บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.50
0.50 (8.33%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5802 out_tok=2629 at=2026-07-26T06:55:23 -->
# SVI โชว์รายได้-กำไร Q2/2565 ทะยานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับดีมานด์พุ่ง-ขยายกำลังผลิต
## รายได้-กำไร Q2/2565 พุ่งแรงเกินคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกลุ่มลูกค้าสื่อสาร-ระบบเครือข่าย ขณะที่การขยายกำลังผลิตยังเป็นไปตามแผน
บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีรายได้รวม 5,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 155.2% ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าทุกกลุ่ม แม้จะเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SVI ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยรายได้รวมอยู่ที่ 5,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 155.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากทุกกลุ่มลูกค้า** เป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **ยอดขายกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่าย, ระบบควบคุมอุตสาหกรรม, และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ไร้สาย** ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตในไตรมาสนี้ แม้จะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
นอกจากนี้ **อัตราการทำกำไรขั้นต้นรวมยังปรับตัวสูงขึ้น** จาก 8.1% ในไตรมาส 2 ปี 2564 มาอยู่ที่ 8.3% ในไตรมาส 2 ปี 2565 และสูงขึ้นจาก 7.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรืออาจเป็นผลมาจากการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น ประกอบกับการที่กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมรายได้อื่น) เพิ่มขึ้นถึง 101.3% บ่งชี้ถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่า **การดำเนินการขยายพื้นที่การผลิตยังคงเป็นไปตามแผนงานซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในปี 2565** ซึ่งบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากทุกกลุ่มลูกค้าอาจเป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยในปัจจุบัน ซึ่งต้องประเมินแนวโน้มในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์:** SVI ทำรายได้รวม 5,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6% YoY และ 4.3% QoQ
* **กำไรสุทธิพุ่งแรง:** กำไรสุทธิรวม 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.2% YoY และ 60.7% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นรวม 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.5% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 8.3% จาก 8.1% ในปีก่อน
* **กำไรจากการดำเนินงานโตเกิน 100%:** กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมรายได้อื่น) อยู่ที่ 304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.3% YoY
* **การขยายกำลังผลิตคืบหน้า:** การขยายพื้นที่การผลิตเป็นไปตามแผน คาดแล้วเสร็จภายในปี 2565
* **สินค้าคงคลังและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น:** สินค้าคงคลังเพิ่ม 1,310 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าเพิ่ม 970 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 5,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 55.6% เมื่อเทียบกับ 3,831 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 และเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับ 5,715 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.5% YoY และ 22.0% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 8.3% จาก 8.1% ในปีก่อนหน้า กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมรายได้อื่น) เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 101.3% YoY มาอยู่ที่ 304 ล้านบาท และสุดท้าย กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 155.2% YoY และ 60.7% QoQ
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าสูงต่อเนื่อง:** ความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่าย, ระบบควบคุมอุตสาหกรรม, และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ไร้สาย เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันรายได้
* **การขยายกำลังการผลิต:** การขยายพื้นที่การผลิตที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและมาร์จิ้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและอาจรวมถึงการปรับปรุง Product Mix ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ:** แม้บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการได้ในปัจจุบัน แต่ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้าได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิได้หากแนวโน้มยังคงอยู่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย อาจเป็นแรงกดดันต่อกำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการสินค้า:** การเติบโตของความต้องการสินค้าจากกลุ่มลูกค้าหลักจะยังคงต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ:** บริษัทฯ จะสามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างไรในระยะยาว
* **ความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างและการติดตั้งเครื่องจักรจะเป็นไปตามแผนและทันเวลาหรือไม่
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ทิศทางของค่าเงินบาทจะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** อัตรากำไรขั้นต้นจะสามารถรักษาหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) SVI ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม **อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่าย** ซึ่งเป็นตลาดที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึง **ระบบควบคุมอุตสาหกรรม** ที่ได้รับแรงหนุนจากการนำเทคโนโลยี Industry 4.0 มาใช้ และ **อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ไร้สาย** ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
การที่ SVI สามารถบันทึกรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 1,310 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 970 ล้านบาท สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และการบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์
การที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการขยายกำลังการผลิตที่แล้วเสร็จภายในปี 2565 บ่งชี้ถึงการมองเห็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว และการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจ EMS ที่ต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับขนาดการผลิตได้ตามความต้องการของตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 งบการเงินรวมของ SVI แสดงให้เห็นถึงสินทรัพย์รวม 18,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือสุทธิ 1,310 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,545 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 659 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 970 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้นยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ที่ 0.99 เท่า โดยส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,388 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 495 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 30% ของยอดขาย จาก 31% ในไตรมาสก่อนหน้า
## สรุปท้าย
SVI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยรายได้และกำไรสุทธิที่ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ขับเคลื่อนโดยความต้องการสินค้าที่พุ่งสูงในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสารและระบบเครือข่าย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นดีขึ้น แม้จะเผชิญความท้าทายด้านวัตถุดิบ การขยายกำลังการผลิตที่คืบหน้าตามแผนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการเติบโตในอนาคต ขณะที่นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มความต้องการสินค้าต่อเนื่อง ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SVI ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
4,756.82
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
375.93
ล้านบาท
↓ 24% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.90
%
กำไรสุทธิ
208.52
ล้านบาท
↓ 35.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.38
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,757
↓ -11.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
376
↓ -24%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
209
↓ -35.8%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SVI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
9.27
ROA (%)
6.26
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SVI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,642
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SVI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,641.77
+57.78%
|
-1,040.53
-20.99%
|
-1,316.92
-752.23%
|
201.91
-115.59%
|
-1,295.15
-217.50%
|
1,102.26
-34.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-57.04
-80.27%
|
-289.17
-138.73%
|
746.61
+371.55%
|
158.33
-137.10%
|
-426.77
-171.97%
|
593.00
-299.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,476.52
+163.43%
|
940.12
+56.75%
|
599.74
-165.05%
|
-922.01
-129.48%
|
3,127.11
-334.58%
|
-1,333.09
+64.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
624.01
-285.00%
|
-337.31
+569.40%
|
-50.39
-92.62%
|
-683.07
-152.74%
|
1,295.26
+247.11%
|
373.16
-28.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,227.31
+33.70%
|
917.99
+28.21%
|
716.02
+24.43%
|
575.44
-53.55%
|
1,238.83
+43.11%
|
865.67
+151.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,285.08
+4.71%
|
1,227.31
+33.70%
|
917.99
+28.21%
|
716.02
+24.43%
|
575.44
-53.55%
|
1,238.83
+43.11%
|