.70
+0.10 (+0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5436 out_tok=2518 at=2026-07-26T11:10:33 -->
# TVH กำไรสุทธิ Q3/2566 โต 13% รับแรงหนุนจากกำไรลงทุนฟื้นตัว
## รายได้-กำไรปรับตามภาวะเศรษฐกิจ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยลงทุนหนุน ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ปรับสูงขึ้น
บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 209.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการลงทุนที่ชดเชยผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ได้ ขณะที่รายได้จากการรับประกันภัยโดยรวมยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TVH ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรจากการลงทุน** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 183.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตถึง 159.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากการลงทุนรวม 68.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 114.6 ล้านบาทในปีที่แล้ว ปัจจัยนี้ได้เข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบจาก **กำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลง 46.0%** หรือ 157.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กำไรจากการลงทุนที่ฟื้นตัว** เกิดจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่
* **รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น 38.5 ล้านบาท** เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ ปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
* **กำไรจากการซื้อขายเงินลงทุนที่พลิกจากขาดทุน 119.2 ล้านบาทในปีที่แล้ว มาเป็นกำไร 30.6 ล้านบาทในปีนี้** ซึ่งเกิดจากการขายทำกำไรในระหว่างงวด
ในขณะที่ **กำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลง** เกิดจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 13.2% โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่ค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ปรับสูงขึ้น 2.7% มาอยู่ที่ 62.9% สาเหตุหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ทำให้การใช้งานรถยนต์กลับสู่ภาวะปกติ และส่งผลให้อัตราการเกิดเหตุของผู้เอาประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังเพิ่มขึ้น 14.6% จากการเพิ่มขึ้นของค่าบริการงานสนับสนุนและค่าใช้จ่ายพนักงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับปัจจัยบวกจาก **กำไรจากการลงทุน** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวและภาวะเงินเฟ้อชะลอตัวจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลดีต่อราคาหลักทรัพย์ และบริษัทฯ ยังได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้าน **ค่าสินไหมทดแทนในธุรกิจประกันภัยรถยนต์** อาจยังคงเป็นแรงกดดันต่อเนื่อง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ที่กลับสู่ภาวะปกติ และบริษัทฯ ยังคงเน้นการนำ Big Data และนวัตกรรมมาบริหารจัดการสินไหม ซึ่งต้องติดตามประสิทธิภาพในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 209.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% YoY:** เป็นผลจากการชดเชยของกำไรจากการลงทุนที่ฟื้นตัว
* **รายได้จากการรับประกันภัยรวม 5,135.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% YoY:** ได้แรงหนุนหลักจากประกันภัยรถยนต์ที่เติบโต 8.4% และประกันภัยเบ็ดเตล็ดที่เติบโต 8.9%
* **กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 46.0% YoY:** อยู่ที่ 184.8 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมเพิ่มขึ้น 13.2%
* **กำไรจากการลงทุนพลิกเป็นบวก 68.6 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 114.6 ล้านบาทในปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการขายเงินลงทุน
* **ค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ (Loss Ratio) เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 62.9% เพิ่มขึ้น 2.7% YoY จากการใช้งานรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 5,135.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่เติบโต 8.4% และกลุ่มประกันภัยเบ็ดเตล็ดที่เติบโต 8.9% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายสถานการณ์ COVID-19 และการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 13.2% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 46.0% อยู่ที่ 184.8 ล้านบาท แต่ด้วยการฟื้นตัวของรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 183.2 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน อยู่ที่ 209.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดทุน:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้และราคาหลักทรัพย์
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Insurtech:** ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มประกันภัยรถยนต์ EV
* **การขยายฐานลูกค้าประกันภัยรถยนต์และประกันภัยเบ็ดเตล็ด:** จากการทำแคมเปญร่วมกับพาร์ทเนอร์และการขยายช่องทางการขาย
* **การกลับมาเดินทางของประชาชน:** หนุนการเติบโตของประกันภัยการเดินทางและสุขภาพ
## ความเสี่ยง
* **อัตราค่าสินไหมทดแทนในธุรกิจประกันภัยรถยนต์:** มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการใช้งานรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** แม้ปัจจุบันจะฟื้นตัว แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** อาจส่งผลต่อการกำหนดเบี้ยประกันภัยและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม Loss Ratio ในกลุ่มประกันภัยรถยนต์:** จะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **ประสิทธิภาพของการนำ Big Data และนวัตกรรมมาใช้:** ในการบริหารจัดการสินไหมและคัดกรองความเสี่ยง
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** ทิศทางตลาดทุนและอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ EV และการขยายกลุ่มประกันภัยเบ็ดเตล็ด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทประกันภัย TVH มีผลประกอบการที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ในไตรมาส 3 นี้ รายได้จากการรับประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นสัดส่วนหลักที่ 4,556.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 88.7% ของรายได้จากการรับประกันภัยรวม ซึ่งเติบโตได้ดีจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการขยายฐานลูกค้า EV อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่ 62.9% เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากสะท้อนถึงความถี่ในการเคลมที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการนำ Big Data และนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินไหม ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมต้นทุนในระยะยาว
ในส่วนของรายได้จากการลงทุน ซึ่งเป็นอีกเสาหลักสำคัญของบริษัทฯ มีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรจากการลงทุนรวม 68.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 114.6 ล้านบาทในปีที่แล้ว การปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมถึงการขายทำกำไรจากเงินลงทุน เป็นปัจจัยหลักที่หนุนผลลัพธ์นี้ สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการลงทุนในตราสารหนี้
สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงินโดยรวม TVH ยังคงมีสัดส่วนรายได้จากการรับประกันภัยเป็นหลัก และมีรายได้จากการลงทุนเข้ามาเสริม การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต (NPL) และการตั้งสำรอง (Coverage) ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรงในเอกสารนี้ แต่การบริหารจัดการ Loss Ratio ในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่เทียบเคียงได้กับ NPL ในภาคการเงิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการระบุยอดเงินลงทุนในตราสารทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 6,742.3 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดของการลงทุนของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
TVH ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนจากการลงทุนในปีที่แล้ว มาเป็นกำไรที่โดดเด่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโต 13.0% แม้ว่าธุรกิจประกันภัยรถยนต์จะเผชิญแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนสินไหมทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่สม่ำเสมอ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาการเติบโตของกำไรในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดทุนและสภาวะเศรษฐกิจที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TVH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
5.74
ล้านบาท
↓ 99.7% YoY
กำไรขั้นต้น
2,045.06
ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35,646.84
%
กำไรสุทธิ
-2.60
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-45.32
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6
↓ -99.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,045
↑ + 24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -104.6%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TVH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
13.55
ROA (%)
6.36
Book Value/หุ้น
13.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TVH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TVH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
184.10
-404.80%
|
-60.40
-127.26%
|
221.54
+325.87%
|
52.02
-75.01%
|
208.16
+122.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.30
-106.90%
|
-163.71
-345.22%
|
66.76
+490.80%
|
11.30
-285.86%
|
-6.08
-84.55%
|
-39.36
+5.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,912.63
-1,809.84%
|
111.86
+29.45%
|
86.41
-59.47%
|
213.19
+250.18%
|
60.88
-199.57%
|
-61.14
+0.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
5.62
-98.74%
|
446.58
+319.68%
|
106.41
-0.90%
|
107.38
-2,502.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
303.94
+32.81%
|
228.85
-24.95%
|
0.00
-100.00%
|
745.84
+124.19%
|
332.68
+47.66%
|
225.30
-1.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
460.27
+51.43%
|
303.94
+32.81%
|
0.00
-100.00%
|
304.92
-59.12%
|
745.84
+124.19%
|
332.68
+47.66%
|