บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
12.20
+0.20 (+1.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5845 out_tok=2651 at=2026-07-26T06:53:59 -->
# STP กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 12.3% YoY ต้นทุนวัตถุดิบ-จ้างผลิตนอกพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## รายได้รวมโต 2.6% แต่ต้นทุนพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ฝ่ายจัดการเร่งขยายกำลังผลิตรับดีมานด์
บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิลดลง 4.4 ล้านบาท หรือ 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะปรับเพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท หรือ 2.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการต้องจ้างบุคคลภายนอกผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ STP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างกระดาษ และการที่บริษัทต้องพึ่งพาการจ้างบุคคลภายนอกผลิต (Outsource) ในบางขั้นตอนการผลิต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แบบประกบลูกฟูก ซึ่งมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง:** ราคาของกระดาษซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ประกอบกับต้นทุนแปลงสภาพ (Conversion Cost) ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
2. **การจ้างผลิตภายนอกเพิ่มขึ้น:** ในช่วงไตรมาส 2/2565 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์แบบประกบลูกฟูกเพิ่มขึ้นเป็น 58% จากเดิม 48% ในปีก่อนหน้า ทำให้คำสั่งซื้อเกินกว่ากำลังการผลิตภายในของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาช่วยผลิตในบางขั้นตอน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์แบบประกบลูกฟูกและต้นทุนขายโดยรวมปรับสูงขึ้น
3. **การโอนค่าใช้จ่ายพนักงาน:** ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 เป็นต้นมา บริษัทได้โอนเงินเดือนและผลประโยชน์ของผู้บริหาร 2 ท่านที่ดูแลงานการผลิตโดยตรงไปรวมเป็นต้นทุนของการผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายในงวดปัจจุบันสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังไม่ได้ปรับปรุงเกณฑ์นี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตด้วยการซื้อเครื่องทำลอนและประกบลูกฟูกภายในปีนี้ ซึ่งหากติดตั้งแล้วเสร็จจะช่วยบริหารต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์แบบประกบลูกฟูกได้ดีขึ้น และสามารถรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง:** กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 31.4 ล้านบาท ลดลง 4.4 ล้านบาท หรือ 12.3% YoY
* **รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 290.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท หรือ 2.6% YoY โดยมีลูกค้าหลักในกลุ่มอาหาร
* **กำไรขั้นต้นหดตัว:** กำไรขั้นต้นลดลง 8.7 ล้านบาท หรือ 14.5% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการจ้างผลิตภายนอก
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** ปัจจัยหลักมาจากราคากระดาษที่เพิ่มขึ้น, ต้นทุนแปลงสภาพ, และการจ้างบุคคลภายนอกผลิต
* **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทมีแผนลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและบริหารต้นทุนในอนาคต
* **เงินสดเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน:** ณ สิ้นไตรมาส 2/65 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 304.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 290.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มอาหารที่เพิ่มยอดสั่งผลิตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 14.5% มาอยู่ที่ 105.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 12.3% มาอยู่ที่ 31.4 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ารายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.6% แต่กำไรสุทธิลดลง 8.4% หรือ 5.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
## โอกาส
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** แผนการลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะเครื่องทำลอนและประกบลูกฟูก จะช่วยให้บริษัทสามารถรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ และบริหารต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้นในอนาคต
* **ฐานลูกค้าหลักแข็งแกร่ง:** การที่ลูกค้าหลักในกลุ่มอาหารยังคงเพิ่มยอดสั่งผลิตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังคงมีอยู่
* **การบริหารสภาพคล่อง:** การได้รับเงินจากการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมรองรับการลงทุนและการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กระดาษ และต้นทุนพลังงานที่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
* **การพึ่งพาการจ้างผลิตภายนอก:** การต้องจ้างบุคคลภายนอกผลิตในบางขั้นตอนอาจส่งผลต่ออัตรากำไร และความสามารถในการควบคุมคุณภาพและกำหนดการส่งมอบ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเสมอ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการติดตั้งเครื่องจักรใหม่:** การติดตั้งเครื่องทำลอนและประกบลูกฟูกจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและกำลังการผลิตในอนาคตอย่างไร
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น กระดาษ และต้นทุนพลังงาน จะส่งผลต่อ GPM ในไตรมาสถัดไป
* **สัดส่วนการจ้างผลิตภายนอก:** บริษัทจะสามารถลดการพึ่งพาการจ้างผลิตภายนอกลงได้หรือไม่ เมื่อกำลังการผลิตภายในเพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของคำสั่งซื้อ:** การรักษาโมเมนตัมการเพิ่มยอดสั่งผลิตจากลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มอาหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ฝ่ายจัดการระบุว่าพยายามรักษาสมดุลของการผลิตที่ใช้เต็มอัตรากำลังการผลิตแล้วกับการรับคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังการผลิตบางส่วนอาจถูกใช้งานเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แบบประกบลูกฟูกที่ต้องจ้างผลิตภายนอก
* **Order Book:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่ลูกค้าหลักเพิ่มยอดสั่งผลิตอย่างต่อเนื่อง และการที่บริษัทต้องจ้างผลิตภายนอก สะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักคือ "กระดาษ" ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน จาก 36.4% ใน Q2/64 มาอยู่ที่ 36.2% ใน Q2/65 (คำนวณจากเอกสาร) ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงสัดส่วนการส่งออกในเอกสาร
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 8.5 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 14.4 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับราคาเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 847.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.4% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 193.6% เป็นผลหลักจากเงินสดและเงินฝากธนาคารที่เพิ่มขึ้น 282.8 ล้านบาท จากเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย นอกจากนี้ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 234.1 ล้านบาท ลดลง 3.6% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 613.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.6% จากสิ้นปี 2564 เป็นผลจากการเพิ่มทุนจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 37.2 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 42.6 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ และกระแสเงินสดสุทธิได้มาในกิจกรรมจัดหาเงิน 288.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบหลักอย่างกระดาษ และการที่บริษัทต้องจ้างผลิตภายนอกเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เติบโต แม้รายได้รวมจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหานี้ในอนาคต และมีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าแผนการขยายกำลังการผลิตจะสามารถช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้มากน้อยเพียงใดในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
188.85
ล้านบาท
↑ 1.4% YoY
กำไรขั้นต้น
55.15
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.20
%
กำไรสุทธิ
36.01
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.07
%
D/E Ratio
0.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
189
↑ + 1.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
36
↓ -7.6%
YoY
D/E Ratio
0.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.27
ROE (%)
19.66
ROA (%)
19.95
Book Value/หุ้น
9.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-113
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+190
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-112.70
+150.95%
|
-44.91
-839.87%
|
6.07
-115.36%
|
-39.52
-131.38%
|
125.96
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
189.51
-1,687.19%
|
-11.94
-79.43%
|
-58.05
+14.43%
|
-50.73
+117.91%
|
-23.28
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
117.34
+236.12%
|
34.91
-35.38%
|
54.02
-119.03%
|
-283.84
+198.37%
|
-95.13
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-19.45
-11.35%
|
-21.94
-1,165.05%
|
2.06
-100.55%
|
-374.08
-5,054.70%
|
7.55
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
19.09
+1.06%
|
18.89
-13.27%
|
21.78
+53.06%
|
14.23
+15.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
30.42
+59.35%
|
19.09
+1.06%
|
18.89
-13.28%
|
0.00
|