TMD
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TMD
บริษัท อุตสาหกรรมถังโลหะไทย จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
27.25
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6777 out_tok=2758 at=2026-07-26T09:10:22 --> # TMD พลิกขาดทุนเพิ่ม Q2/65 รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ Flexible Packaging พุ่ง ## ปรับกลยุทธ์ขายกระสอบพลาสติกแบบ Trading หนุนกำไรขั้นต้นแน่นอน ขณะที่ Flexible Packaging เผชิญต้นทุนวัตถุดิบสูง บริษัท เอ็นอีพีอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TMD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 12.40 ล้านบาท จากขาดทุน 2.38 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 12.77% และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การขายกระสอบพลาสติกในรูปแบบ Outsourcing หรือ Trading ซึ่งช่วยสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอนขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติก** ประกอบกับ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging)** แม้ว่าบริษัทจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายกระสอบพลาสติกเป็นแบบ Trading ซึ่งช่วยสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบข้างต้นได้ทั้งหมด ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการขายลดลง:** เกิดจากการที่บริษัทได้ยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก และคัดเลือกเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดขายบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนจะมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด * **ต้นทุนวัตถุดิบ Flexible Packaging สูงขึ้น:** ราคาวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ปรับตัวสูงขึ้นถึง 15-20% และมีความผันผวนทุกสัปดาห์ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าได้ทันท่วงที ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้น:** เกิดจากการตั้งด้อยค่าเครื่องจักรผลิตกระสอบพลาสติกที่รอการขายจำนวน 2.57 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการทำลายสินค้าสำเร็จรูปจำนวน 2.09 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เกิดจากการตั้งด้อยค่าและผลขาดทุนจากการทำลายสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นรายการพิเศษ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม Flexible Packaging อาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากราคาน้ำมันยังคงผันผวนและส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าและวางแผนการรับคำสั่งซื้อและการกำหนดราคาขายให้สอดคล้องกับแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 2 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 12.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.02 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน * **รายได้จากการขายลดลง:** อยู่ที่ 83.08 ล้านบาท ลดลง 12.77% จากปีก่อน เนื่องจากยอดขายกระสอบพลาสติกลดลงจากการปรับกลยุทธ์ * **ต้นทุนวัตถุดิบ Flexible Packaging พุ่ง:** ราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น 15-20% ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ปรับกลยุทธ์ขายกระสอบพลาสติก:** เปลี่ยนเป็น Outsourcing/Trading เพื่อสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอน * **ค่าใช้จ่ายบริหารสูงขึ้น:** จากการตั้งด้อยค่าเครื่องจักรและผลขาดทุนจากการทำลายสินค้า * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง:** อยู่ที่ 10.50 ล้านบาท ลดลงจาก 19.69 ล้านบาทในปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 12.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 2.38 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 83.08 ล้านบาท ลดลง 12.77% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ต้นทุนขายลดลง 15.45% ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 2.47% ในส่วนของต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงเล็กน้อยเป็น 2.24 ล้านบาท หรือ 2.69% ของยอดขาย ซึ่งถือว่าควบคุมได้ดีกว่าปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 15.46 ล้านบาท หรือ 18.51% ของรายได้ เนื่องจากมีการตั้งด้อยค่าเครื่องจักรผลิตกระสอบพลาสติกและผลขาดทุนจากการทำลายสินค้าสำเร็จรูป ค่าตอบแทนผู้บริหารลดลงเล็กน้อย ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 19.69 ล้านบาท เหลือ 10.50 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 24.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 12.55 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 175.32 ล้านบาท ลดลง 9.07% ต้นทุนขายลดลง 10.73% แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น 3.92% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการตั้งด้อยค่าและผลขาดทุนจากการทำลายสินค้า แต่หากพิจารณารายการปกติจะลดลงกว่าปีก่อน ## โอกาส * **การปรับกลยุทธ์ขายกระสอบพลาสติก:** การเปลี่ยนมาทำ Outsourcing หรือ Trading จะช่วยสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอนจากการขายกระสอบพลาสติก โดยใช้ฐานลูกค้าเดิม * **การเติบโตของ Flexible Packaging:** มีแนวโน้มยอดขายสูงขึ้นจากการเปิดตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ๆ และการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ * **การควบคุมต้นทุน:** บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการจัดจำหน่ายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนจากยอดขาย * **การลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การปรับโครงสร้างจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบสำหรับ Flexible Packaging ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกและสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร * **การกำหนดราคาขายสินค้า:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทำให้การกำหนดราคาขายสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าทำได้ยาก * **การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เป็นปัจจัยลบต่อผลกำไรโดยรวมของบริษัท * **ภาวะเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจของประเทศและทั่วโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนักจากภาวะสงครามและผลกระทบจากโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะวัตถุดิบสำหรับ Flexible Packaging ว่าจะยังคงผันผวนสูงหรือไม่ * **ผลการดำเนินงานของ Flexible Packaging:** จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายให้มีกำไรได้หรือไม่ * **การเติบโตของยอดขาย Flexible Packaging:** จะสามารถเติมเต็มกำลังการผลิตที่ว่างอยู่ได้มากน้อยเพียงใด * **ผลกระทบจากการปรับกลยุทธ์ Trading กระสอบพลาสติก:** จะสามารถสร้างกำไรขั้นต้นได้ตามที่คาดหวังหรือไม่ * **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** การยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติกส่งผลให้กำลังการผลิตในส่วนนี้ว่างลง แต่บริษัทมีแผนจะใช้กำลังการผลิตที่ว่างอยู่ของ Flexible Packaging ให้ครอบคลุมต้นทุนคงที่ * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่กล่าวถึงการกำหนดราคาขายสินค้าที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว ซึ่งอาจเป็นความท้าทายเมื่อวัตถุดิบผันผวน * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่ม Flexible Packaging โดยปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ตามราคาน้ำมันโลก * **GPM:** มีผลขาดทุนขั้นต้นในกลุ่ม Flexible Packaging เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ขณะที่กระสอบพลาสติกที่ทำ Trading มีกำไรขั้นต้นที่แน่นอน * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 14.73 ล้านบาท จากการหยุดการผลิตกระสอบพลาสติก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 730.89 ล้านบาท ลดลง 6.87% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 21.13% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง และสินค้าคงเหลือที่ลดลงจากการหยุดผลิตกระสอบพลาสติก สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 3.88% จากการขายเครื่องจักรผลิตกระสอบพลาสติก * **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 97.19 ล้านบาท ลดลง 23.45% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 22.70% จากเจ้าหนี้การค้าที่ลดลงตามปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบ หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 30.32% จากการคำนวณหนี้สินผลประโยชน์พนักงานใหม่หลังการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาวจากสถาบันทางการเงิน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 633.69 ล้านบาท ลดลง 3.67% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 24.14 ล้านบาท * **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดบ่งชี้ถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่อาจติดลบ ## สรุปท้าย TMD ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Flexible Packaging ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับกลยุทธ์การขายกระสอบพลาสติกในรูปแบบ Trading เป็นโอกาสในการสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอน ขณะที่การเติบโตของ Flexible Packaging และการควบคุมต้นทุนเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อประคับประคองผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TMD ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
437.76 ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
กำไรขั้นต้น
125.70 ล้านบาท
↓ 44.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.72 %
กำไรสุทธิ
87.81 ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.06 %
D/E Ratio
0.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
438
↓ -52.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -44.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↓ -42.7% YoY
D/E Ratio
0.08

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TMD

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
437.76
-52.24%
916.64
+108.16%
440.34
-9.77%
488.01
-15.96%
580.71
-52.69%
1,227.38
+150.24%
กำไรขั้นต้น —
125.70
-44.17%
225.15
+100.40%
112.35
+14.26%
98.33
-18.49%
120.63
-62.15%
318.71
+166.34%
ค่าใช้จ่ายรวม —
34.62
-52.79%
73.33
+143.44%
30.12
-7.03%
32.40
-8.03%
35.23
-63.62%
96.84
+230.13%
กำไรสุทธิ —
87.81
-42.71%
153.28
+83.00%
83.76
+26.04%
66.46
-16.35%
79.44
-54.31%
173.89
+110.21%
กำไรต่อหุ้น —
0.59
-42.76%
1.02
+83.15%
0.56
+25.96%
0.44
-16.42%
0.53
-54.27%
1.16
+110.34%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
28.72
+16.94%
24.56
-3.72%
25.51
+26.60%
20.15
-2.99%
20.77
-20.02%
25.97
+6.43%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
7.91
-1.13%
8.00
+16.96%
6.84
+3.01%
6.64
+9.39%
6.07
-23.07%
7.89
+31.94%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
20.06
+19.98%
16.72
-12.09%
19.02
+39.65%
13.62
-0.44%
13.68
-3.46%
14.17
-16.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
11.31
+9.17%
10.36
+3.39%
10.02
-0.69%
10.09
-19.34%
12.51
+9.35%
11.44
+2.14%
ROA(%) —
12.40
+11.21%
11.15
+2.67%
10.86
-0.37%
10.90
-19.79%
13.59
+10.31%
12.32
+2.84%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.08
0.08
0.08
-11.11%
0.09
0.09
+12.50%
0.08
P/E —
11.12
+3.63%
10.73
-14.98%
12.62
+5.08%
12.01
+14.60%
10.48
-3.05%
10.81
-5.67%
P/BV —
1.19
+0.85%
1.18
-4.07%
1.23
-4.65%
1.29
-2.27%
1.32
+8.20%
1.22
-17.57%
BV —
21.82
+2.88%
21.21
+3.97%
20.40
+1.09%
20.18
+2.70%
19.65
+4.97%
18.72
+8.40%
YIELD(%) —
6.35
-0.78%
6.40
6.40
+4.07%
6.15
+14.31%
5.38
-11.95%
6.11
+11.29%
ราคาหุ้น —
26.00
+4.00%
25.00
25.00
-3.85%
26.00
26.00
+13.54%
22.90
-10.20%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.08
ROE (%)
11.31
ROA (%)
12.40
Book Value/หุ้น
22.16

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TMD

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,997.67
-0.93%
2,016.43
+21.34%
1,661.75
+9.21%
1,521.66
-0.71%
1,532.55
+3.47%
1,481.13
+8.65%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,921.03
+10.73%
1,740.25
-12.13%
1,979.34
-7.49%
2,139.60
+5.02%
2,037.25
+8.56%
1,876.64
+4.37%
รวมสินทรัพย์ —
3,918.70
+4.46%
3,756.68
+3.14%
3,641.09
-0.55%
3,661.26
+2.56%
3,569.80
+6.31%
3,357.77
+6.22%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
172.42
+22.12%
141.18
-5.71%
149.73
-10.90%
168.04
-7.28%
181.24
+42.15%
127.50
-17.60%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
122.06
-2.01%
129.88
+19.48%
107.65
-9.41%
118.84
+5.18%
112.99
-7.77%
122.50
-2.52%
รวมหนี้สิน —
294.48
+10.81%
271.06
+4.88%
257.38
-10.28%
286.88
-2.50%
294.23
+17.69%
250.00
-10.84%
รวมส่วนของเจ้าของ —
3,624.22
+3.98%
3,485.62
+3.01%
3,383.71
+0.28%
3,374.38
+3.02%
3,275.57
+5.40%
3,107.77
+7.88%
D/E —
0.08
0.08
0.08
0.09
0.09
0.08
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
11.31
10.36
10.02
10.09
12.51
11.44
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
12.40
11.15
10.86
10.90
13.59
12.32
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
11.59
14.28
11.10
9.06
8.46
11.62
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
10.48
12.82
9.46
7.33
6.47
4.51
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
67.44
60.81
0.00
0.00
56.80
66.93
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
56.86
58.40
0.00
0.00
53.55
52.20
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
33.30
28.94
0.00
0.00
22.59
28.55
วงจรเงินสด —
91.00
90.26
0.00
0.00
87.77
90.57
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+368
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TMD

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
367.70
+153.29%
145.17
-200.93%
-143.83
-39.63%
-238.25
+72.62%
-138.02
-129.93%
461.16
+13.58%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-99.18
+351.02%
-21.99
-85.11%
-147.69
+72.86%
-85.44
-14.90%
-100.40
-29.74%
-142.90
+61.74%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-256.30
0.00
-100.00%
240.00
-4.99%
252.60
+5.25%
240.00
-361.55%
-91.76
-73.42%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
12.22
-428.49%
-3.72
-92.78%
-51.52
-27.53%
-71.09
-133.63%
211.42
-6.66%
226.50
-921.25%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
179.88
+29.66%
138.73
+6.43%
130.35
-10.10%
144.99
-51.09%
296.46
+323.76%
69.96
-28.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
192.10
+6.79%
179.88
+29.66%
138.73
+6.43%
130.35
-10.10%
144.99
-51.09%
296.46
+323.76%