บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.50
0.50 (8.33%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7892 out_tok=2167 at=2026-07-26T07:32:19 -->
# SVI กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 33.3% รับผลกระทบเศรษฐกิจโลกฉุดรายได้
## รายได้รวมวูบ 7.3% เทียบ Q2/65 ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 132 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากภาวะเศรษฐกิจโลกและต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 5,695 ล้านบาท ลดลง 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 33.3% หรือ 132 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SVI ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 33.3% (132 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **รายได้รวมที่ลดลง 7.3% (450 ล้านบาท)** เป็นหลัก แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คำสั่งซื้อสินค้าลดลง ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมโลกที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มที่เติบโตได้กว่า 200 ราย แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากลูกค้าหลักที่ลดคำสั่งซื้อลงได้
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) แม้จะมีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 6.9% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 8.7% ในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ได้แก่ **รายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น** จาก 20 ล้านบาท เป็น 49 ล้านบาท และ **ค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้น** จาก 23 ล้านบาท เป็น 29 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากถ้อยคำของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "บริษัทมีรายได้ที่ลดลงจากกำลังซื้อในโลกแต่บริษัทสามารถควบคุมและบริหารจัดการในการทำกำไรได้" และ "สภาวะเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว" บ่งชี้ว่าปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจโลกอาจยังคงอยู่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและฐานลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในอนาคต ต้องติดตามแนวโน้มคำสั่งซื้อและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 5,695 ล้านบาท ลดลง 7.3% YoY** จาก 6,145 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 281 ล้านบาท ลดลง 33.3% YoY** จาก 421 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 6.9% ใน Q2/65 เป็น 8.7% ใน Q2/66
* **กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) เพิ่มขึ้น 16.6% QoQ** แต่ลดลง 7.6% YoY
* **มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น** จาก 20 ล้านบาท เป็น 49 ล้านบาท
* **สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง** จาก 13,933 ล้านบาท เป็น 10,042 ล้านบาท โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 5,695 ล้านบาท ลดลง 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 4.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อที่ลดลงในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 33.3% YoY มาอยู่ที่ 281 ล้านบาท โดยมีปัจจัยกดดันจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการ รายได้รวมอยู่ที่ 3,822 ล้านบาท ลดลง 6.4% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 255 ล้านบาท ลดลง 39.4% YoY
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าใหม่:** บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มที่เติบโตได้กว่า 200 ราย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อสินค้าและรายได้ของบริษัท ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การพึ่งพิงลูกค้าหลัก:** แม้จะมีการขยายฐานลูกค้าใหม่ แต่การลดลงของคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักและลูกค้าใหม่ในไตรมาส 3/2566
* สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน
* แผนการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) SVI ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวัฏจักรเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค การที่รายได้รวมลดลง 7.3% YoY สะท้อนถึงภาวะอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย การที่ฝ่ายจัดการสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นได้ แสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสภาวะที่ยากลำบาก การขยายฐานลูกค้าใหม่กว่า 200 ราย เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการลดการพึ่งพิงลูกค้าเดิม และเป็นการเปิดโอกาสในการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทมีการดำเนินงานในหลายประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,939 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 13,933 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 206 ล้านบาท และหนี้คดีที่ลดลง 155 ล้านบาท ในขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8,940 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าจำนวน 46 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.74 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 4,534 ล้านบาท ลดลงจาก 4,993 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SVI เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 7.3% และกำไรสุทธิหดตัว 33.3% แม้จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและขยายฐานลูกค้าใหม่ แต่ปัจจัยภายนอกยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อและทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SVI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
4,756.82
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
375.93
ล้านบาท
↓ 24% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.90
%
กำไรสุทธิ
208.52
ล้านบาท
↓ 35.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.38
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,757
↓ -11.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
376
↓ -24%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
209
↓ -35.8%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SVI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
9.27
ROA (%)
6.26
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SVI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,642
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SVI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,641.77
+57.78%
|
-1,040.53
-20.99%
|
-1,316.92
-752.23%
|
201.91
-115.59%
|
-1,295.15
-217.50%
|
1,102.26
-34.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-57.04
-80.27%
|
-289.17
-138.73%
|
746.61
+371.55%
|
158.33
-137.10%
|
-426.77
-171.97%
|
593.00
-299.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,476.52
+163.43%
|
940.12
+56.75%
|
599.74
-165.05%
|
-922.01
-129.48%
|
3,127.11
-334.58%
|
-1,333.09
+64.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
624.01
-285.00%
|
-337.31
+569.40%
|
-50.39
-92.62%
|
-683.07
-152.74%
|
1,295.26
+247.11%
|
373.16
-28.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,227.31
+33.70%
|
917.99
+28.21%
|
716.02
+24.43%
|
575.44
-53.55%
|
1,238.83
+43.11%
|
865.67
+151.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,285.08
+4.71%
|
1,227.31
+33.70%
|
917.99
+28.21%
|
716.02
+24.43%
|
575.44
-53.55%
|
1,238.83
+43.11%
|