บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.46
+0.01 (+2.22%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3861 out_tok=1532 at=2026-07-26T08:32:58 -->
# TH กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 35% รับรายได้บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพลด
## ฝ่ายจัดการ TH ชี้แจงกำไรสุทธิไตรมาส 2/66 ลดลง 35% เหตุรายได้ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพหดตัว แม้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลเพิ่มขึ้น
บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 35.05 ล้านบาท ลดลง 35.77% เมื่อเทียบกับ 52.33 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยรับและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TH ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 35.77% หรือ 17.28 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยรับและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายและบริการลดลง 155.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก **รายได้ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ลดลง** โดยตรง ในขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลกลับเพิ่มขึ้น 133.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้รวม แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้หลักได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้นอีก 105.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าการลดลงของรายได้ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจะเป็นลักษณะครั้งคราวหรือต่อเนื่อง** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มของธุรกิจนี้ หรือปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลดลงของรายได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยรับและเงินปันผลอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 35.77%** จาก 52.33 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 35.05 ล้านบาทใน Q2/66
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 155.75 ล้านบาท** โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
* **ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลเพิ่มขึ้น 133.75 ล้านบาท** ช่วยชดเชยรายได้ส่วนอื่นได้บางส่วน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 105.75 ล้านบาท** เป็นปัจจัยกดดันผลกำไรเพิ่มเติม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการรวม 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 35.05 ล้านบาท ลดลง 17.28 ล้านบาท หรือ 35.77% เมื่อเทียบกับ 52.33 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการลดลง 155.75 ล้านบาท ขณะที่ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลเพิ่มขึ้น 133.75 ล้านบาท รายได้อื่นลดลง 5.75 ล้านบาท ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.75 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 105.75 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 3.75 ล้านบาท
## โอกาส
* การเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยรับและเงินปันผล อาจเป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ในอนาคต หากสามารถรักษาหรือเพิ่มระดับการลงทุนที่สร้างรายได้ส่วนนี้ได้
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ:** การลดลงของรายได้จากธุรกิจหลักนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการ
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** หากไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้ของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 155.75 ล้านบาท ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น 133.75 ล้านบาท ซึ่งอาจมาจากพอร์ตการลงทุนอื่น ๆ หรือการบริหารสภาพคล่องที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการหดตัวของรายได้หลักได้ทั้งหมด การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารอีก 105.75 ล้านบาท ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการให้ลดลงไปอีก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TH เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากรายได้ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่หดตัว แม้จะมีปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยรับและเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยได้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้นักลงทุนต้องจับตาดูแนวโน้มรายได้หลักและมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายของฝ่ายจัดการอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
55.35
ล้านบาท
↓ 232.6% YoY
กำไรขั้นต้น
5.21
ล้านบาท
↓ 108.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.41
%
กำไรสุทธิ
-38.33
ล้านบาท
↓ 60.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-69.24
%
D/E Ratio
0.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
55
↓ -232.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5
↓ -108.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-38
↓ -60.7%
YoY
D/E Ratio
0.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.05
ROE (%)
3.46
ROA (%)
4.13
Book Value/หุ้น
1.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-72
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-72.29
+739.61%
|
-8.61
-104.92%
|
175.06
-196.40%
|
-181.60
-49.10%
|
-356.81
-230.18%
|
274.10
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.85
-97.42%
|
32.90
-116.33%
|
-201.44
-221.92%
|
165.22
-335.56%
|
-70.14
-74.95%
|
-280.04
+2,632.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
3.81
+273.53%
|
1.02
-780.00%
|
-0.15
-100.47%
|
32.19
+5,752.73%
|
0.55
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-14.13
+316.81%
|
-3.39
-79.32%
|
-16.39
|
0.00
-100.00%
|
5.34
-175.85%
|
-7.04
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
11.92
+81.16%
|
6.58
-51.69%
|
13.62
+39.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
43.16
+262.08%
|
11.92
+81.16%
|
6.58
-51.69%
|