บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
9.55
+0.05 (+0.53%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4281 out_tok=2911 at=2026-07-26T07:11:16 -->
# TFG กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 740% รับราคาไก่-สุกรพุ่ง ดันรายได้รวมโต 48%
## รายได้รวมทะลุ 5.2 หมื่นล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นในธุรกิจหลัก ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกขยายตัวแรง
บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 4,721.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 740.66% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโตถึง 48.43% แตะระดับ 52,697.24 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการปรับตัวที่ดีของธุรกิจหลักท่ามกลางสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TFG ในปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยในธุรกิจไก่และสุกร** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น แม้ว่าปริมาณการขายในบางส่วนจะลดลง แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นมากก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ นอกจากนี้ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีกก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมรายได้รวมให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาไก่เฉลี่ยในปี 2565 อยู่ที่ 61.21 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 50.80%** จาก 40.59 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2564 แม้ปริมาณขายผลิตภัณฑ์ไก่จะลดลง 12.05% แต่รายได้ธุรกิจไก่ยังคงเพิ่มขึ้น 39.99% เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ และการปรับช่องทางการขายภายในเครือที่ทำให้ราคาขายสูงขึ้นเมื่อรวมปริมาณการขายชิ้นส่วนภายในเครือ (จำหน่ายให้ธุรกิจร้านค้าปลีกและโรงงานปรุงสุกไก่) ทำให้ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 6.53%
ในส่วนของ **ธุรกิจสุกร ราคาขายเฉลี่ยในปี 2565 อยู่ที่ 97.87 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 33.81%** จาก 73.14 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2564 แม้ปริมาณการขายสุกรจะลดลง 10.14% แต่รายได้ธุรกิจสุกรยังคงเพิ่มขึ้น 30.88% จากราคาขายที่สูงขึ้นในประเทศ การรวมปริมาณขายชิ้นส่วนสุกรผ่านร้านค้าปลีกทำให้ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.12%
นอกจากนี้ **ธุรกิจค้าปลีกมีรายได้เติบโตถึง 434.23%** จาก 1,460.28 ล้านบาท เป็น 7,801.24 ล้านบาท โดยมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นจาก 85 สาขา เป็น 220 สาขา ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวของช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแกร่ง
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 215.74%** จาก 3,153.34 ล้านบาท เป็น 9,956.36 ล้านบาท ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่ปัจจัยบวกด้านราคาขายเฉลี่ยจะส่งผลต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาด** ฝ่ายจัดการระบุถึงการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยในธุรกิจไก่และสุกร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโต อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายในประเทศของธุรกิจไก่ลดลงเนื่องจากการปรับช่องทางการขายภายใน อาจส่งผลต่อโครงสร้างรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกที่รวดเร็วเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะส่งผลต่อเนื่องหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและขยายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 740.66%** แตะระดับ 4,721.97 ล้านบาท จาก 561.70 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 48.43%** เป็น 52,697.24 ล้านบาท จาก 35,503.38 ล้านบาท
* **ธุรกิจไก่:** รายได้เพิ่ม 39.99% เป็น 23,298.12 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 50.80% แม้ปริมาณขายในประเทศลดลง แต่ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 6.53% เมื่อรวมการจำหน่ายภายในเครือ
* **ธุรกิจสุกร:** รายได้เพิ่ม 30.88% เป็น 12,456.69 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 33.81% ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 1.12%
* **ธุรกิจค้าปลีก:** รายได้เติบโต 434.23% เป็น 7,801.24 ล้านบาท จากการขยายสาขาจาก 85 เป็น 220 สาขา
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 215.74%** เป็น 9,956.36 ล้านบาท จาก 3,153.34 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 52,697.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจไก่ สุกร และค้าปลีก โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง กำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าและการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 215.74% ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทในปี 2565 อยู่ที่ 4,721.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 740.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก:** การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจาก 85 สาขา เป็น 220 สาขา บ่งชี้ถึงโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางของตนเอง
* **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** ราคาไก่และสุกรเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2565 เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มรายได้และกำไร หากแนวโน้มราคายังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับตัวขึ้นได้อีก จะเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไรที่ดี
* **การเพิ่มปริมาณขายรวม:** แม้ปริมาณขายในประเทศบางส่วนจะลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณขายรวมในธุรกิจไก่และสุกร เมื่อรวมการจำหน่ายภายในเครือและผ่านช่องทางค้าปลีก แสดงถึงการบูรณาการธุรกิจที่แข็งแกร่ง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตร:** ราคาไก่และสุกรมีความผันผวนตามสภาวะตลาด อุปสงค์-อุปทาน และต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นโดยไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกอาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปหรืออาหารสด อาจส่งผลต่อปริมาณการขายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาไก่และสุกรเฉลี่ยในปี 2566 และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* อัตราการเติบโตและผลกำไรของธุรกิจค้าปลีก รวมถึงแผนการขยายสาขาเพิ่มเติม
* ปริมาณการขายในประเทศและต่างประเทศของธุรกิจไก่และสุกร
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และผลกระทบต่อธุรกิจอาหารสัตว์
* ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก, อัตราเงินเฟ้อ, และสถานการณ์โรคระบาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจไก่:** รายได้เติบโต 39.99% เป็น 23,298.12 ล้านบาท โดยมีราคาไก่เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50.80% เป็น 61.21 บาท/กก. แม้ปริมาณขายผลิตภัณฑ์ไก่ลดลง 12.05% เป็น 284,131.76 ตัน แต่หากรวมปริมาณการขายชิ้นส่วนภายในเครือ (จำหน่ายให้ธุรกิจร้านค้าปลีกและโรงงานปรุงสุกไก่) จะมีปริมาณขายรวม 371,888.90 ตัน เพิ่มขึ้น 6.53% การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากราคาขายในประเทศและต่างประเทศที่สูงขึ้น และปริมาณขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการขายในประเทศลดลงเนื่องจากการปรับช่องทางการขายเดิมให้จำหน่ายให้กับธุรกิจร้านค้าปลีกของบริษัท ทำให้ราคาขายสูงขึ้น
**ธุรกิจสุกร:** รายได้เติบโต 30.88% เป็น 12,456.69 ล้านบาท โดยมีราคาสุกรเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 33.81% เป็น 97.87 บาท/กก. แม้ปริมาณการขายสุกรลดลง 10.14% เป็น 96,259.19 ตัน แต่หากรวมปริมาณขายชิ้นส่วนสุกรผ่านร้านค้าปลีกของบริษัท จะทำให้ปริมาณขายในปี 2565 เท่ากับ 117,494.81 ตัน เพิ่มขึ้น 1.12% รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากราคาขายสุกรในประเทศที่สูงขึ้น
**ธุรกิจอาหารสัตว์ขายภายนอกเครือ:** รายได้เพิ่มขึ้น 22.64% เป็น 8,533.00 ล้านบาท โดยปริมาณการขายอาหารสัตว์นอกเครือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.14% เป็น 544,603.59 ตัน
**ธุรกิจค้าปลีก:** รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด 434.23% เป็น 7,801.24 ล้านบาท จาก 1,460.28 ล้านบาท โดยจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นจาก 85 สาขา ณ สิ้นปี 2564 เป็น 220 สาขา ณ สิ้นปี 2565
**กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 215.74% เป็น 9,956.36 ล้านบาท จาก 3,153.34 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
TFG โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 740.66% จากปัจจัยหนุนหลักคือราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจไก่และสุกร ประกอบกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีกที่ช่วยเสริมรายได้รวมให้เติบโตถึง 48.43% แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาด แต่การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทำให้ TFG มีโอกาสในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตในปีต่อไป โดยสิ่งที่ต้องจับตาคือแนวโน้มราคาในตลาดและแผนการดำเนินงานของฝ่ายจัดการในระยะข้างหน้า
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFG ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
18,174.27
ล้านบาท
↑ 2.2% YoY
กำไรขั้นต้น
3,391.87
ล้านบาท
↑ 25% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.66
%
กำไรสุทธิ
1,148.08
ล้านบาท
↑ 34.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.32
%
D/E Ratio
1.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
18,174
↑ + 2.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,392
↑ + 25%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,148
↑ + 34.3%
YoY
D/E Ratio
1.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.38
ROE (%)
40.73
ROA (%)
20.38
Book Value/หุ้น
3.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8,074
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-301
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8,073.82
+114.73%
|
-3,759.92
-244.18%
|
2,607.84
-262.60%
|
-1,603.79
+25.40%
|
-1,278.96
-133.45%
|
3,823.65
+64.13%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-301.19
-139.81%
|
756.50
-72.49%
|
2,749.76
+97.98%
|
1,388.94
-62.97%
|
3,751.21
-359.31%
|
-1,446.63
+11.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9,672.28
+82.53%
|
5,298.97
-222.84%
|
-4,313.67
-1,509.42%
|
306.06
-117.15%
|
-1,784.51
-10.42%
|
-1,992.02
+134.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,821.13
-9.24%
|
2,006.55
+222.82%
|
621.56
+1,867.58%
|
31.59
-95.21%
|
659.94
+71.41%
|
385.00
+104.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,906.87
+486.68%
|
836.38
+2.23%
|
818.14
+96.74%
|
415.84
-46.94%
|
783.77
+96.55%
|
398.77
+89.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4,817.89
-1.81%
|
4,906.87
+486.68%
|
836.38
+2.23%
|
818.14
+96.74%
|
415.84
-46.94%
|
783.77
+96.55%
|