บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
4.60
0.04 (0.86%)
สรุปสั้น
กำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยหฃักเกิดจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 24.47%YoY ใช้กลยุทธ์ในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมร้านค้าทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การเพิ่มการกระจายสินค้า ในช่องทาง ร้านค้าปลีกดั้งเดิม, ห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ และแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่องทาง โดยเลือกช่องทางจัด จําหน่ายที่สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทยังกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อย่างเช่นกลุ่มธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช ภายใต้ ตราสินค้า “LottoFood” เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สําหรับผู้บริโภค
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้ มีค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจําหน่าย เพิ่มขึ้น 34.27 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.38 มีการโฆษณาสินค้าผ่านสื่อต่างๆมากขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้าให้กับผู้บริโภคและเพื่อช่วยสนับสุนทางด้านการขาย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7400 out_tok=2614 at=2026-07-26T07:32:59 -->
# SWC กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 โต 26.48% รับแรงหนุนธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์-อาหารและเครื่องดื่ม
## รายได้รวมโต 2.99% ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์กระจายสินค้า-โปรโมชั่น-พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 35.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโต 2.99% จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SWC ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 26.48% หรือ 6.92 ล้านบาท เป็น 33.07 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 2.99% เป็น 875.82 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสำคัญ ดังนี้:
* **กลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์:** การกระจายสินค้าที่ครอบคลุมร้านค้าทั่วประเทศมากขึ้น การจัดเรียงและการมองเห็นสินค้าที่ดีขึ้นในทุกช่องทาง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ที่รายได้เติบโตถึง 31.41% และช่องทางอุตสาหกรรมที่เติบโต 6.98% จากสินค้ากลุ่มราดพื้นป้องกันปลวก
* **กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม:**
* **ธุรกิจถั่ว (แบรนด์ ‘มารูโจ้’):** รายได้เติบโตโดดเด่นถึง 83.31% จากการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าทั่วประเทศ ทำให้กระจายสินค้าได้มากขึ้น และรายได้ตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น 75.21%
* **ธุรกิจนม (แบรนด์ ‘ฮอกไกโด’):** รายได้เติบโต 5.89% จากการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
* **ธุรกิจเครื่องดื่ม (แบรนด์ ‘ซุปเปอร์ไฟต์’):** แม้รายได้ในประเทศจะลดลง 58.12% จากการปรับราคาเพื่อแข่งขัน แต่รายได้ตลาดส่งออกกลับเติบโตสูงถึง 381.44% จากการขยายการกระจายสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
นอกจากนี้ บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายลดลงจาก 65.48% เป็น 64.78% ของยอดขาย เนื่องจากมีการปรับราคาขายและมุ่งเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.66% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่บริษัทมีการปรับรูปแบบการกระจายสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และขยายตลาดส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มในประเทศที่นำไปสู่การปรับราคาอาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ส่วนกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ การรักษาประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายและการส่งเสริมการขายจะเป็นกุญแจสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566:** 35.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.48% YoY
* **รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 2566:** 875.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.99% YoY
* **ธุรกิจเคมีเคหะภัณฑ์:** เติบโตจากการขยายช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (+31.41%) และช่องทางอุตสาหกรรม (+6.98%)
* **ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:** ธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ โตแรง (+83.31%) ธุรกิจนม ‘ฮอกไกโด’ โตต่อเนื่อง (+5.89%) และธุรกิจเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ โตในตลาดส่งออก (+381.44%)
* **ต้นทุนขาย:** ลดลงเป็น 64.78% ของยอดขาย จากการปรับราคาและเน้นสินค้ากำไรสูง
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** ลดลง 12.66% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 35.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92 ล้านบาท หรือ 26.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.15 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 875.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.42 ล้านบาท หรือ 2.99% โดยมีต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย ทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น 10.78% จากการโฆษณาและการตลาดที่เข้มข้นขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.66%
## โอกาส
* **การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย:** การเข้าถึงร้านค้าทั่วประเทศที่มากขึ้นในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น "ซุปเปอร์ไฟต์พลัสซี" เพื่อเพิ่มทางเลือกและขยายฐานลูกค้า
* **การเติบโตในตลาดส่งออก:** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีอัตราการเติบโตสูงในตลาดต่างประเทศ
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาด:** โดยเฉพาะในธุรกิจเครื่องดื่ม ที่อาจส่งผลต่อการปรับราคาขายและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าในแต่ละกลุ่ม
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** แม้ปัจจุบันจะมีการบริหารจัดการที่ดี แต่ความผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ โดยเฉพาะช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
* ผลตอบรับและการเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในบางกลุ่มสินค้า
* การขยายตลาดส่งออกในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมทางการตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization & Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ utilization rate หรือ order book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์ โดยเฉพาะช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (+31.41%) และช่องทางอุตสาหกรรม (+6.98%) บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือการตอบสนองต่อคำสั่งซื้อได้ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย (จาก 65.48% เป็น 64.78%) และการที่บริษัทมุ่งเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หรืออาจเป็นผลจากการปรับราคาขายที่สูงขึ้น
* **GPM (Gross Profit Margin):** แม้ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย และการเน้นสินค้ากำไรสูง บ่งชี้ถึงแนวโน้ม GPM ที่ดีขึ้น
* **การส่งออก:** มีการเติบโตที่โดดเด่นในตลาดส่งออกของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจถั่ว ‘มารูโจ้’ (+75.21%) และธุรกิจเครื่องดื่ม ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ (+381.44%)
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ส่งออกอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 1,308.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.77% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและอุปกรณ์เพื่อรองรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 666.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.33% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 642.08 ล้านบาท ลดลง 10.75% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายปันผล
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SWC โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.48% จากการขับเคลื่อนของรายได้ที่เติบโต 2.99% เป็นผลจากกลยุทธ์การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการขาย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์และอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดส่งออกของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม แม้จะมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม และความผันผวนของต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SWC ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
508.36
ล้านบาท
↑ 14.2% YoY
กำไรขั้นต้น
243.88
ล้านบาท
↑ 11.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
47.97
%
กำไรสุทธิ
43.08
ล้านบาท
↑ 67.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.47
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
508
↑ + 14.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
244
↑ + 11.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
43
↑ + 67.2%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SWC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
20.94
ROA (%)
18.58
Book Value/หุ้น
1.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SWC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-111
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+24
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SWC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-111.03
+4.02%
|
-106.74
+195.11%
|
-36.17
-60.45%
|
-91.45
-36.44%
|
-143.87
-185.31%
|
168.65
+83.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
23.61
+2,438.71%
|
0.93
-98.48%
|
61.08
+329.84%
|
14.21
-21.79%
|
18.17
-173.06%
|
-24.87
-21.17%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
65.66
-63.94%
|
182.09
-775.66%
|
-26.95
-83.69%
|
-165.27
-208.92%
|
151.74
-208.71%
|
-139.58
-477.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-22.07
-130.55%
|
72.24
-16,518.18%
|
-0.44
-99.82%
|
-244.62
-1,141.82%
|
23.48
+265.16%
|
6.43
-93.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
447.97
+37.21%
|
326.48
+4.92%
|
311.18
+20.35%
|
258.57
+16.89%
|
221.20
+2.99%
|
214.77
+78.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
532.87
+18.95%
|
447.97
+37.21%
|
326.48
+4.92%
|
311.18
+20.35%
|
258.57
+16.89%
|
221.20
+2.99%
|