บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
13.80
+0.20 (+1.47%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3410 out_tok=2829 at=2026-07-26T11:18:06 -->
# TRT พลิกขาดทุนยับ Q3/2564 สู่กำไร 57.28 ล้านบาท รับอานิสงส์หม้อแปลงไฟฟ้า
## รายได้-กำไรโตเด่นจากธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ขณะที่การบริหารต้นทุนช่วยหนุนมาร์จิ้น
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT พลิกผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิ 57.28 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 88.65 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ประกอบกับการบริหารค่าใช้จ่ายที่ลดลง ซึ่งฝ่ายจัดการได้ชี้แจงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในครั้งนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TRT พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การปรับตัวดีขึ้นอย่างมากของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** โดยเฉพาะในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นจาก 14.00% ในปีก่อน เป็น 23.49% ในไตรมาสนี้ และกำไรขั้นต้นจากการบริการเพิ่มขึ้นจาก 38.31% เป็น 49.30% การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ พลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 88.65 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 57.28 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 นอกจากนี้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **การที่บริษัทฯ สามารถส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและราคาขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในโครงการที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ สำหรับรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.78% เป็น 1,321.88 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการบริการหม้อแปลงไฟฟ้าลดลงเล็กน้อย 2.81% เป็น 96.46 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การที่ GPM สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในส่วนนี้ ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลัก
ในส่วนของรายได้ตามสัญญาก่อสร้างจากการดำเนินการของบริษัทย่อยลดลง 58.52% เนื่องจากสภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นในช่วงโควิด-19 และส่งผลให้เกิดขาดทุนขั้นต้น 12.04% จากเดิมที่มีกำไรขั้นต้น 19.38% ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงลบจากส่วนนี้ถูกหักล้างด้วยผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจาก 267.57 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 248.80 ล้านบาท คิดเป็น 17.03% ของรายได้รวม ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนโดยรวมของบริษัทฯ และต้นทุนทางการเงินก็ลดลง 27.08% จากการลดลงของเงินต้นเงินกู้ระยะยาว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ให้มา ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้มาจากการ "ส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง" ซึ่งอาจเป็นลักษณะของโครงการที่ทำสัญญาไว้ก่อนหน้าและทยอยส่งมอบในไตรมาสนี้ การจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความสามารถในการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ที่มีอัตรากำไรที่ดี, สภาพการแข่งขันในตลาด, ราคาวัตถุดิบ, และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตในอนาคต
ส่วนธุรกิจก่อสร้างที่ประสบปัญหาขาดทุนขั้นต้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลจาก "สภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นในช่วงโควิด" ซึ่งหากสถานการณ์โควิดคลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว อาจส่งผลดีต่อธุรกิจส่วนนี้ได้ แต่ก็ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มการแข่งขันและผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 57.28 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 88.65 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นจากการขายพุ่งแตะ 23.49%** จาก 14.00% ในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นจากการบริการสูงถึง 49.30%** จาก 38.31% ในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม 1,321.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.78%** โดยหลักมาจากหม้อแปลงไฟฟ้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง** เหลือ 248.80 ล้านบาท คิดเป็น 17.03% ของรายได้รวม
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 27.08%** จากการลดลงของเงินต้นเงินกู้ระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 57.28 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 88.65 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,321.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.78% จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้หม้อแปลงไฟฟ้า ขณะที่รายได้จากการบริการลดลงเล็กน้อย 2.81% และรายได้ตามสัญญาก่อสร้างลดลงอย่างมากถึง 58.52%
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 14.00% ในปีก่อน เป็น 23.49% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรสูง โดยเฉพาะธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการก็ปรับตัวดีขึ้นจาก 38.31% เป็น 49.30% เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจก่อสร้างกลับมีขาดทุนขั้นต้น 12.04% จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 19.38% ซึ่งเป็นผลจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจาก 267.57 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 248.80 ล้านบาท คิดเป็น 17.03% ของรายได้รวม ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ 18.16% ของรายได้รวม ต้นทุนทางการเงินลดลง 27.08% จากการลดลงของเงินต้นเงินกู้ระยะยาว
## โอกาส
* **การส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรสูงในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า:** หากบริษัทฯ สามารถรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรในธุรกิจหลักนี้ได้ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว อาจส่งผลดีต่อธุรกิจก่อสร้างและเพิ่มโอกาสในการได้งานใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจก่อสร้าง:** สภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจก่อสร้างมีผลขาดทุนขั้นต้น ซึ่งอาจกดดันผลประกอบการโดยรวมหากไม่สามารถปรับปรุงได้
* **ความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อใหม่:** การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้นสูงมาจากการส่งมอบงานที่ทำสัญญาไว้ อาจหมายความว่าการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ที่มีอัตรากำไรดีอาจเป็นความท้าทาย
* **ราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรในอนาคตได้
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและอุปสงค์ในตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า:** จะสามารถรักษาหรือปรับปรุงให้สูงขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การปรับปรุงผลประกอบการในธุรกิจก่อสร้าง:** บริษัทฯ มีแผนหรือกลยุทธ์อย่างไรในการรับมือกับการแข่งขันและสร้างผลกำไร
* **การได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ (Order Book):** โดยเฉพาะคำสั่งซื้อที่มีอัตรากำไรที่ดี
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลกระทบต่ออุตสาหกรรม:** ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปสงค์และโอกาสทางธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 TRT แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกำไรให้แก่บริษัทฯ การที่บริษัทฯ สามารถส่งมอบงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 14.00% เป็น 23.49% สำหรับการขาย และ 38.31% เป็น 49.30% สำหรับการบริการ) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจก่อสร้างยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้เกิดขาดทุนขั้นต้น ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาและต้นทุนในภาคส่วนนี้ การบริหารจัดการต้นทุนการขายและบริหารที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง (จาก 18.16% ของรายได้รวมในปีก่อน เป็น 17.03% ในไตรมาสนี้) แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 27.08%** จากการลดลงของเงินต้นเงินกู้ระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ และอาจส่งผลดีต่อภาระดอกเบี้ยในอนาคต
## สรุปท้าย
TRT ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิ 57.28 ล้านบาทได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การส่งมอบงานในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แม้ว่าธุรกิจก่อสร้างจะยังคงเผชิญความท้าทายจากการแข่งขัน แต่การปรับปรุงอัตรากำไรในธุรกิจหลักและการควบคุมต้นทุนโดยรวมเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ที่มีกำไรดี และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว รวมถึงการปรับปรุงผลประกอบการในธุรกิจก่อสร้างต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
591.32
ล้านบาท
↑ 12.4% YoY
กำไรขั้นต้น
135.00
ล้านบาท
↑ 67% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.83
%
กำไรสุทธิ
29.51
ล้านบาท
↓ 234.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.99
%
D/E Ratio
1.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
591
↑ + 12.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
135
↑ + 67%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -234.5%
YoY
D/E Ratio
1.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.82
ROE (%)
8.95
ROA (%)
5.90
Book Value/หุ้น
4.72
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-669
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-12
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-668.80
-187.28%
|
766.26
+73.41%
|
441.87
+295.41%
|
111.75
-121.10%
|
-529.61
+533.50%
|
-83.60
-126.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-12.36
-169.20%
|
17.86
-67.41%
|
54.80
+78.97%
|
30.62
+292.56%
|
7.80
-153.35%
|
-14.62
-106.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
846.81
-233.78%
|
-632.99
+194.04%
|
-215.27
-548.67%
|
47.98
-92.18%
|
613.44
-535.34%
|
-140.91
-29.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
165.65
+9.61%
|
151.13
-46.30%
|
281.41
+47.85%
|
190.34
+107.70%
|
91.64
-138.32%
|
-239.13
-171.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
370.15
+105.30%
|
180.30
-44.10%
|
322.55
+2.06%
|
316.04
-8.03%
|
343.64
-41.09%
|
583.34
+134.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
452.43
+22.23%
|
370.15
+105.30%
|
180.30
-44.10%
|
322.55
+2.06%
|
316.04
-8.03%
|
343.64
-41.09%
|