SSP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SSP
บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
3.92
0.04 (1.01%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)
📅 ข้อมูลสำคัญ: OPPDAY งวด Q1 ปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026)
- ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2569 / ค.ศ. 2026
- ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025

---

### 1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)

บริษัทเสริมสร้างพาวเวอร์คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ SSP ในไตรมาสหนึ่งปี พ.ศ. 2569 มีผลการดำเนินงานโดยรวมในเชิงบวก โดยมีแรงผลักดันหลักมาจาก การเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และลมในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการในเวียดนามและญี่ปุ่น ซึ่งช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิต (Capacity Factor) และเพิ่มปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากโครงการลีโอสองที่เปิดดำเนินการในไตรมาสแรกของปีนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทนี้คือ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกไกล โดยเฉพาะในประเทศไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์และแผนการลงทุนระยะยาวที่เน้นการเติบโตจากพลังงานลมและโซลาร์ฟาร์มในระดับ utility-scale รวมถึงการเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดพลังงานขยะ (Waste-to-Energy) ในประเทศไทย

---

### 2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญเชิงประเด็น (Performance & KPI Trends)

#### ทิศทางรายได้และกำไร
- รายได้รวมเติบโตเล็กน้อยประมาณ 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยมีแรงผลักดันหลักมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นและเวียดนามรวมถึงโซลาร์รูฟท็อปในประเทศไทย
- กำไรขั้นต้น (Operating Profit) เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นจาก Repowering และการเพิ่มกำลังการผลิตจากโครงการใหม่ ๆ
- สาเหตุหลักของกำไรที่ดีขึ้น ไม่ได้มายึดติดกับรายได้จากพลังงานลมหรือโซลาร์ฟาร์มเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปรับโครงสร้างต้นทุนและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

#### ประเด็นดัชนีชี้วัด (Key KPIs Indicator)
| ตัวชี้วัด | ไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2569 | เปรียบเทียบกับปีก่อน | สภาพคล่อง |
|---------|------------------------|----------------------|----------|
| อัตรากำไรขั้นต้น (Cross Profit Margin) | +33.3% | เพิ่มขึ้นจาก 30% | ดีขึ้น |
| ยอดพรีเซล (PPA) จากโซลาร์ฟาร์ม | เพิ่มขึ้น 12.5% | เทียบกับปีก่อน | มั่นคง |
| การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย | ลดลง 14.6% | จากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต่างประเทศ | มีประสิทธิภาพ |
| ค่าความเข้มแสงเฉลี่ยทุกโครงการ | เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ | โดยเฉพาะในประเทศไทยและเวียดนาม | เติบโตดี |
| Availability (Capacity Factor) | พลังงานลมเพิ่มขึ้น 3.2% | โดยเฉพาะในโครงการที่จัดการซ่อมบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ | เพิ่มขึ้น |

#### การวิเคราะห์คุณภาพกำไร (Core vs Non-Core)
- รายได้และกำไรหลักมาจากธุรกิจหลัก (Core Business) ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม โดยเฉพาะจากโครงการในต่างประเทศที่มี PPA เรียบร้อยแล้ว
- ไม่มีกำไร/ขาดทุนจากรายการพิเศษ เช่น การขายสินทรัพย์หรือผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีผลกระทบชัดเจน
- กำไรที่เกิดขึ้นสะท้อนถึง ประสิทธิภาพการผลิตจริงของโรงไฟฟ้า และไม่ได้มีการพึ่งพาผลตอบแทนจากธุรกิจเสริม (Non-Core)

---

### 3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)

#### ปัจจัยภายใน
- กลยุทธ์ที่ได้ผล:
- การดำเนินงานโครงการลีโอสอง (Leo Two) ในประเทศไทยที่เปิด COD ในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- การ Repowering โรงไฟฟ้าโซลาร์ในโครงการ SPN เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้มากกว่าเดิม
- การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโครงการวินฟาร์มในเวียดนามที่ผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 13.4%

- ปัญหาที่กำลังแก้ไข:
- การลดลงของค่าความเร็วลมในโครงการวินชัย (เมืองไทย) เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว โดยลดลงประมาณ 12.8% ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าลดลงเล็กน้อย

#### ปัจจัยภายนอก
- เศรษฐกิจมหภาค: อัตราดอกเบี้ยโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- นโยบายรัฐบาล: การสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนจากภาครัฐในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ส่งผลให้โครงการลงทุนใหม่ ๆ มีความเป็นไปได้มากขึ้น
- คู่แข่ง: บริษัทพลังงานรายใหญ่ในภูมิภาคยังคงแข่งขันด้านราคาไฟฟ้าและเงื่อนไข PPA แต่ SSP มีความได้เปรียบจากการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตได้ดีกว่า

---

### 4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)

Q: กำไรที่โรงไฟฟ้าจะบุ๊กในไตรมาสสองนี้คือห้าร้อยล้านใช่ไหมคะ และกำลังการผลิตที่หายไปจะถูกชดเชยด้วย New Capacity ทันไหม และเมื่อไหร่นะครับ?
A: กำไรที่บุ๊กในไตรมาสสองนี้อยู่ในระดับประมาณห้าพันล้านเยน (ประมาณหนึ่งพันล้านบาท) โดยคำนวณจากราคาขายไฟฟ้าและต้นทุนผลิต การชดเชยกำลังการผลิตที่หายไปจะเกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้าขยะสองแห่งในประเทศไทยที่มี PPA รวม 16 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่หลัง COD ในปลายปีนี้

Q: แนวโน้มค่าแสนและค่าลมในไตรมาสสองคืออย่างไร และจะมีปิดซ่อมแซมอะไรอีกไหมครับ?
A: ในไตรมาสสองค่าแสนคาดว่าจะดีขึ้นเนื่องจากเป็นฤดูร้อนในประเทศไทยและเวียดนาม ส่วนค่าลมจะอยู่ในช่วงต่ำสุด (Low Season) ในช่วงไตรมาสสอง-สาม แต่ไม่มีแผนปิดซ่อมแซมใหญ่ใด ๆ เนื่องจากโครงการที่เคยปิดซ่อมในไตรมาสแรกของปีก่อนหน้าได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

Q: เอลนินโยหรือลานินย่ามีผลต่อวินฟาร์มและโซลาร์ฟาร์มไหมครับ?
A: สภาพอากาศจากเอลนินโยหรือลานินย่าส่งผลโดยตรงต่อปริมาณแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ฝนตกมากในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้ค่าแสนของโซลาร์ฟาร์มดีขึ้นอย่างชัดเจน ในขณะที่วินฟาร์มยังคงมีประสิทธิภาพดีขึ้นจากความหลากหลายของตำแหน่งตั้ง

Q: กำไรต่อเมกะวัตต์ของโซล่าและวินฟาร์มเปรียบเทียบกันอย่างไรครับ?
A: เมื่อเทียบรายได้ต่อเมกะวัตต์ (EBITDA) โดยประมาณ โซลาร์ฟาร์มได้ประมาณ 3 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ในขณะที่วินฟาร์มได้ประมาณ 7 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ เนื่องจากวินฟาร์มสามารถผลิตไฟฟ้าตลอดทั้งวันและคืน และมี capacity factor สูงกว่า

Q: มีแผนลงทุนธุรกิจแบตเตอรี่สตอเลดหรือไม่ครับ?
A: บริษัทศึกษาธุรกิจแบตเตอรี่สตอเลดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นและประเทศไทย แต่ยังไม่มีแผนลงทุนจริงในระยะสั้น เนื่องจากต้องพิจารณาความพร้อมด้านกฎหมายและงบประมาณ

Q: มีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศใหม่หรือไม่ครับ?
A: มีแผนขยายลงทุนไปยังฟิลิปปินส์และไต้หวัน โดยเฉพาะในด้านโซลาร์ฟาร์มและวินฟาร์มขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังกำลังศึกษาโอกาสในเกาหลีอย่างใกล้ชิด

Q: มีแผนขายโรงไฟฟ้าหรือไม่ครับ?
A: มีแผนขายโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น (Yamaguchi) โดยคาดว่าจะสามารถทำได้ภายในไตรมาสสองของปีนี้ และจะใช้เงินที่ได้เพื่อลดหนี้สินและลงทุนในโครงการใหม่

Q: COD โรงไฟฟ้าขยะสองแห่งในประเทศไทยจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ?
A: โรงไฟฟ้าขยะสองแห่งในประเทศไทยมีแผน COD ในปลายปี พ.ศ. 2569 โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวม 16 เมกะวัตต์ และจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ในไตรมาสแรกของปีหน้า

Q: จะมีการจ่ายเงินปันผลหรือไม่ครับ?
A: มีการจ่ายเงินปันผลแล้วจำนวนสองรอบ โดยรวมแล้วจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 3.25 บาทต่อหุ้น (1.12 บาทในเดือนพฤษภาคม และ 2.13 บาทสำหรับผลประกอบการปี 2568)

---

### 5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)

#### เป้าหมาย (Targets)
- ระยะสั้น (Q2-Q4 ปี 2569): เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มและวินฟาร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทยและฟิลิปปินส์
- ระยะยาว (ปี 2570–2573): เติบโตกำลังการผลิตติดตั้งจาก 367 เมกะวัตต์ เป็นประมาณ 800 เมกะวัตต์ โดยมุ่งเน้นการลงทุนในพลังงานลมและโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่

#### สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากเอลนินโยหรือลานินย่าที่อาจส่งผลต่อค่าแสนของโซลาร์ฟาร์มในบางภูมิภาค
- อัตราดอกเบี้ยโลกที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมในอนาคต
- การแข่งขันจากบริษัทพลังงานรายใหญ่ที่เสนอราคาไฟฟ้าต่ำลงเพื่อดึงดูดลูกค้า

---
ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q1/2569