บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.91
0.03 (0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6169 out_tok=2318 at=2026-07-26T05:37:13 -->
# SM กำไร Q3/66 พุ่ง 17% รับบริหารหนี้ดี-คุมต้นทุน
## รายได้รวมหดแต่กำไรสุทธิโตเด่น จากการบริหารจัดการหนี้มีประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนขาย
บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ SM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 23.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับลดลง โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการควบคุมต้นทุนขายที่สอดคล้องกับยอดขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SM ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมาก** ควบคู่ไปกับการ **ควบคุมต้นทุนขายที่ลดลงตามยอดขาย**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 12.65 ล้านบาท ลดลงถึง 58.20% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 30.26 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับหนี้เสีย
นอกจากนี้ ต้นทุนขายสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 150.72 ล้านบาท ลดลง 13.54% สอดคล้องกับรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 13.34% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่เชื่อมโยงกับปริมาณการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม รายได้รวมของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 325.55 ล้านบาท ลดลง 6.73% เนื่องจากบริษัทฯ ได้ปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าประเภทโทรศัพท์มือถือลง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดหนี้ด้อยคุณภาพในอนาคต ซึ่งเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยด้านการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพมี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ในระยะสั้น แต่เป็นการดำเนินการที่มุ่งเน้นคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เติบโต 17.31%** อยู่ที่ 23.45 ล้านบาท จาก 19.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/66 ลดลง 6.73%** อยู่ที่ 325.55 ล้านบาท จาก 349.03 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดสัดส่วนการขายโทรศัพท์มือถือ
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 58.20%** ใน Q3/66 อยู่ที่ 12.65 ล้านบาท จาก 30.26 ล้านบาท เป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ
* **ขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินรอการขายเพิ่มขึ้น 86.34%** ใน Q3/66 อยู่ที่ 8.46 ล้านบาท จาก 4.54 ล้านบาท จากรถเก๋งและรถกระบะที่จำหน่ายและรอจำหน่ายมากขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน Q3/66 เพิ่มขึ้น 6.08%** อยู่ที่ 19.02 ล้านบาท จาก 17.93 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 ลดลง 17.39%** อยู่ที่ 66.74 ล้านบาท จาก 80.79 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 23.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.31% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 19.99 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 6.73% จากการปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าโทรศัพท์มือถือ
ส่วนผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 66.74 ล้านบาท ลดลง 17.39% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80.79 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้รวม 3.98% และการเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## โอกาส
* การบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยลดผลขาดทุนด้านเครดิตและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* การปรับกลยุทธ์ลดการขายสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง อาจนำไปสู่การมีพอร์ตสินเชื่อที่มีคุณภาพดีขึ้นในระยะยาว
* การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืม 9.24% ใน Q3/66 และ 10.05% ใน 9 เดือนแรกปี 66 บ่งชี้ถึงการเติบโตของธุรกิจการให้สินเชื่อ
## ความเสี่ยง
* การปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ในระยะสั้น
* ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* ขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณของความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการบริหารจัดการหนี้และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าโทรศัพท์มือถือต่อรายได้รวมและคุณภาพสินทรัพย์
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและ NIM
* การบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายและแนวโน้มการลดลงของขาดทุนจากการด้อยค่า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SM แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์ แม้รายได้รวมจะลดลง การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิ โดยสะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าประเภทโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพ เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณสินเชื่อโดยรวมในระยะสั้น แต่เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องเพื่อรักษาคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว
ในส่วนของต้นทุนทางการเงิน มีการปรับเพิ่มขึ้น 1.09 ล้านบาท หรือ 6.08% ใน Q3/66 และ 8.48 ล้านบาท หรือ 17.68% ใน 9 เดือนแรกปี 66 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นในตลาด การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
การเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย เป็นอีกประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งอาจสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ยึดคืนมา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,854.95 ล้านบาท ลดลง 11.06% จากสิ้นปี 2565 โดยสาเหตุหลักมาจากการนำเงินฝากธนาคารจากการเพิ่มทุน IPO ไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
หนี้สินรวมลดลง 18.00% มาอยู่ที่ 1,720.79 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.05% มาอยู่ที่ 1,134.16 ล้านบาท จากการบันทึกกำไรสุทธิสำหรับงวด 66.74 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
SM ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้รวมที่ลดลง มาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิ 17.31% ได้อย่างน่าสนใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนด้านเครดิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนขาย แม้จะเผชิญกับความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินรอการขาย การปรับลดสัดส่วนการขายสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงถือเป็นการเดินเกมเชิงรุกเพื่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
359.74
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
197.56
ล้านบาท
↑ 10.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.92
%
กำไรสุทธิ
-17.15
ล้านบาท
↑ 243.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.77
%
D/E Ratio
1.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
360
↑ + 1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
198
↑ + 10.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-17
↑ + 243.7%
YoY
D/E Ratio
1.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SM
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
359.74
+1.21%
|
355.45
-74.60%
|
1,399.44
|
| กำไรขั้นต้น | — |
197.56
+10.94%
|
178.08
-71.81%
|
631.77
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
104.26
+0.10%
|
104.15
-74.86%
|
414.22
|
| กำไรสุทธิ | — |
-17.15
-243.69%
|
-4.99
-106.15%
|
81.15
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
-0.02
-220.00%
|
-0.01
-106.76%
|
0.07
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
54.92
+9.62%
|
50.10
+10.99%
|
45.14
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
28.98
-1.09%
|
29.30
-1.01%
|
29.60
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
-4.77
-240.71%
|
-1.40
-124.14%
|
5.80
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
4.45
-19.38%
|
5.52
-44.74%
|
9.99
|
| ROA(%) | — |
5.48
+8.73%
|
5.04
-20.63%
|
6.35
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
1.61
-0.62%
|
1.62
-14.29%
|
1.89
|
| P/E | — |
17.53
-10.15%
|
19.51
-19.38%
|
24.20
|
| P/BV | — |
0.95
-17.39%
|
1.15
-44.44%
|
2.07
|
| BV | — |
1.06
+2.91%
|
1.03
+3.00%
|
1.00
|
| YIELD(%) | — |
3.00
-10.71%
|
3.36
|
0.00
|
| ราคาหุ้น | — |
1.00
-15.97%
|
1.19
-42.79%
|
2.08
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.61
ROE (%)
4.45
ROA (%)
5.48
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SM
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
1,333.91
+7.01%
|
1,246.50
-28.31%
|
1,745.80
+60.25%
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
1,659.76
-3.11%
|
1,713.11
+16.45%
|
1,464.08
+21.14%
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
2,993.67
+1.15%
|
2,959.61
-7.80%
|
3,209.89
+39.68%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
1,634.35
+8.27%
|
1,509.50
-10.52%
|
1,686.89
+20.93%
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
213.07
-33.93%
|
322.48
-21.66%
|
411.64
+5.79%
|
| รวมหนี้สิน | — |
1,847.42
+0.84%
|
1,831.98
-12.70%
|
2,098.53
+17.63%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
1,146.25
+1.65%
|
1,127.63
+1.46%
|
1,111.35
+116.24%
|
| D/E | — |
1.61
|
1.62
|
1.89
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
4.45
|
5.52
|
9.99
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
5.48
|
5.04
|
6.35
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.82
|
0.83
|
1.03
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.02
|
0.03
|
0.31
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+209
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SM
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
208.72
-223.52%
|
-168.98
+14.37%
|
-147.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4.53
+17.36%
|
3.86
-134.40%
|
-11.22
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-162.88
-114.26%
|
1,142.07
+73.98%
|
656.44
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
50.37
-94.84%
|
976.94
+96.38%
|
497.47
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
39.51
-92.38%
|
518.65
+2,349.93%
|
21.17
+37.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.80
+0.73%
|
39.51
-92.38%
|
518.65
+2,349.84%
|