บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
0.88
0.01 (1.12%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10174 out_tok=2780 at=2026-07-26T09:35:53 -->
# TPIPL กำไรสุทธิปี 64 โต 39.8% รับแรงหนุนธุรกิจ Mega We Care TM
## รายได้รวมโต 12.3% แม้ Q4 แผ่ว เหตุปัจจัยเฉพาะประเทศ
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% จากปีก่อน แม้รายได้รวมในไตรมาส 4/2564 จะหดตัว 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ที่เติบโตโดดเด่น และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPIPL ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตถึง 39.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีมูลค่า 1,941 ล้านบาท นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้น** จาก 39.6% ในปี 2563 เป็น 41.8% ในปี 2564 ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในธุรกิจ Mega We Care TM มาจากการเติบโตในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโต 17.8% แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น แต่ไม่มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ Mega We Care TM ที่มีส่วนผสมของรายได้ที่ดีและอัตรากำไรขั้นต้นตามส่วนงานที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Mega We Care TM อยู่ที่ 66.2% ในปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายธุรกิจในทวีปแอฟริกา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้นำในตลาดและสายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการวางกลยุทธ์ร่วมกัน การเป็นหุ้นส่วน และการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ระบุว่าการเติบโตอาจไม่เป็นเส้นตรง แต่อาจได้รับผลกระทบบ้างเป็นครั้งคราวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และปัจจัยอื่น ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 39.8%** แตะ 1,941 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ธุรกิจ Mega We Care TM และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น
* **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 12.3%** อยู่ที่ 14,136 ล้านบาท โดยธุรกิจ Mega We Care TM เติบโต 18.2% และธุรกิจ Maxxcare TM เติบโต 6.2%
* **ไตรมาส 4/2564 รายได้รวมลดลง 6.5%** อยู่ที่ 3,272 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ธุรกิจ Maxxcare TM หดตัว 13.9%
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับดีขึ้น** จาก 39.6% ในปี 2563 เป็น 41.8% ในปี 2564 โดยธุรกิจ Mega We Care TM มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 66.2%
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง** อยู่ที่ 2,727 ล้านบาท คิดเป็น 141% ของกำไรสุทธิ
* **แผนลงทุน 625 ล้านบาท ในปี 2565-2566** เพื่อก่อสร้างโรงงานในไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงลงทุนด้าน ESG
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 14,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ที่เพิ่มขึ้น 18.2% และรายได้ธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Maxxcare TM ที่เพิ่มขึ้น 6.2% อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้รวมลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ธุรกิจ Mega We Care TM ทรงตัว ขณะที่รายได้ธุรกิจ Maxxcare TM ลดลง 13.9% ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินจ๊าดในพม่า
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมในปี 2564 อยู่ที่ 41.8% เพิ่มขึ้นจาก 39.6% ในปี 2563 โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Mega We Care TM ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 66.2% ในขณะที่ธุรกิจ Maxxcare TM อยู่ที่ 17.5%
กำไรสุทธิตามรายงานในปี 2564 อยู่ที่ 1,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% จากปีก่อน และกำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 1,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.8% จากปีก่อน โดยการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2564 เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจ Mega We Care TM และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตในตลาดเกิดใหม่:** บริษัทฯ มีศักยภาพในการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
* **ผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้นำ:** การมีผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ที่เป็นผู้นำตลาด ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
* **การขยายธุรกิจ:** แผนการขยายธุรกิจผ่านการเป็นหุ้นส่วน การร่วมค้า และการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การลงทุนในโรงงานใหม่:** การก่อสร้างโรงงานในประเทศไทยและอินโดนีเซีย จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับการเติบโตของธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตอาจได้รับผลกระทบบ้างเป็นครั้งคราวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และปัจจัยอื่น ๆ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินจ๊าดในพม่าส่งผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจ Maxxcare TM ในไตรมาส 4 ปี 2564
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะเป็นผู้นำตลาด แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและยาอาจมีความรุนแรง
* **การเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ:** การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจในบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจ Maxxcare TM:** ติดตามการฟื้นตัวของรายได้ในธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หลังจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะประเทศในไตรมาส 4/2564
* **การเติบโตในทวีปแอฟริกา:** ประเมินความคืบหน้าและผลตอบรับจากการขยายธุรกิจในทวีปแอฟริกา
* **ผลการดำเนินงานของโรงงานใหม่:** ติดตามการก่อสร้างและการเริ่มดำเนินการของโรงงานใหม่ในประเทศไทยและอินโดนีเซีย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** ประเมินผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมือง และอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: เอกสารที่ให้มาเป็นของบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจสุขภาพ ไม่ใช่ TPIPL (บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)) ที่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ดังนั้น ข้อมูลในส่วนนี้จึงไม่สามารถสรุปตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องในเอกสาร*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีเงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน 2,531.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,313.8 ล้านบาท จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของกำไรสุทธิและการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ
ลูกหนี้การค้าอยู่ที่ 2,557.3 ล้านบาท และสินค้าคงคลังอยู่ที่ 3,822.9 ล้านบาท อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1.9 เท่า วงจรเงินสดอยู่ที่ 124 วัน
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนมีมูลค่า 3,970.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน
หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 14.8% เป็น 4,853.4 ล้านบาท โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 478.9 ล้านบาท
หนี้สินไม่หมุนเวียนอยู่ที่ 393.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่าและภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงาน
ณ สิ้นปี 2564 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ (0.32) เท่า, อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.65 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.02 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นมีมูลค่า 8,025.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,046.2 ล้านบาท จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิในปี 2564 และการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 2,726.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของกำไรสุทธิและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน
บริษัทฯ มีแผนลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจำนวน 625 ล้านบาท ในช่วงปี 2565-2566 สำหรับการก่อสร้างโรงงานในประเทศไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงการลงทุนด้าน ESG
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TPIPL ในปี 2564 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า Mega We Care TM ควบคู่ไปกับการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม แม้รายได้ในไตรมาส 4 จะชะลอตัวลงจากปัจจัยเฉพาะประเทศ แต่แนวโน้มการเติบโตในตลาดเกิดใหม่และแผนการลงทุนในอนาคตยังคงเป็นโอกาสสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมือง และอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจ Maxxcare TM และความคืบหน้าของการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TPIPL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
8,396.63
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
2,098.49
ล้านบาท
↑ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.99
%
กำไรสุทธิ
432.98
ล้านบาท
↓ 11% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.16
%
D/E Ratio
1.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8,397
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,098
↑ + 10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
433
↓ -11%
YoY
D/E Ratio
1.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TPIPL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.44
ROE (%)
3.62
ROA (%)
3.49
Book Value/หุ้น
2.99
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TPIPL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,996
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,139
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TPIPL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,995.88
+19.01%
|
-3,357.60
-33.06%
|
-5,015.99
-34.74%
|
-7,685.94
+43.26%
|
-5,365.05
-145.18%
|
11,876.00
+52.84%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,138.61
+87.17%
|
2,211.11
-81.64%
|
12,043.11
-616.86%
|
-2,330.06
-137.62%
|
6,193.77
-150.79%
|
-12,195.17
+49.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,197.90
-36.03%
|
8,124.90
+17.65%
|
6,906.13
-37.60%
|
11,068.28
+149.90%
|
4,429.13
+4.35%
|
4,244.53
-440.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5,665.92
-17.73%
|
6,886.89
-48.55%
|
13,386.14
+1,784.89%
|
710.18
-85.92%
|
5,044.12
+28.87%
|
3,914.03
-341.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,559.70
-47.80%
|
18,313.25
+71.61%
|
10,671.19
+88.25%
|
5,668.61
-14.86%
|
6,657.88
+142.65%
|
2,743.85
-37.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,484.36
-21.71%
|
9,559.70
-47.80%
|
18,313.25
+71.61%
|
10,671.19
+88.25%
|
5,668.61
-14.86%
|
6,657.88
+142.65%
|