บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
56.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3195 out_tok=1492 at=2026-07-26T05:35:23 -->
# SPC กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 6.24% แม้รายได้รวมโต 10.79%
## ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งสูง ฉุดกำไรสุทธิ ขณะฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 366.90 ล้านบาท ลดลง 6.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้นถึง 10.79% เป็น 9,182.90 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิคือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SPC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 6.24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 10.79% มาอยู่ที่ 9,182.90 ล้านบาท มาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ "ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร" ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นถึง 24.73% หรือ 203.93 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารนี้เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรสุทธิ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนดังกล่าว แต่โดยทั่วไปแล้ว ต้นทุนในหมวดนี้อาจรวมถึงค่าขนส่ง ค่าการตลาด ค่าเช่าพื้นที่ หรือค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ หรือการขยายกิจกรรมทางการตลาดเพื่อผลักดันยอดขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ฝ่ายจัดการระบุเพียงว่าจะมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจหมายถึงการพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้เติบโต อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไปว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนส่วนนี้ให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 6.24%:** แม้รายได้รวมเติบโต แต่กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 366.90 ล้านบาท ลดลงจาก 391.31 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 10.79%:** รายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 9,182.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8,288.36 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารพุ่ง 24.73%:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 203.93 ล้านบาท เป็น 1,028.46 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 366.90 ล้านบาท ลดลง 6.24% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 391.31 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้รวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไตรมาสนี้อยู่ที่ 9,182.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 894.63 ล้านบาท หรือ 10.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 8,288.36 ล้านบาท ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิคือ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 203.93 ล้านบาท หรือ 24.73%
## โอกาส
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือโครงการใหม่ๆ ที่ชัดเจน
## ความเสี่ยง
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงความเสี่ยงที่ฝ่ายจัดการได้ระบุไว้โดยตรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท
* กลยุทธ์ของบริษัทในการรักษาอัตรากำไรสุทธิ ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกสำหรับกลุ่มธุรกิจบริการนั้น เอกสาร MD&A ที่ให้มามีข้อมูลค่อนข้างจำกัด โดยเน้นที่ภาพรวมทางการเงินเป็นหลัก ไม่ได้ลงลึกถึงตัวชี้วัดเฉพาะ เช่น SSS (Same-Store Sales) หรือ Occupancy Rate ที่เป็นปัจจัยสำคัญในธุรกิจบริการ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้รวม 10.79% บ่งชี้ถึงการขยายตัวของธุรกิจโดยรวม ซึ่งอาจมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย หรือการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
แม้ว่าบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC จะสามารถผลักดันรายได้รวมให้เติบโตได้ถึง 10.79% ในไตรมาส 3 ปี 2565 แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงถึง 24.73% ได้ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 6.24% ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาในไตรมาสถัดไปว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
11,002.81
ล้านบาท
↑ 2.5% YoY
กำไรขั้นต้น
2,038.89
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.53
%
กำไรสุทธิ
689.15
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.26
%
D/E Ratio
0.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,003
↑ + 2.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,039
↑ + 2.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
689
↑ + 1.7%
YoY
D/E Ratio
0.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.34
ROE (%)
9.56
ROA (%)
8.61
Book Value/หุ้น
88.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-517
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-929
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-517.40
-1,462.30%
|
37.98
-102.65%
|
-1,430.97
+116.03%
|
-662.38
+10.14%
|
-601.41
-130.11%
|
1,997.62
+99.64%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-928.59
-48.38%
|
-1,798.82
-7,517.81%
|
24.25
-103.80%
|
-637.76
-136.45%
|
1,749.52
-562.02%
|
-378.67
-65.62%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
161.72
-33.68%
|
243.84
+39.28%
|
175.07
-35.50%
|
271.44
-16.26%
|
324.13
-171.36%
|
-454.20
-14.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,284.26
-15.66%
|
-1,522.69
+23.66%
|
-1,231.37
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,986.12
-36.00%
|
3,103.18
+69.21%
|
1,833.88
-12.14%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
3,103.18
+69.21%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|