บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
13.80
+0.20 (+1.47%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3324 out_tok=2042 at=2026-07-26T10:48:18 -->
# TRT พลิกกำไรสุทธิโต 60.7 ล้านบาทใน Q4/2564 รับแรงหนุนกำไรขั้นต้นสูงขึ้น
## รายได้รวมหดตัว แต่บริหารต้นทุนดี หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ 72.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 60.70 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการส่งมอบสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น แม้รายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TRT ในปี 2564 คือ **การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ทั้งในส่วนของการขายและบริการ โดย GPM จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 16.79% ในปีก่อน เป็น 21.93% และ GPM จากการบริการเพิ่มขึ้นจาก 42.44% เป็น 46.48% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 60.70 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **GPM จากการขายที่สูงขึ้น** เป็นผลมาจากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรเฉลี่ยสูงกว่าปี 2563 ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการด้านราคาขาย (ASP) หรือต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้ สำหรับ **GPM จากการบริการที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากการควบคุมต้นทุนการบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถ **ลดค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็น 10.68% และ 11.60% ตามลำดับ ซึ่งช่วยเสริมให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง 22.77% เนื่องจากมีการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าลดลง และรายได้จากสัญญาก่อสร้างลดลง 6.48%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการบริหารจัดการต้นทุนและ GPM ที่ดีขึ้นจะเป็นสัญญาณบวก แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของอัตรากำไรขั้นต้นในอนาคต หรือปริมาณคำสั่งซื้อใหม่ (Order Book) ที่จะเข้ามาสนับสนุนรายได้ในระยะยาว การที่ GPM จากการขายสูงขึ้นในปีนี้เกิดจากการส่งมอบสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงกว่า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเฉพาะของสินค้าที่ส่งมอบในปีนี้ การควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยบวกที่ควรจับตาว่าบริษัทจะสามารถรักษามาตรฐานไว้ได้หรือไม่ ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามข้อมูลในรายงานงบการเงินและคำอธิบายฝ่ายจัดการในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความต่อเนื่องของปัจจัยบวกเหล่านี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโตแรง 60.70 ล้านบาท:** กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ปี 2564 อยู่ที่ 72.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.91 ล้านบาทในปี 2563
* **GPM การขายพุ่งสูง:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นจาก 16.79% เป็น 21.93% จากการส่งมอบสินค้าที่มีอัตรากำไรเฉลี่ยสูงขึ้น
* **GPM บริการดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการเพิ่มขึ้นจาก 42.44% เป็น 46.48% จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 10.68% และ 11.60% ตามลำดับ
* **รายได้รวมหดตัว:** รายได้จากการขายลดลง 22.77% จากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 1,819.85 ล้านบาท ลดลง 536.49 ล้านบาท หรือ 22.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,819.85 ล้านบาท ลดลง 22.77% รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้น 18.31% เป็น 146.99 ล้านบาท และรายได้ตามสัญญาก่อสร้างลดลง 6.48% เป็น 54.51 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นจาก 16.79% เป็น 21.93% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการเพิ่มขึ้นจาก 42.44% เป็น 46.48% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ 72.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.70 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การส่งมอบสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง:** การที่บริษัทสามารถส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรเฉลี่ยสูงขึ้นในปี 2564 เป็นโอกาสในการสร้างผลกำไรที่ดีขึ้น หากสามารถรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรดังกล่าวได้ในอนาคต
* **การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การบริหารจัดการต้นทุนการบริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **รายได้จากการขายลดลง:** การที่รายได้จากการขายลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต หากไม่สามารถเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อใหม่ได้
* **ความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต (Order Book) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการคาดการณ์รายได้และผลประกอบการในระยะถัดไป
* **การพึ่งพิงสินค้าที่มีกำไรสูง:** การที่ GPM การขายสูงขึ้นจากการส่งมอบสินค้าที่มีกำไรสูง อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว หากบริษัทไม่สามารถหาแหล่งรายได้ใหม่ที่มีอัตรากำไรใกล้เคียงกันได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการขายและปริมาณคำสั่งซื้อใหม่ (Order Book) ในไตรมาส 1/2565 เป็นต้นไป
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการให้อยู่ในระดับสูง
* การบริหารจัดการต้นทุนการขายและบริหารอย่างต่อเนื่อง
* การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในปี 2564 TRT แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรได้ดี แม้ว่าปริมาณการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าจะลดลง ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมหดตัวลง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถส่งมอบสินค้าที่มีอัตรากำไรเฉลี่ยสูงขึ้นในปีนี้ และมีการควบคุมต้นทุนการบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ GPM โดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดีกว่าปีก่อนมาก ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการภายในที่แข็งแกร่ง แต่ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มรายได้ในอนาคตจากปริมาณคำสั่งซื้อใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TRT พลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการส่งมอบสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ดี แม้รายได้รวมจะลดลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้และปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต รวมถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง เพื่อประเมินการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
591.32
ล้านบาท
↑ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
135.00
ล้านบาท
↑ 67% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.83
%
กำไรสุทธิ
29.51
ล้านบาท
↓ 234.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.99
%
D/E Ratio
1.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
591
↑ + 12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
135
↑ + 67%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -234.5%
YoY
D/E Ratio
1.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.82
ROE (%)
8.95
ROA (%)
5.90
Book Value/หุ้น
4.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-669
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-668.80
-187.28%
|
766.26
+73.41%
|
441.87
+295.41%
|
111.75
-121.10%
|
-529.61
+533.50%
|
-83.60
-126.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.36
-169.20%
|
17.86
-67.41%
|
54.80
+78.97%
|
30.62
+292.56%
|
7.80
-153.35%
|
-14.62
-106.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
846.81
-233.78%
|
-632.99
+194.04%
|
-215.27
-548.67%
|
47.98
-92.18%
|
613.44
-535.34%
|
-140.91
-29.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
165.65
+9.61%
|
151.13
-46.30%
|
281.41
+47.85%
|
190.34
+107.70%
|
91.64
-138.32%
|
-239.13
-171.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
370.15
+105.30%
|
180.30
-44.10%
|
322.55
+2.06%
|
316.04
-8.03%
|
343.64
-41.09%
|
583.34
+134.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
452.43
+22.23%
|
370.15
+105.30%
|
180.30
-44.10%
|
322.55
+2.06%
|
316.04
-8.03%
|
343.64
-41.09%
|