TQM Alpha สรุปผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568: โอกาสและความท้าทายในตลาดประกัน
สรุปผลการดำเนินงานและโอกาสทางธุรกิจของ TQM Alpha ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 โดยเน้นที่ผลกระทบต่อธุรกิจ, โอกาส, ความเสี่ยง, แนวทางการแก้ไข, แนวโน้มในอนาคต, และช่วงถาม-ตอบจากผู้บริหาร
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ธุรกิจประกันยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม TQM ยังคงรักษาอัตราการต่ออายุ (renewal rate) ในเกณฑ์ที่สูง โดยเฉพาะในธุรกิจประกันรถยนต์ที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
- รายได้รวมของ TQM ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ โดยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (year-on-year)
- การเติบโตนี้มาจากการที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ TQM และกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มรถปีเก่าและประเภทอื่นๆ
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
TQM เห็นโอกาสในการขยายธุรกิจประกันชีวิตรายเดี่ยว (life insurance) โดยใช้ฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่จำนวนมาก โดยมีกลยุทธ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบคู่กับประกันสุขภาพ และใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
- บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรในวงการเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ
- มีการเพิ่มทักษะให้แก่พนักงานขายเพื่อให้เข้าใจผลิตภัณฑ์และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ Easy Lending (สินเชื่อ) โดยมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญในการขยายพอร์ตสินเชื่อ และยังคงให้ความสำคัญกับการประเมินคุณภาพของสินเชื่อและลูกค้าอย่างระมัดระวัง
- เน้นการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมมากกว่าการบุกตลาดอย่างรุนแรง
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
TQM ใช้วิธีการเพิ่มความคุ้มครองให้แก่ลูกค้าประกันรถยนต์ โดยเพิ่มประกันอุบัติเหตุในช่วงเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงกระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กรเพื่อให้สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
- กลยุทธ์การ Lean องค์กร โดยการปรับบุคลากรไปยังส่วนงานที่สร้างรายได้มากขึ้น
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
TQM ยังคงมองว่าธุรกิจประกันเป็นธุรกิจหลัก และมีเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยมุ่งเน้นที่การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร
- เป้าหมายพรีเมียมระยะยาวอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท
- เป้ารายได้ปีนี้ยังคงอยู่ที่ 5-10%
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้นที่นาทีที่ 29:37
- เป้าหมายและประมาณการประกันชีวิตรายเดี่ยว และยอดขายประกันรถยนต์
- ผู้บริหารตอบ: ธุรกิจประกันชีวิตมีโอกาสเติบโตสูง โดยตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 9.4 แสนล้านบาท และประกันสุขภาพมีการเติบโตแบบ 2 Digits TQM Life โฟกัสที่ประกันกลุ่มเป็นหลัก แต่ปีนี้มี Vision ที่จะเติบโตรายเดี่ยวมากขึ้น โดยเริ่มขายในเดือนกรกฎาคมและได้รับการตอบรับที่ดี ตั้งเป้าหมายรายได้จากรายเดี่ยวที่ 100 ล้านบาทในปีนี้
- TQM เน้นการ Synergy ระหว่างลูกค้าประกันวินาศภัยให้มาซื้อประกันชีวิต ทำให้มีอัตราการเติบโตสูง
- เรื่องรถยนต์ TQM จำนวนรายเพิ่มขึ้น แต่เบี้ยประกันภัยต่อรายเล็กลง ทำให้ต้อง Lean คอร์สค่าใช้จ่าย
- มีโอกาสจะซื้อหุ้นคืนหรือไม่
- ผู้บริหารตอบ: เนื่องจากเพิ่งจบโครงการซื้อหุ้นคืนไป ยังไม่สามารถเริ่มใหม่ได้ทันที การซื้อหุ้นคืนขึ้นอยู่กับปริมาณหุ้นที่ปล่อยออกมาและจังหวะที่เหมาะสม TQM มีตัวแทนที่จัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบ
- ต้องรอให้พ้นระยะเวลาที่กำหนด และต้องขออนุมัติบอร์ดก่อน
- แนวโน้ม Gross Profit Margin ไตรมาส 3-4 จะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่
- ผู้บริหารตอบ: ไตรมาส 4 เป็น High Season ของ TQM ส่วนไตรมาส 2 และ 3 เป็นช่วง Low ของปี
- แผน M&A ในปีนี้
- ผู้บริหารตอบ: ยังคงดูธุรกิจซื้อมาขายไป โดยเน้นที่ธุรกิจโบรกเกอร์
- ค่าคอมมิชชั่นของประกันชีวิตรายเดี่ยวเป็นอย่างไร
- ผู้บริหารตอบ: ค่าคอมมิชชั่นประกันชีวิตแตกต่างกันไปตาม Product ประกันกลุ่มมีค่าคอมมิชชั่นตั้งแต่ 2-15% ขึ้นอยู่กับการแข่งขันในตลาด ประกันชีวิตรายเดี่ยวปีแรกค่าคอมมิชชั่นจะสูงกว่า แล้วค่อยๆ ลดลงในปีต่อๆ ไป ขึ้นอยู่กับ Product
- แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง และเป้าหมาย
- ผู้บริหารตอบ: ถ้าสถานการณ์ปกติ ครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ต้องไม่มี Factor อื่นๆ เข้ามากระทบ เป้าหมายยังคงเดิมที่ 5-10%
- แผนนำบริษัทลูกเข้าตลาด
- ผู้บริหารตอบ: ยังคงดูสถานการณ์ตลาดโดยรวม บริษัทเตรียมความพร้อมแล้ว บางบริษัทพร้อมเข้าตลาดได้ในปีหน้า แต่ต้องดูสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง หากตลาดดีก็คงจะเข้าได้
- ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพราะอะไร และแนวโน้มเป็นอย่างไร
- ผู้บริหารตอบ: เบี้ยประกันภัยต่อ Per Policy ของรถยนต์ลดลง เนื่องจากลูกค้าถือครองรถยาวขึ้น TQM ปรับปรุงกระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กร โดย Lean คนเพื่อลดต้นทุน
- คาดการณ์รายได้จากประกันชีวิตรายเดี่ยวในปีนี้
- ผู้บริหารตอบ: ตั้งเป้าไว้ที่ 100 ล้านบาท และจะโฟกัสรายเดี่ยวมากขึ้นใน 2-3 ปีข้างหน้า
- 6 เดือนที่จะถึงนี้จะเป็นการ Test ตลาดด้วย
- ซื้อประกันชีวิตรายเดี่ยวกับ TQM ดีกว่าซื้อกับ Agent อย่างไร
- ผู้บริหารตอบ: Agent ขายได้แค่บริษัทเดียว แต่ Broker (TQM) เป็น Multi-brand เลือก Product จากหลาย Insurer ที่มีข้อดีมาขายให้ลูกค้าได้ และ TQM มี TPA (Third Party Administrator) ทีมพยาบาลทีมแพทย์ที่ให้คำปรึกษาในกรณีเข้าโรงพยาบาล ซึ่งต่างจาก Agent ทั่วไป
- แผน IPO ของ TrueLife TrueExtra
- ผู้บริหารตอบ: เตรียมอยู่ คุยกับ FA อยู่ ยังคง On Track มีบางรายที่ทำ Pre-IPO แล้ว ปีหน้าน่าจะพร้อม 2 เจ้า แต่ต้องดูตลาด
- แนวโน้ม TPA (Third Party Administrator) ประกันสุขภาพ
- ผู้บริหารตอบ: แนวโน้มดีมาก TQM มี TPA ให้คำปรึกษาในกรณีเข้ารักษาในโรงพยาบาล ทำให้ต่างจาก Agent ทั่วไป บริษัทประกันหลายเจ้าใช้ Outsource ซึ่ง TQM ก็เป็นหนึ่งใน TPA ที่ได้รับความไว้วางใจ
- ระบบ TQC มีระบบที่ Track และดูข้อมูลได้ละเอียดมาก
- แผนการตลาดร่วมกันระหว่างประกันชีวิตเดี่ยวกับประกันรถยนต์
- ผู้บริหารตอบ: กำลังจัด Cross ลูกค้ากันอยู่ ทีม Sales ขายประกันรถยนต์และบ้านเป็นหลัก ตอนนี้เริ่มให้ Sales เสริม Skill เพื่อขายประกันชีวิตมากขึ้น เป็นการ Synergy และลดต้นทุนโดยใช้ Multi-skill
- Product ใหม่สำหรับลูกค้าประกันวินาศภัยเดิม
- ผู้บริหารตอบ: เดี๋ยวรอติดตามข่าว แต่เป็น Product สำหรับลูกค้าเดิมแน่นอน
โดยสรุป TQM Alpha ยังคงมีความแข็งแกร่งในธุรกิจประกันวินาศภัย และกำลังขยายไปสู่ธุรกิจประกันชีวิต โดยใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิมและเทคโนโลยีดิจิทัล บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงและบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน