บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
0.29
+0.01 (+3.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10636 out_tok=2939 at=2026-07-27T13:10:44 -->
# TCMC พลิกขาดทุน Q2/64 สู่กำไร 37.7 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ฟื้นตัว
## รายได้โตเกือบ 70% จากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ฟื้นตัวหลังคลายล็อกดาวน์ ขณะที่ธุรกิจวัสดุปูพื้นเผชิญแรงกดดัน
บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 37.70 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 64.87 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการเติบโตถึง 69.37% เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจวัสดุปูพื้นยังคงเผชิญความท้าทายจากผลกระทบของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TCMC พลิกจากขาดทุนสุทธิ 64.87 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 37.70 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากการ **ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living)** ซึ่งมีรายได้เติบโตถึง 171.36% และพลิกจากขาดทุนสุทธิ 50.74 ล้านบาท เป็นขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 18.09 ล้านบาท นอกจากนี้ **กลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive)** ยังสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.05 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11.64 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนของกลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) ที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 37.66 ล้านบาท จาก 2.49 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **TCM Living:** การคลายมาตรการล็อกดาวน์ในสหราชอาณาจักรส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและร้านค้าปลีกกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ ทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยังคงเผชิญปัญหาต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นและวิกฤตการณ์ระบบขนส่งทั่วโลกที่ส่งผลต่อต้นทุนและระยะเวลาในการนำเข้าสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ Arlo & Jacob
* **TCM Automotive:** ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์สูงขึ้น และปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถควบคุมอัตราต้นทุนได้ดีขึ้นและพลิกกลับมามีกำไร
* **TCM Flooring:** ยังคงได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แม้จะมีความพยายามปรับตัวเข้าสู่ตลาดที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เช่น กลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยและสำนักงาน แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องสำหรับ TCM Automotive และ TCM Living (แต่ต้องบริหารจัดการต้นทุน)** โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากการคลายล็อกดาวน์และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้น ส่วนกลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น ยังคง **ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว** เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 37.70 ล้านบาท:** ดีขึ้น 41.89% จากขาดทุนสุทธิ 64.87 ล้านบาทใน Q2/63
* **รายได้รวมโต 69.37%:** แตะ 1,746.99 ล้านบาท จาก 1,031.44 ล้านบาทใน Q2/63
* **EBITDA พุ่ง 261.52%:** อยู่ที่ 80.39 ล้านบาท จาก 22.24 ล้านบาทใน Q2/63
* **TCM Living รายได้โต 171.36%:** ได้แรงหนุนจากการคลายล็อกดาวน์ในอังกฤษ แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังเป็นปัญหา
* **TCM Automotive พลิกมีกำไร:** จากขาดทุน 11.64 ล้านบาท เป็นกำไร 18.05 ล้านบาท จากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว
* **TCM Flooring รายได้ลด 27.37%:** ยังคงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และการท่องเที่ยวซบเซา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,746.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,031.44 ล้านบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 261.52% เป็น 80.39 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 37.70 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 64.87 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19
สัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) เพิ่มขึ้นเป็น 69.20% จาก 43.19% ในปีก่อน ขณะที่กลุ่มธุรกิจวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) ลดลงเหลือ 21.07% จาก 49.13% และกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) เพิ่มขึ้นเป็น 9.73% จาก 7.68%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักร:** ส่งผลดีต่อธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) จากการคลายล็อกดาวน์และการกลับมาเปิดทำการของร้านค้า
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** หนุนธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) จากยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบน้อย:** สำหรับธุรกิจวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) เช่น กลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยและสำนักงาน
* **การเข้าซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อ Arlo & Jacob ในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เป็นการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์อย่างต่อเนื่อง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจวัสดุปูพื้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าภาคบริการและท่องเที่ยว
* **ความล่าช้าในการนำเข้าสินค้า:** จากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศและผลกระทบจากโควิด-19 ต่อผู้ผลิตในต่างประเทศ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของกลุ่มบริษัท
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการและการขอพักชำระหนี้เงินกู้ระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จะส่งผลต่ออัตรากำไรของ TCM Living อย่างไร
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ:** จะส่งผลต่อธุรกิจ TCM Flooring ในระยะต่อไปหรือไม่
* **ผลประกอบการของ Arlo & Jacob:** หลังจากการเข้าซื้อกิจการ จะสามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ของทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **แนวโน้มการระบาดของโควิด-19:** และมาตรการควบคุมที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **TCM Living:** แม้รายได้จะเติบโตสูงถึง 171.36% จากการคลายล็อกดาวน์ แต่กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า (371.90% จาก 36.56 ล้านบาท เป็น 172.54 ล้านบาท) ทำให้ % Margin ลดลงจาก 8.21% เป็น 14.27% ซึ่งสะท้อนปัญหาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเพิ่มขึ้นมากถึง 129.95% และ 91.60% ตามลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 18.09 ล้านบาท แต่ดีขึ้นกว่าปีก่อน
* **TCM Flooring:** รายได้ลดลง 27.37% แต่สามารถควบคุมต้นทุนการขายและบริการได้ดีขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเพียง 33.54% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ที่ 37.51% แม้จะต่ำกว่าปีก่อนที่ 41.00% แต่ถือว่าบริหารจัดการได้ดีเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายการขายเพิ่มขึ้นมากถึง 85.72% ทำให้ภาพรวมธุรกิจขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 37.66 ล้านบาท
* **TCM Automotive:** มีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นถึง 114.70% พร้อมกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตราต้นทุน ทำให้กำไรขั้นต้นพลิกจากขาดทุน 1.09 ล้านบาท เป็นกำไร 36.63 ล้านบาท และ % Margin พุ่งขึ้นจาก -1.37% เป็น 21.54% ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเพิ่มขึ้นตามยอดขาย ทำให้ธุรกิจพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.05 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,553.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.31% จากสิ้นปี 2563 โดยมีหนี้สินรวม 5,780.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.32% และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 2,772.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.54% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 1.92:1 เป็น 2.08:1 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย
อัตราส่วนสภาพคล่องรวมอยู่ที่ 1.38 เท่า ลดลงจาก 1.57 เท่าในปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการดำเนินงาน อัตราหมุนเวียนลูกหนี้การค้าดีขึ้นเป็น 5.37 เท่า และอัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลังอยู่ที่ 6.56 เท่า สูงกว่าปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์หมุนเวียนที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม อัตราตอบแทนผู้ถือหุ้นและอัตราตอบแทนจากสินทรัพย์ยังคงติดลบ (-3.51% และ -0.62% ตามลำดับ) และอัตราหมุนเวียนของสินทรัพย์ค่อนข้างต่ำ (0.42 เท่า) สะท้อนถึงผลกระทบจากการขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยังคงมีอยู่
## สรุปท้าย
TCMC สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 ได้ จากการฟื้นตัวของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และธุรกิจยานยนต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงมีต่อธุรกิจวัสดุปูพื้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตและผลกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCMC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,203.91
ล้านบาท
↓ 19.9% YoY
กำไรขั้นต้น
444.11
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.89
%
กำไรสุทธิ
14.41
ล้านบาท
↓ 102.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.20
%
D/E Ratio
5.11
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,204
↓ -19.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
444
↑ + 1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -102.3%
YoY
D/E Ratio
5.11
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCMC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.11
ROE (%)
-73.81
ROA (%)
-12.57
Book Value/หุ้น
0.95
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCMC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+87
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCMC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
87.33
-136.51%
|
-239.21
+329.85%
|
-55.65
+30.91%
|
-42.51
-86.58%
|
-316.87
-156.27%
|
563.09
+5.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.90
-97.17%
|
138.02
-6.93%
|
148.29
+198.67%
|
49.65
-32.42%
|
73.47
-74.21%
|
284.87
-572.19%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
160.55
-37.54%
|
257.03
+1,137.51%
|
20.77
-106.83%
|
-304.05
-740.91%
|
47.44
-107.83%
|
-606.22
+6.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
147.72
-40.63%
|
248.82
-9.96%
|
276.35
-193.08%
|
-296.90
+51.52%
|
-195.95
-181.06%
|
241.73
-349.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
413.38
-12.12%
|
470.40
-23.52%
|
615.06
+28.10%
|
480.14
-28.57%
|
672.22
+57.88%
|
425.77
-19.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
452.79
+9.53%
|
413.38
-12.12%
|
470.40
-23.52%
|
615.06
+28.10%
|
480.14
-28.57%
|
672.22
+57.88%
|