บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
23.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รวมรายได้ เพิ่มขึ้น 872.95 ล้านบาท +6.85% โดยปัจจัยหลักมาจาก เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ เพิ่มขึ้น 235.87 ล้านบาท +3.11%
ในขณะที่ค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้น 1,183.96 ล้านบาท +11.62% มากกว่ารายได้รวม โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ค่าสินไหมทดแทน เพิ่มขึ้น 2,825.95 ล้านบาท +21.07%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3875 out_tok=2111 at=2026-07-26T09:08:32 -->
# TIPH กำไรสุทธิ Q2/65 ดิ่ง 74% รับผลกระทบโควิด-19 และตลาดลงทุนผันผวน
## เบี้ยประกันโตต่อเนื่อง แต่ค่าสินไหมพุ่ง-ลงทุนวูบ ฉุดผลงาน 6 เดือนแรก
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 315.72 ล้านบาท ลดลง 74.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนประกันโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2565 ประกอบกับรายได้และกำไรจากการลงทุนที่ลดลงตามภาวะตลาด ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2565 ที่ 315.98 ล้านบาท แม้ว่าเบี้ยประกันรับรวมจะยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TIPH ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ โดยเฉพาะจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 และการลดลงของรายได้และกำไรจากการลงทุน** ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม แม้ว่าเบี้ยประกันรับรวมจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนประกันโควิด-19 เพิ่มขึ้น:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 1,192.76 ล้านบาท หรือ 103.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ให้บริษัทประกันภัยขยายขอบข่ายความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 นอกจากนี้ กรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เกือบทั้งหมดของบริษัทฯ ได้สิ้นสุดความคุ้มครองลงแล้วในเดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งอาจส่งผลให้มีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาดังกล่าว
* **รายได้และกำไรจากการลงทุนลดลง:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้และกำไรจากการลงทุนลดลง 129.08 ล้านบาท หรือ 39.61% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ผันผวน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากสาเหตุหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ซึ่งเอกสารระบุว่ากรมธรรม์เกือบทั้งหมดได้สิ้นสุดความคุ้มครองแล้วในเดือนกรกฎาคม 2565 ทำให้คาดว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะไม่เป็นภาระต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ส่วนผลกระทบจากตลาดลงทุนนั้น แม้จะผันผวน แต่ก็เป็นปัจจัยที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้ และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการดำเนินงานในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลง 74.35%** อยู่ที่ 315.72 ล้านบาท จาก 1,230.35 ล้านบาทในปีก่อน
* **ไตรมาส 2 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 315.98 ล้านบาท** พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 320.10 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันรับรวม 6 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 8.58%** อยู่ที่ 16,482.09 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันอัคคีภัยโต 53.07% และเบี้ยประกันภัยรถยนต์โต 28.31%
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 103.12%** เป็นผลจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19
* **รายได้และกำไรจากการลงทุนไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง 39.61%** ตามภาวะตลาด
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 315.72 ล้านบาท ลดลง 74.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 315.98 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 320.10 ล้านบาท แม้ว่าเบี้ยประกันรับรวมสำหรับงวด 6 เดือนแรกจะเติบโตขึ้น 8.58% เป็น 16,482.09 ล้านบาท โดยเฉพาะเบี้ยประกันอัคคีภัยที่เติบโต 53.07% และเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่เติบโต 28.31% ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และช่องทางการขาย
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงความต้องการลูกค้า รวมถึงการขยายช่องทางการขายร่วมกับพันธมิตร และการยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในระยะยาว
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของเบี้ยประกันอัคคีภัยและเบี้ยประกันภัยรถยนต์ สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองความต้องการของตลาด
## ความเสี่ยง
* **ค่าสินไหมทดแทนประกันโควิด-19:** แม้จะคาดว่าจะเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่การจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565
* **ความผันผวนของตลาดลงทุน:** สภาวะตลาดลงทุนที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรจากการลงทุนของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไป หลังกรมธรรม์โควิด-19 ส่วนใหญ่สิ้นสุดความคุ้มครอง
* ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยต่อการลงทุนของบริษัทฯ
* กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายช่องทางการขายเพื่อรักษาการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับ
* การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะธุรกิจประกันภัยหลักของกลุ่ม TIPH มีการเติบโตของเบี้ยประกันรับรวมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประกันอัคคีภัยและประกันภัยรถยนต์ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่เกิดขึ้นชั่วคราว ประกอบกับภาวะตลาดลงทุนที่ผันผวนส่งผลให้รายได้จากการลงทุนลดลง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TIPH เผชิญแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนประกันโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นและภาวะตลาดลงทุนที่ผันผวน ส่งผลให้กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ปัจจัยลบข้างต้นได้กลบผลการดำเนินงานในส่วนนี้ไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบจากประกันโควิด-19 จะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ซึ่งหากปัจจัยดังกล่าวคลี่คลายลง ประกอบกับการบริหารจัดการการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับจะสามารถขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ให้ฟื้นตัวได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIPH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
8,649.55
ล้านบาท
↑ 124.3% YoY
กำไรขั้นต้น
9,575.83
ล้านบาท
↑ 169.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
110.71
%
กำไรสุทธิ
309.24
ล้านบาท
↓ 38.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8,650
↑ + 124.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9,576
↑ + 169.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
309
↓ -38.1%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
11.53
ROA (%)
3.66
Book Value/หุ้น
16.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+804
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
804.32
+33.78%
|
601.21
-55.86%
|
1,362.15
-262.04%
|
-840.64
+78.50%
|
-470.94
+61.35%
|
-291.87
-68.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.23
-30.59%
|
70.93
-21.36%
|
90.20
-136.85%
|
-244.79
+140.11%
|
-101.95
+82.18%
|
-55.96
-74.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
682.93
-8.80%
|
748.84
-33.50%
|
1,126.11
+153.78%
|
443.74
+7,657.69%
|
5.72
-99.20%
|
718.91
+17.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,536.48
+8.13%
|
1,420.99
-44.89%
|
2,578.46
-501.82%
|
-641.70
-263.15%
|
393.33
-34.08%
|
596.64
-390.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,781.04
-31.70%
|
2,607.63
-16.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,781.04
-31.70%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|