บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
23.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รวมรายได้ เพิ่มขึ้น 872.95 ล้านบาท +6.85% โดยปัจจัยหลักมาจาก เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ เพิ่มขึ้น 235.87 ล้านบาท +3.11%
ในขณะที่ค่าใข้จ่าย เพิ่มขึ้น 1,183.96 ล้านบาท +11.62% มากกว่ารายได้รวม โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก ค่าสินไหมทดแทน เพิ่มขึ้น 2,825.95 ล้านบาท +21.07%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6330 out_tok=2115 at=2026-07-26T09:18:51 -->
# TIPH กำไรสุทธิ Q1/2566 ลดลง 22.58% รับผลเบี้ยรับโต แต่ค่าสินไหมและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม
## รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นกดดันกำไรสุทธิไตรมาสแรก
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 181.92 ล้านบาท ลดลง 22.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยรับโดยรวมจะเติบโตได้ดี แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TIPH ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 22.58% (53.07 ล้านบาท) มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น** แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะเติบโตได้ถึง 8.49% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต:** มาจากการเติบโตของธุรกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทั่วไป ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่ผ่อนคลายลงจากการที่บริษัทประกันภัยบางแห่งปิดตัวไป ทำให้เบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 8.49% และเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 13.21%
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีอัตราส่วนสินไหมปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจประกันภัยรถยนต์และการกลับสู่สภาวะปกติของการใช้งานรถยนต์หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ขณะที่อัตราส่วนสินไหมงานประกันภัยทั่วไปลดลง เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนาสิ้นสุดความคุ้มครองไปแล้ว
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** ค่าจ้างและบำเหน็จจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 71.78 ล้านบาท มาจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
* **รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อลดลง:** ลดลง 10.47% เนื่องจากบริษัทมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการรับความเสี่ยงภัยของงานรับประกันภัยรถยนต์ไว้เองมากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนที่อาจยังคงอยู่ในระดับสูงจากการขยายตัวของธุรกิจและการกลับสู่สภาวะปกติของการใช้งานรถยนต์ ส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในระบบเทคโนโลยีและการตลาด อาจส่งผลต่อเนื่องไปในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการแข่งขันด้านราคาที่ผ่อนคลายลงอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุนได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566:** 181.92 ล้านบาท ลดลง 22.58% YoY
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม Q1/2566:** 4,483.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.49% YoY
* **รายได้เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ Q1/2566:** 2,332.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.21% YoY
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ Q1/2566:** 1,280.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21% YoY
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** 71.78 ล้านบาท จากการตลาดและเทคโนโลยี
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 181.92 ล้านบาท ลดลง 22.58% เมื่อเทียบกับ 234.99 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้น 8.49% เป็น 4,483.29 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากเบี้ยประกันภัยรับตรงที่เพิ่มขึ้น 8.49% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 15.21% เป็น 1,280.93 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 71.78 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง
## โอกาส
* การแข่งขันด้านราคาที่ผ่อนคลายลงจากการที่บริษัทประกันภัยบางแห่งปิดตัวไป
* การเติบโตของธุรกิจประกันภัยทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ
* โอกาสในการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อทำกำไรมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์
* ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านการตลาดและเทคโนโลยี
* ความผันผวนของผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราส่วนสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์
* ผลกระทบของการเพิ่มสัดส่วนการรับความเสี่ยงภัยไว้เองต่อรายได้ค่าบำเหน็จ
* ประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาดและเทคโนโลยีต่อการเติบโตของเบี้ยประกันภัย
* ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* แนวโน้มการแข่งขันในตลาดประกันภัย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**เบี้ยประกันภัยรับรวม:** เติบโต 8.49% YoY โดยเบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 8.49% เป็น 4,473.12 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยจากการรับประกันภัยต่อ 10.17 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 13.21% เป็น 2,332.87 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทน:** เพิ่มขึ้น 15.21% YoY เป็น 1,280.93 ล้านบาท โดยสินไหมประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจ ขณะที่สินไหมประกันภัยทั่วไปลดลงเนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนาสิ้นสุดความคุ้มครอง
**รายได้จากการลงทุน:** เพิ่มขึ้น 18.91% เป็น 23.73 ล้านบาท จากโอกาสในการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อทำกำไร
**ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ค่าจ้างและบำเหน็จจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 71.78 ล้านบาท จากการตลาด การส่งเสริมการขาย และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
**กำไรสุทธิ (เฉพาะกิจการ):** 181.92 ล้านบาท ลดลง 22.58% YoY
**กำไรสุทธิ (วิธีส่วนได้เสีย):** 182.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 (งบการเงินเฉพาะกิจการ)
* **สินทรัพย์รวม:** 31,586.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.23% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ลงทุนและลูกหนี้จากสัญญาประกันภัยต่อสุทธิเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** 25,267.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.00% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินจากสัญญาประกันภัยจากสํารองเบี้ยประกันภัยและเจ้าหนี้บริษัทประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น
* **ส่วนของเจ้าของ:** 6,318.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.08% จากสิ้นปี 2565 ประกอบด้วยกำไรจากการดำเนินงาน 181.92 ล้านบาท และผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย - สุทธิภาษีเงินได้ 38.12 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TIPH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจประกันภัยรถยนต์ และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์การตลาด แม้เบี้ยประกันภัยรับจะเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่ผ่อนคลายลงและโอกาสในการลงทุนเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIPH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
8,649.55
ล้านบาท
↑ 124.3% YoY
กำไรขั้นต้น
9,575.83
ล้านบาท
↑ 169.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
110.71
%
กำไรสุทธิ
309.24
ล้านบาท
↓ 38.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.58
%
D/E Ratio
3.08
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
8,650
↑ + 124.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9,576
↑ + 169.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
309
↓ -38.1%
YoY
D/E Ratio
3.08
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIPH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.08
ROE (%)
11.53
ROA (%)
3.66
Book Value/หุ้น
16.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIPH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+804
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIPH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
804.32
+33.78%
|
601.21
-55.86%
|
1,362.15
-262.04%
|
-840.64
+78.50%
|
-470.94
+61.35%
|
-291.87
-68.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.23
-30.59%
|
70.93
-21.36%
|
90.20
-136.85%
|
-244.79
+140.11%
|
-101.95
+82.18%
|
-55.96
-74.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
682.93
-8.80%
|
748.84
-33.50%
|
1,126.11
+153.78%
|
443.74
+7,657.69%
|
5.72
-99.20%
|
718.91
+17.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,536.48
+8.13%
|
1,420.99
-44.89%
|
2,578.46
-501.82%
|
-641.70
-263.15%
|
393.33
-34.08%
|
596.64
-390.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,781.04
-31.70%
|
2,607.63
-16.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
1,781.04
-31.70%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|