บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
4.72
+0.26 (+5.83%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6937 out_tok=3367 at=2026-07-26T08:04:16 -->
# TEAM กำไร Q2/65 พุ่ง 24.77% รับยอดขายทุกผลิตภัณฑ์โต – ต้นทุนพุ่งกดดันมาร์จิน
## รายได้รวมโต 34.10% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TEAM ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการได้รับประโยชน์จาก **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่ช่วยหนุนผลกำไรสุทธิให้เติบโตได้ถึง 24.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TEAM ในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตขึ้น คือ **การเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะมอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (BLDC) ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 34.10% เป็น 327.30 ล้านบาท และรายได้รวม 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 44.82% เป็น 678.97 ล้านบาท นอกจากนี้ **กำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ** ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตขึ้น 6.07 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 18.79 ล้านบาทในงวด 6 เดือน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ดีขึ้น โดยสัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 56% ในไตรมาส 2 ปี 2565 จาก 52% ในปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเกิดจากการแข็งค่าของสกุลเงินหลักที่บริษัทใช้ในการค้าขาย ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม แม้กำไรสุทธิจะเติบโต แต่ **อัตรากำไรสุทธิกลับปรับลดลงเล็กน้อย** โดยอัตรากำไรสุทธิ 3 เดือนแรกอยู่ที่ 9.34% ลดลงจาก 10.42% ในปีก่อน และ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 9.73% ลดลงจาก 9.88% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้** ซึ่งมี 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. **ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น:** บริษัทมีการกักตุนสินค้าเพื่อรองรับการผลิตและคาดว่าจะยังสามารถทำกำไรได้
2. **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศสูงขึ้น:** ค่าระวางเรือและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน**
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และมีการเพิ่มคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับการผลิตและราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์ยอดขายในอนาคต
ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเป็นปัจจัยที่ **ลักษณะครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินในแต่ละช่วงเวลา
สำหรับแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพยายามบริหารจัดการเพื่อให้เกิดผลดีต่อบริษัทมากที่สุด แต่ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งในระยะต่อไป ดังนั้น แม้รายได้จะเติบโต แต่การบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 24.77% YoY** เป็น 30.58 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกเติบโต 42.26% YoY** เป็น 63.25 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/65 เพิ่มขึ้น 34.10% YoY** เป็น 327.30 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 44.82% YoY** เป็น 678.97 ล้านบาท
* **สัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น** เป็น 56% ใน Q2/65 จาก 52% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรสุทธิ Q2/65 ปรับลดลงเล็กน้อย** อยู่ที่ 9.34% (3 เดือน) และ 9.73% (6 เดือน) เทียบกับ 10.42% และ 9.88% ในปีก่อน ตามลำดับ
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น** เป็น 84.13% (3 เดือน) และ 83.80% (6 เดือน) จาก 79.61% และ 80.82% ในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักและค่าขนส่งไปต่างประเทศปรับสูงขึ้น** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานของบริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ 30.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.77% เมื่อเทียบกับ 24.51 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีกำไรสุทธิ 63.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.26% เมื่อเทียบกับ 44.46 ล้านบาทในปีก่อน
รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 327.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 309.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.51% สำหรับงวด 6 เดือน รายได้รวมอยู่ที่ 678.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.82% และรายได้จากการขายอยู่ที่ 649.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.41% การเติบโตของรายได้มาจากยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 9.34% (3 เดือน) และ 9.73% (6 เดือน) ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ โดยต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 84.13% (3 เดือน) และ 83.80% (6 เดือน) จากปีก่อนที่ 79.61% และ 80.82% ตามลำดับ
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายมอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (BLDC) ทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตในตลาดโลก
* **การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ:** การกักตุนวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการผลิตและคาดว่าจะยังคงทำกำไรได้ แสดงถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านวัตถุดิบ
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอนและกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นปัจจัยเสริมรายได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับราคาสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศสูงขึ้น:** ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ส่งผลให้ต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลดีจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีความเสี่ยงที่ค่าเงินอาจผันผวนในทิศทางตรงกันข้ามได้
* **การแข่งขันในตลาด:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายอย่างไร
* **สถานการณ์ค่าขนส่งระหว่างประเทศ:** ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์จะคลี่คลายเมื่อใด และจะส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทจะมีมาตรการในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพื่อรักษาอัตรากำไรได้อย่างไร
* **การเติบโตของรายได้ในตลาดต่างประเทศ:** สัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลประกอบการในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้และกำไรได้หรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่ผลิตมอเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ TEAM ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์มอเตอร์ต่างๆ เช่น มอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (BLDC) การที่รายได้จากการขายต่างประเทศมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 56% บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ การที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอาจสะท้อนถึงสภาวะตลาดวัตถุดิบที่ผันผวน หรือความต้องการที่เพิ่มขึ้นของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมอเตอร์เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น BLDC ซึ่งอาจต้องใช้วัสดุพิเศษ การบริหารจัดการต้นทุน R&D หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการพึ่งพิงวัตถุดิบบางประเภท อาจเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทควรพิจารณาในระยะยาว
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ปรับขึ้นตามปกติหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายนั้น เป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานปกติ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,141.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.14% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 706.55 ล้านบาท ซึ่งมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 205.59% เป็น 76.55 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 19.53% เป็น 224.46 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.80% เป็น 367.33 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือส่วนหนึ่งมาจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกล่วงหน้าเพื่อรองรับการผลิตและราคาวัตถุดิบที่แนวโน้มสูงขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 398.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.84% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 350.96 ล้านบาท หลักๆ มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 15.80% เป็น 292.30 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการซื้อวัตถุดิบเพื่อกักตุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 742.61 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น 17.42% เป็น 233.95 ล้านบาท สะท้อนถึงผลกำไรที่บริษัทสามารถสร้างได้
## สรุปท้าย
TEAM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 24.77% หนุนโดยยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ และได้รับอานิสงส์จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางโอกาสในการเติบโตของรายได้ที่ยังคงมีอยู่ บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEAM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
802.92
ล้านบาท
↑ 11.3% YoY
กำไรขั้นต้น
-696.27
ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-86.72
%
กำไรสุทธิ
79.87
ล้านบาท
↓ 0.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.95
%
D/E Ratio
0.57
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
803
↑ + 11.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-696
↑ + 7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
80
↓ -0.2%
YoY
D/E Ratio
0.57
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.57
ROE (%)
13.99
ROA (%)
8.79
Book Value/หุ้น
2.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-355
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-354.74
+52.64%
|
-232.40
-46.02%
|
-430.54
-232.42%
|
325.13
-227.80%
|
-254.40
-195.88%
|
265.34
+80.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
28.02
+459.28%
|
5.01
-80.28%
|
25.41
+83.86%
|
13.82
-1,046.58%
|
-1.46
-80.99%
|
-7.68
-71.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
145.73
+56.50%
|
93.12
-72.40%
|
337.35
-223.18%
|
-273.87
-294.07%
|
141.12
-173.58%
|
-191.80
+26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-221.22
+79.33%
|
-123.36
+80.38%
|
-68.39
-224.05%
|
55.13
-134.66%
|
-159.06
-342.14%
|
65.69
-310.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
483.34
+46.40%
|
330.15
+165.59%
|
124.31
-29.76%
|
176.99
+35.47%
|
0.00
-100.00%
|
64.96
-32.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
523.91
+8.39%
|
483.34
+46.40%
|
330.15
+165.59%
|
124.31
-29.76%
|
0.00
-100.00%
|
130.65
+101.12%
|