บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.70
+0.10 (+0.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10692 out_tok=2055 at=2026-07-26T10:56:11 -->
# TVH กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 25.2% รับผลบวกจากลงทุน-เบี้ยประกันโต
## รายได้ประกันภัย-ผลตอบแทนลงทุนหนุน TVH พลิกกำไรโตเด่น Q2/66
บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 220.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยและการพลิกกลับมามีกำไรจากการลงทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TVH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการพลิกกลับมามีกำไรจากการลงทุนจำนวน 66.6 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 146.0 ล้านบาทในปีก่อน ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 13.2% ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กำไรจากการลงทุนที่พลิกกลับมา:** สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจากการปรับสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมถึงการขายทำกำไรจากการลงทุนในหุ้นทุนและหน่วยลงทุน
**รายได้จากการรับประกันภัยเติบโต:** รายได้หลักมาจากการประกันภัยรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 10.6% จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Insurtech และการขยายฐานประกันภัยรถยนต์ EV รวมถึงประกันภัยเบ็ดเตล็ดที่เติบโตถึง 41.2% จากการฟื้นตัวของการเดินทางและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด
**ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น:** แม้รายได้จะเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21.0% โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่มีอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) สูงขึ้น 5.7% จากการใช้งานรถยนต์ที่กลับสู่ภาวะปกติหลังผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง:** ผลกำไรจากการลงทุนมีแนวโน้มที่จะได้รับผลดีจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายจัดการได้มีการปรับสัดส่วนการลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยแล้ว ส่วนรายได้จากการรับประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์และประกันภัยเบ็ดเตล็ด มีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่คาดว่าจะช่วยรักษาการเติบโตได้ อย่างไรก็ตาม อัตราค่าสินไหมทดแทนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 220.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% YoY
* **รายได้จากการรับประกันภัย:** 3,450.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% YoY
* **กำไรจากการรับประกันภัย:** 203.3 ล้านบาท ลดลง 44.2% YoY
* **กำไรจากการลงทุน:** พลิกเป็นกำไร 66.6 ล้านบาท จากขาดทุน 146.0 ล้านบาท YoY
* **ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** 3,246.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 220.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.5 ล้านบาท หรือ 25.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัยรวม 3,450.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และประกันภัยเบ็ดเตล็ด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21.0% ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 44.2% อย่างไรก็ตาม ผลกำไรจากการลงทุนที่พลิกกลับมามีกำไร 66.6 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 146.0 ล้านบาทในปีก่อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตขึ้น
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Insurtech:** ช่วยตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ EV
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทาง:** ส่งผลดีต่อการเติบโตของประกันภัยเบ็ดเตล็ด โดยเฉพาะประกันการเดินทางและสุขภาพ
* **ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและตลาดทุนฟื้นตัว:** หนุนผลตอบแทนจากการลงทุนให้ดีขึ้น
* **การนำ Big Data และนวัตกรรมมาใช้:** เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินไหมและคัดกรองความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **อัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ที่เพิ่มขึ้น:** จากการใช้งานรถยนต์ที่กลับสู่ภาวะปกติหลังผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรจากการลงทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** อาจกดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ในกลุ่มประกันภัยรถยนต์
* ประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
* ความสามารถในการรักษาการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในกลุ่มประกันภัยเบ็ดเตล็ด
* การขยายฐานลูกค้าใหม่และการพัฒนาช่องทางขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้จากการรับประกันภัย:** เติบโต 13.2% เป็น 3,450.2 ล้านบาท โดยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้น 10.6% จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Insurtech และการขยายฐานประกันภัยรถยนต์ EV ส่วนประกันภัยเบ็ดเตล็ดเติบโต 41.2% จากการฟื้นตัวของการเดินทางและสุขภาพ รวมถึงแคมเปญการตลาด
**ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัย:** เพิ่มขึ้น 20.3% เป็น 2,791.7 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 17.7% สอดคล้องกับเบี้ยประกันภัยรับที่สูงขึ้น แต่มีอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) อยู่ที่ 61.6% เพิ่มขึ้น 5.7% YoY เนื่องจากผู้คนกลับมาใช้รถยนต์มากขึ้น
**ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 25.8% เป็น 455.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าบริการงานสนับสนุนและค่าใช้จ่ายพนักงาน สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
**กำไรจากการรับประกันภัย:** ลดลง 44.2% เป็น 203.3 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการเติบโตของรายได้
**รายได้จากการลงทุน:** พลิกเป็นกำไร 66.6 ล้านบาท จากขาดทุน 146.0 ล้านบาท YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจากการปรับพอร์ตการลงทุน และกำไรจากการขายเงินลงทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่ายอดเงินลงทุนในตราสารทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 6,509.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TVH ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 25.2% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการพลิกกลับมามีกำไรจากการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัย แม้ว่าค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยจะปรับตัวสูงขึ้นตามการใช้งานรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การลงทุนที่ปรับให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไรให้เติบโตได้ในระยะนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มค่าสินไหมทดแทนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TVH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
5.74
ล้านบาท
↓ 99.7% YoY
กำไรขั้นต้น
2,045.06
ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35,646.84
%
กำไรสุทธิ
-2.60
ล้านบาท
↓ 104.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-45.32
%
D/E Ratio
1.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6
↓ -99.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,045
↑ + 24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -104.6%
YoY
D/E Ratio
1.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TVH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.10
ROE (%)
13.55
ROA (%)
6.36
Book Value/หุ้น
13.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TVH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TVH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
184.10
-404.80%
|
-60.40
-127.26%
|
221.54
+325.87%
|
52.02
-75.01%
|
208.16
+122.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.30
-106.90%
|
-163.71
-345.22%
|
66.76
+490.80%
|
11.30
-285.86%
|
-6.08
-84.55%
|
-39.36
+5.92%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,912.63
-1,809.84%
|
111.86
+29.45%
|
86.41
-59.47%
|
213.19
+250.18%
|
60.88
-199.57%
|
-61.14
+0.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
5.62
-98.74%
|
446.58
+319.68%
|
106.41
-0.90%
|
107.38
-2,502.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
303.94
+32.81%
|
228.85
-24.95%
|
0.00
-100.00%
|
745.84
+124.19%
|
332.68
+47.66%
|
225.30
-1.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
460.27
+51.43%
|
303.94
+32.81%
|
0.00
-100.00%
|
304.92
-59.12%
|
745.84
+124.19%
|
332.68
+47.66%
|