บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
23.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รวมรายได้ เพิ่มขึ้น 872.95 ล้านบาท +6.85% โดยปัจจัยหลักมาจาก เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ เพิ่มขึ้น 235.87 ล้านบาท +3.11%
ในขณะที่ค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้น 1,183.96 ล้านบาท +11.62% มากกว่ารายได้รวม โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ค่าสินไหมทดแทน เพิ่มขึ้น 2,825.95 ล้านบาท +21.07%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4108 out_tok=2374 at=2026-07-26T08:50:11 -->
# TIPH กำไร Q3/2564 ลดลง 31.46% รับผลกระทบเคลมโควิด-19
## เบี้ยประกันภัยรับโตเด่น 22% แต่กำไรจากการรับประกันภัยหด 41% หลังค่าสินไหมทดแทนพุ่ง
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 382.05 ล้านบาท ลดลง 31.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 5.88% เป็น 3,370.05 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถูกหักล้างด้วยค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ TIPH ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **ผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลงถึง 41.46% แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับโดยรวมจะเติบโตได้ดีถึง 22.07% และรายได้จากการลงทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้น 11.01% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019 เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลงอย่างมาก ฝ่ายจัดการระบุว่ากรมธรรม์ดังกล่าวให้ความคุ้มครองเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น และบริษัทฯ ไม่เคยจำหน่ายกรมธรรม์ประเภท "เจอจ่ายจบ" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีอยู่ส่งผลให้มีเคลมที่เกิดขึ้นจริงตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ในทางกลับกัน เบี้ยประกันภัยรับที่เติบโตสูงในทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งประกันภัยอัคคีภัย (5.93%), ประกันภัยทะเลและขนส่ง (18.47%), ประกันภัยรถยนต์ (30.67%), ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (4.50%) และประกันภัยเบ็ดเตล็ด (36.65%) แสดงถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและยอดขายที่ดี ส่วนรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 11.01% มาจากการจัดสรรเงินลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญและกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่แนวโน้มดีขึ้น รวมถึงการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่า "ค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันบริษัทฯ ประเมินว่าอยู่ในสถานะที่บริษัทฯ สามารถควบคุมได้" และเน้นย้ำว่ากรมธรรม์ให้ความคุ้มครองเฉพาะภาวะโคม่าเท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดและการบริหารจัดการกรมธรรม์เฉพาะกลุ่มนี้ หากสถานการณ์คลี่คลายลงและไม่มีการเคลมที่ผิดปกติเพิ่มขึ้น ผลกระทบต่อกำไรจากการรับประกันภัยก็จะลดลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับและรายได้จากการลงทุนมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 31.46% YoY** อยู่ที่ 382.05 ล้านบาท จาก 557.42 ล้านบาทในปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 22.07% YoY** แตะ 6,059.69 ล้านบาท จากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
* **กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 41.46% YoY** เหลือ 577.59 ล้านบาท เนื่องจากค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์โควิด-19 เพิ่มขึ้น
* **หากไม่รวมผลกระทบจากกรมธรรม์โควิด-19 กำไรจากการรับประกันภัยจะเพิ่มขึ้น 28.88% YoY**
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 11.01% YoY** เป็น 210.68 ล้านบาท จากการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 ยังคงเติบโตเล็กน้อย 0.92% YoY** อยู่ที่ 1,624.72 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,370.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากเบี้ยประกันภัยรับที่เพิ่มขึ้น 22.07% เป็น 6,059.69 ล้านบาท จากการเติบโตของทุกผลิตภัณฑ์ประกันภัย อย่างไรก็ตาม กำไรจากการรับประกันภัยลดลง 41.46% เป็น 577.59 ล้านบาท เนื่องจากค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019 ที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้จากการลงทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้น 11.01% เป็น 210.68 ล้านบาท แต่ผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 382.05 ล้านบาท ลดลง 31.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสะสม 1,624.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,609.99 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 2.71 บาท เพิ่มขึ้นจาก 2.68 บาทในปีที่แล้ว
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกผลิตภัณฑ์:** แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการขยายตลาด
* **การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี:** การจัดสรรเงินลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นสามัญและกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการลงทุนที่สม่ำเสมอ
* **การบริหารจัดการกรมธรรม์โควิด-19 ที่ควบคุมได้:** การจำกัดความคุ้มครองเฉพาะภาวะโคม่าและไม่ขายกรมธรรม์ "เจอจ่ายจบ" ช่วยลดความเสี่ยงด้านการเคลมที่อาจบานปลาย
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงจากค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากกรมธรรม์โควิด-19:** แม้จะประเมินว่าควบคุมได้ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงอยู่ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** ตลาดประกันภัยมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเคลมจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019 และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้
* การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในแต่ละผลิตภัณฑ์ และการรักษาฐานลูกค้า
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นสามัญและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
* การปรับตัวต่อสภาวะการแข่งขันและปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
* แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในช่วงไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัยของ TIPH ในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่เติบโตถึง 30.67% และประกันภัยทะเลและขนส่งที่ 18.47% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางภาคส่วน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญต่อกำไรจากการรับประกันภัย ซึ่งหากไม่นับรวมผลกระทบนี้ กำไรจากการรับประกันภัยจะเติบโตได้ดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจหลักที่ยังคงแข็งแกร่ง
รายได้จากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 11.01% เป็นสัญญาณที่ดีจากการบริหารพอร์ตการลงทุนที่เน้นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนได้บางส่วน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TIPH ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากกรมธรรม์โควิด-19 ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นก็ตาม ฝ่ายจัดการประเมินว่าผลกระทบจากค่าสินไหมทดแทนโควิด-19 เป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้และมีลักษณะครั้งคราว ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลง คาดว่าผลประกอบการจะกลับมาฟื้นตัวได้ โดยต้องจับตาการบริหารจัดการเคลมและการเติบโตของธุรกิจหลักอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIPH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
8,649.55
ล้านบาท
↑ 124.3% YoY
กำไรขั้นต้น
9,575.83
ล้านบาท
↑ 169.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
110.71
%
กำไรสุทธิ
309.24
ล้านบาท
↓ 38.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8,650
↑ + 124.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9,576
↑ + 169.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
309
↓ -38.1%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
11.53
ROA (%)
3.66
Book Value/หุ้น
16.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+804
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
804.32
+33.78%
|
601.21
-55.86%
|
1,362.15
-262.04%
|
-840.64
+78.50%
|
-470.94
+61.35%
|
-291.87
-68.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.23
-30.59%
|
70.93
-21.36%
|
90.20
-136.85%
|
-244.79
+140.11%
|
-101.95
+82.18%
|
-55.96
-74.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
682.93
-8.80%
|
748.84
-33.50%
|
1,126.11
+153.78%
|
443.74
+7,657.69%
|
5.72
-99.20%
|
718.91
+17.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,536.48
+8.13%
|
1,420.99
-44.89%
|
2,578.46
-501.82%
|
-641.70
-263.15%
|
393.33
-34.08%
|
596.64
-390.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,781.04
-31.70%
|
2,607.63
-16.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,781.04
-31.70%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|