บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
4.72
+0.26 (+5.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9823 out_tok=3595 at=2026-07-26T07:20:23 -->
# TEAM กำไรสุทธิปี 64 ลดลง 9.88% รับแรงกดดันต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ปริมาณขนส่งทางเรือหด
## รายได้รวมโต 15.65% จากธุรกิจรถขนส่งหนุน แต่กำไรขั้นต้นเรือลดฮวบ เหตุราคาน้ำมันแพงกว่าค่าระวาง
บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 15.65% เป็น 2,090.14 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจขนส่งทางรถที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมกลับลดลง 9.88% มาอยู่ที่ 153.51 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งทางเรือโดยตรง
## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดันกำไรเรือ ขณะธุรกิจรถขนส่งเติบโตชดเชย
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ TEAM ในปี 2564 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งทางเรือให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ 15.65% เป็น 2,090.14 ล้านบาท โดยมีธุรกิจขนส่งทางรถเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่การลดลงของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจเรือทำให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทลดลง 9.88% มาอยู่ที่ 153.51 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจขนส่งทางเรือ:** แม้ว่ารายได้จากการขนส่งทางเรือจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% เป็น 1,168.95 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากรายได้ค่าเสียเวลาที่เพิ่มขึ้นจากการตรวจสอบเรือที่เข้มงวดขึ้นในจีน และอัตราการใช้ประโยชน์กองเรือ (Fleet Utilization) ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าระวางที่ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8.27% และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่ปัจจัยลบที่สำคัญคือ **ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก** โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยปี 2564 อยู่ที่ 70.82 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 63.93% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่อัตราค่าระวางปรับขึ้นเพียง 8.27% ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 18.83% ในปีก่อนหน้า เหลือ 13.79% ในปีนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือลดลง 26.72%
**ธุรกิจขนส่งทางรถ:** ในทางกลับกัน ธุรกิจขนส่งทางรถมีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 44.14% เป็น 921.19 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการกองรถและเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งน้ำมัน และการเข้าซื้อกิจการ TSSK และ AUTO ในเดือนตุลาคม 2564 ซึ่งช่วยขยายบริการครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจรถเพิ่มขึ้น 46.26% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับสูงที่ 22.49%
**กำไรสุทธิรวม:** การที่กำไรขั้นต้นจากธุรกิจเรือลดลงอย่างมาก ประกอบกับการมีรายการพิเศษที่ลดลง (กำไรจากการขายสินทรัพย์ปี 2563 สูงกว่าปี 2564) ทำให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทลดลง 9.88% แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับแรงกดดันต้นทุนน้ำมันในธุรกิจเรือ) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับธุรกิจรถ)**
* **ธุรกิจขนส่งทางเรือ:** เอกสารระบุว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มผันผวนและอาจแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 เนื่องจากอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทาน และปัญหาขาดแคลนแรงงานในมาเลเซีย ประกอบกับนโยบายพลังงานสีเขียวและ Food Security ที่จะยิ่งกระตุ้นความต้องการน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป กดดันอัตรากำไรของธุรกิจเรือ
* **ธุรกิจขนส่งทางรถ:** การเข้าซื้อกิจการ TSSK และ AUTO รวมถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจรถในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2564 เติบโต 15.65%** แตะ 2,090.14 ล้านบาท โดยธุรกิจขนส่งทางรถมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 44.07%
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 9.88%** อยู่ที่ 153.51 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจเรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 18.83% เหลือ 13.79% เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าระวาง
* **ธุรกิจขนส่งทางรถเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่มขึ้น 44.14% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีที่ 22.49%
* **มีการเข้าซื้อกิจการ TSSK และ AUTO** ในเดือนตุลาคม 2564 เพื่อขยายบริการขนส่งก๊าซ ตู้คอนเทนเนอร์ และรถยนต์
* **อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าลง** เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการดำเนินธุรกิจเดินเรือ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้ารวม 2,090.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 282.85 ล้านบาท หรือ 15.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้จากการขนส่งทางเรืออยู่ที่ 1,168.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% ขณะที่รายได้จากการขนส่งทางรถเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 44.14% เป็น 921.19 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 368.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.86% โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 20.01% ในปีก่อนหน้า เหลือ 17.62% เนื่องจากกำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งทางเรือลดลง 26.72% เป็น 161.20 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18.83% เหลือ 13.79%) แม้ว่าธุรกิจขนส่งทางรถจะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 46.26% เป็น 207.13 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 22.16% เป็น 22.49%)
เมื่อหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ และพิจารณารายได้อื่นที่ลดลง (กำไรจากการขายสินทรัพย์ปี 2563 สูงกว่าปี 2564) ทำให้กำไรสุทธิรวมในปี 2564 อยู่ที่ 153.51 ล้านบาท ลดลง 9.88% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 9.43% เหลือ 7.34%
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจขนส่งทางรถ:** การเข้าซื้อกิจการ TSSK และ AUTO ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งก๊าซ ตู้คอนเทนเนอร์ และรถยนต์ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตของรายได้และกำไรในกลุ่มนี้
* **การบริหารจัดการกองรถและเส้นทางเดินรถ:** การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในธุรกิจขนส่งทางรถ ช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นและรองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
* **แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์ม:** หากราคาน้ำมันปาล์มยังคงสูง อาจส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปาล์มในอนาคต (แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุโดยตรงว่า TEAM เกี่ยวข้อง แต่เป็นบริบทของอุตสาหกรรม)
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการดำเนินธุรกิจเดินเรือที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจขนส่งทางเรือ และกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ปริมาณการขนส่งทางเรือที่ลดลง:** การมีเรือขนาดใหญ่ขึ้นอู่ และกองเรือที่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งลดลง 11.73%
* **การแข่งขันในธุรกิจขนส่ง:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมขนส่งมักเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาน้ำมันดิบ:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง:** กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมต้นทุน เช่น การใช้ Economic Speed จะมีประสิทธิภาพเพียงใด
* **ผลประกอบการของธุรกิจขนส่งทางรถ:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากการเข้าซื้อกิจการใหม่ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **ปริมาณการขนส่งทางเรือ:** แนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการขนส่ง หรือการปรับปรุงกองเรือในอนาคต
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**หมายเหตุ:** เอกสารที่ให้มาเป็นของบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจขนส่งทางเรือและทางรถ ไม่ใช่บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี ดังนั้น การวิเคราะห์นี้จะอิงตามข้อมูลที่ได้รับมา โดยจะพยายามเชื่อมโยงกับแนวทางของกลุ่มเทคโนโลยีเท่าที่ข้อมูลจะเอื้ออำนวย แต่ต้องระบุว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้น **ไม่ตรงกับกลุ่มธุรกิจที่ระบุมาในตอนต้น**
**หากพิจารณาตามข้อมูลที่ได้รับ (บริษัท อาม่า มารีน):**
* **รายได้:** รายได้หลักมาจากธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือและทางรถ ซึ่งไม่ใช่รายได้ recurring/subscription ตามที่คาดหวังในกลุ่มเทคโนโลยี
* **R&D:** ไม่มีการกล่าวถึงการลงทุนใน R&D ในเอกสาร
* **Product Mix:** Product mix คือการผสมผสานระหว่างธุรกิจขนส่งทางเรือและทางรถ ซึ่งธุรกิจทางรถกำลังเติบโตและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
* **ลูกค้าหลัก:** ไม่ได้ระบุลูกค้าหลักอย่างชัดเจน แต่เป็นลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งสินค้า
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนน้ำมัน ในขณะที่ธุรกิจรถมี margin ที่ดีกว่า
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** มีการขยายตลาดผ่านการเข้าซื้อกิจการ TSSK และ AUTO
**หากต้องตีความตามกลุ่มเทคโนโลยี (โดยสมมติว่าข้อมูลที่ได้รับมาเป็นของ TEAM จริงๆ และมีลักษณะคล้ายคลึง):**
* **รายได้ Recurring/Subscription:** หาก TEAM มีบริการที่คล้ายคลึงกับ Subscription หรือการให้บริการต่อเนื่อง อาจเป็นจุดแข็งที่ช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอ แต่เอกสารนี้ไม่ได้บ่งชี้
* **R&D:** การลงทุนใน R&D เป็นหัวใจสำคัญของกลุ่มเทคโนโลยี หาก TEAM มีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ หรือสร้างบริการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยบวก
* **Product Mix:** ในบริบทเทคโนโลยี Product Mix อาจหมายถึงสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์/บริการต่างๆ หากมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาร์จิ้นสูง หรือบริการที่เติบโตได้ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญ
* **ลูกค้าหลัก:** การรักษาฐานลูกค้าหลัก และการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ
* **Margin:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงเป็นสิ่งจำเป็นในกลุ่มเทคโนโลยี การควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเป็นกุญแจสำคัญ
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การร่วมมือกับพันธมิตรทางเทคโนโลยี หรือการขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโต
**ข้อควรระวัง:** การวิเคราะห์ในส่วนนี้เป็นการพยายามตีความตามแนวทางกลุ่มเทคโนโลยี แต่ข้อมูลที่ได้รับมานั้น **ไม่สอดคล้องกับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี** และเป็นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจขนส่งเป็นหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 17.19% เป็น 4,118.54 ล้านบาท โดยหลักมาจากการซื้อรถบรรทุกน้ำมันและส่วนควบของกิจการที่เข้าซื้อมาใหม่
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 22.60% เป็น 1,696.75 ล้านบาท สาเหตุหลักจากสัญญาเช่าทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการมีกองรถมากขึ้น รวมถึงเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 13.67% เป็น 2,421.78 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงานและส่วนต่างการแปลงค่างบการเงิน แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล 103.58 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** เป็นบวก 455.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.35%
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** เป็นลบ 387.14 ล้านบาท (ใช้ไป) โดยหลักจากการซื้อหุ้นสามัญ TSSK และ AUTO
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** เป็นลบ 204.61 ล้านบาท (ใช้ไป) โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวและการจ่ายเงินปันผล
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 59.18% เหลือ 91.83 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
TEAM (อาม่า มารีน) ในปี 2564 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออัตรากำไรของธุรกิจขนส่งทางเรือ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากการขยายตัวของธุรกิจขนส่งทางรถและการเข้าซื้อกิจการใหม่ แต่แรงกดดันด้านต้นทุนทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจรถ และโอกาสจากการขยายบริการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEAM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
802.92
ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
-696.27
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-86.72
%
กำไรสุทธิ
79.87
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.95
%
D/E Ratio
0.57
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
803
↑ + 11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-696
↑ + 7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
80
↓ -0.2%
YoY
D/E Ratio
0.57
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.57
ROE (%)
13.99
ROA (%)
8.79
Book Value/หุ้น
2.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-355
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-354.74
+52.64%
|
-232.40
-46.02%
|
-430.54
-232.42%
|
325.13
-227.80%
|
-254.40
-195.88%
|
265.34
+80.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
28.02
+459.28%
|
5.01
-80.28%
|
25.41
+83.86%
|
13.82
-1,046.58%
|
-1.46
-80.99%
|
-7.68
-71.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.73
+56.50%
|
93.12
-72.40%
|
337.35
-223.18%
|
-273.87
-294.07%
|
141.12
-173.58%
|
-191.80
+26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-221.22
+79.33%
|
-123.36
+80.38%
|
-68.39
-224.05%
|
55.13
-134.66%
|
-159.06
-342.14%
|
65.69
-310.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
483.34
+46.40%
|
330.15
+165.59%
|
124.31
-29.76%
|
176.99
+35.47%
|
0.00
-100.00%
|
64.96
-32.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
523.91
+8.39%
|
483.34
+46.40%
|
330.15
+165.59%
|
124.31
-29.76%
|
0.00
-100.00%
|
130.65
+101.12%
|