บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
4.60
0.04 (0.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยหฃักเกิดจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 24.47%YoY ใช้กลยุทธ์ในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมร้านค้าทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การเพิ่มการกระจายสินค้า ในช่องทาง ร้านค้าปลีกดั้งเดิม, ห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ และแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่องทาง โดยเลือกช่องทางจัด จําหน่ายที่สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทยังกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อย่างเช่นกลุ่มธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช ภายใต้ ตราสินค้า “LottoFood” เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สําหรับผู้บริโภค
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้ มีค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจําหน่าย เพิ่มขึ้น 34.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.38 มีการโฆษณาสินค้าผ่านสื่อต่างๆมากขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้าให้กับผู้บริโภคและเพื่อช่วยสนับสุนทางด้านการขาย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4452 out_tok=2861 at=2026-07-26T06:50:53 -->
# SWC กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 190% รับรายได้รวมโต 7.5% จากเคมีเคหะภัณฑ์และอาหาร
## รายได้รวมโตต่อเนื่อง 7.5% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 190% ขณะที่ต้นทุนขายลดลงและบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC รายงานผลประกอบการงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 47.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 190.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายรวม 7.49% ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและทำกิจกรรมส่งเสริมการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SWC ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 190.84% ในงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 มาจาก **การเติบโตของรายได้จากการขายรวม 7.49%** ซึ่งเป็นผลจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ครอบคลุมในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน:
* **กลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์:** สามารถกระจายสินค้าได้ครอบคลุมร้านค้าทั่วประเทศมากขึ้นในทุกช่องทางจัดจำหน่าย โดยเฉพาะช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ที่รายได้เพิ่มขึ้น 19.33% และร้านค้าปลีกดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้น 5.34% รวมถึงช่องทางขายอุตสาหกรรมที่เติบโต 3.64% จากสินค้ากลุ่มราดพื้นป้องกันปลวก
* **กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม:** มีการปรับรูปแบบการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
* **ธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’:** รายได้เติบโตโดดเด่นถึง 87.04% จากการเปลี่ยนระบบกระจายสินค้า และตลาดส่งออกเติบโตถึง 142.43% จากการได้ลูกค้ารายใหม่และยอดสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ
* **ธุรกิจนม ‘ฮอกไกโด’:** รายได้เพิ่มขึ้น 9.69% จากการเพิ่มช่องทางและจำนวนสาขา
* **ธุรกิจเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’:** แม้รายได้ในประเทศลดลง 52.79% จากการปรับราคาเพื่อการแข่งขัน แต่รายได้ตลาดส่งออกกลับเติบโตสูงถึง 105.91% จากการขยายการกระจายสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด
ในด้านต้นทุนขาย บริษัทมีต้นทุนขายลดลงจาก 66.88% เป็น 64.88% ของยอดขาย ซึ่งเป็นผลจากการปรับราคาขายสินค้า อ้างอิงราคาตลาดและคู่แข่ง การมุ่งเน้นขายสินค้ากลุ่มกำไรสูง และการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 10.26% เนื่องจากการทำกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.58% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ ที่มีการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าและขยายตลาดส่งออก ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีจากการได้ลูกค้ารายใหม่และยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การที่บริษัทมุ่งเน้นการขายสินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มและปัจจัยด้านราคาอาจยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566:** 47.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.84% YoY
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 2566:** 1,311.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.49% YoY
* **ต้นทุนขาย:** ลดลงจาก 66.88% เป็น 64.88% ของยอดขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 10.26% YoY
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 6.58% YoY
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 2.45% จากสิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 6.28% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 9.18% จากสิ้นปี 2565 จากการจ่ายปันผล
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,311.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์ที่สามารถกระจายสินค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น และกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าและขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ ที่เติบโตอย่างโดดเด่น
ในขณะที่ต้นทุนขายลดลงจาก 66.88% เป็น 64.88% ของยอดขาย เนื่องจากการปรับราคาขายสินค้า การมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง และการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ gross profit margin ปรับตัวดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 10.26% จากการลงทุนในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและกิจกรรมที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.58% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
ผลลัพธ์โดยรวมทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 47.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 190.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** ความสำเร็จในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมร้านค้าทั่วประเทศในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตในตลาดส่งออก:** การได้ลูกค้ารายใหม่และการเพิ่มยอดสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ และธุรกิจเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่
* **การมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง:** การปรับกลยุทธ์การขายไปสู่สินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น จะช่วยหนุนผลประกอบการในระยะยาว
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรที่ดี
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับราคาขายสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ เพื่อการแข่งขันในตลาด อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรในประเทศ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการต้นทุนได้ดี แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตอาจเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภคต่อสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อาจส่งผลต่อยอดขาย
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การเติบโตของรายได้จากการส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในตลาดส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ และเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’
* ผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดเครื่องดื่มในประเทศ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม
* การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization) โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่คึกคัก
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เป็นสัญญาณที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโดยตรง แต่กล่าวถึงการปรับราคาขายสินค้าอ้างอิงจากราคาตลาดและคู่แข่ง
* **GPM:** การที่ต้นทุนขายลดลงจาก 66.88% เป็น 64.88% ของยอดขาย บ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของ Gross Profit Margin (GPM)
* **ส่งออก:** มีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (ถั่ว ‘มารูโจ้’ +142.43%, เครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ +105.91%)
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในงวดนี้
* **สินค้าคงคลัง:** มีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 1,242.34 ล้านบาท ลดลง 2.45% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักลดลงจากสินทรัพย์หมุนเวียนจากการบริหารลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 588.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.28% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 653.40 ล้านบาท ลดลง 9.18% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายปันผล
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SWC โชว์ผลประกอบการงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 190.84% จากการขยายตัวของรายได้ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ การเติบโตของตลาดส่งออกในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SWC ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
508.36
ล้านบาท
↑ 14.2% YoY
กำไรขั้นต้น
243.88
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.97
%
กำไรสุทธิ
43.08
ล้านบาท
↑ 67.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.47
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
508
↑ + 14.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
244
↑ + 11.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
43
↑ + 67.2%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SWC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
20.94
ROA (%)
18.58
Book Value/หุ้น
1.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SWC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+24
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SWC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-111.03
+4.02%
|
-106.74
+195.11%
|
-36.17
-60.45%
|
-91.45
-36.44%
|
-143.87
-185.31%
|
168.65
+83.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
23.61
+2,438.71%
|
0.93
-98.48%
|
61.08
+329.84%
|
14.21
-21.79%
|
18.17
-173.06%
|
-24.87
-21.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
65.66
-63.94%
|
182.09
-775.66%
|
-26.95
-83.69%
|
-165.27
-208.92%
|
151.74
-208.71%
|
-139.58
-477.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-22.07
-130.55%
|
72.24
-16,518.18%
|
-0.44
-99.82%
|
-244.62
-1,141.82%
|
23.48
+265.16%
|
6.43
-93.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
447.97
+37.21%
|
326.48
+4.92%
|
311.18
+20.35%
|
258.57
+16.89%
|
221.20
+2.99%
|
214.77
+78.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
532.87
+18.95%
|
447.97
+37.21%
|
326.48
+4.92%
|
311.18
+20.35%
|
258.57
+16.89%
|
221.20
+2.99%
|