สรุปงบล่าสุด SKE

บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)
สรุปงบการเงิน
ไตรมาสที่ 4 ปี 2567
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ SKE (บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)) - ฉบับสรุปรวม
**ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567 และพัฒนาการสำคัญ**
บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) (SKE) รายงานผลประกอบการปี 2567 โดยมีรายได้รวม 579.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.92% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 547.43 ล้านบาท บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 42.16 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ขาดทุนถึง 87.47 ล้านบาท เหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการคือ การยกเลิกสัญญาจ้างอัดก๊าซธรรมชาติกับ ปตท. ณ สถานีเชียงรากน้อย ซึ่งบริษัทฯ ได้รับเงินชดเชยและรับรู้กำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าจำนวน 36.64 ล้านบาท เป็นรายได้อื่นในงบการเงินรวม นอกจากนี้ บริษัทย่อยยังได้รับกำไรจากการยกเลิกสัญญาให้เช่าช่วงเครื่องจักรจำนวน 5.13 ล้านบาท อีกด้วย SKE มีสินทรัพย์รวม 1,868.50 ล้านบาท ลดลง 1.34% จากปีก่อน และมีหนี้สินรวม 930.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.82% ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.3% เหลือ 938.14 ล้านบาท ปัจจุบัน SKE ดำเนินธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ สถานีก๊าซธรรมชาติหลักโดยเอกชน (PMS), โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง (MKP), บริหารจัดการของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายจากทั้งชุมชน และอุตสาหกรรมโดยการคัดแยกและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ RDF และ ธุรกิจ Financial Technology ที่พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์
**แผนธุรกิจและกลยุทธ์ในอนาคต**
SKE ยังไม่ได้ประกาศเป้าหมายทางการเงินอย่างเป็นทางการสำหรับปี 2568 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจเดิม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง และธุรกิจบริหารจัดการของเสีย เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุน โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิงกลับมาผลิตและจำหน่ายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลังจากที่หยุดดำเนินการเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2566 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังพลังงานทดแทนอื่นๆ รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการอัดก๊าซธรรมชาติ ผอง ให้ ปตท. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 25.23 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.2 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการให้บริการอัดก๊าซฯ และการปรับขึ้นของอัตราราคาค่าดําเนินการ (Energy Payment) ในปี 2567
**โอกาสและความเสี่ยงในการลงทุน**
การพิจารณาว่า SKE เป็นโอกาสในการลงทุนหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน แม้ว่าราคาหุ้นเฉลี่ยในช่วงไตรมาส 4/2567 จะอยู่ที่ 0.33 บาท ซึ่งต่ำกว่าในอดีต และ P/BV Ratio จะอยู่ที่ 0.24 ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่บริษัทฯ ยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิ และมี P/E Ratio ติดลบ (-100) นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ก็ยังอยู่ที่ 0% ผลขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจผลิตและจำหน่าย เชื้อเพลิงขยะ RDF ที่โรงงานผลิตเชื้อเพลิง RDF จังหวัดสระบุรี ที่ได้เปิดดำเนินการแล้วแต่ยังไม่ได้ผลิตเต็มกำลังการผลิต จากการหยุดเพื่อปรับไลน์การผลิตและการก่อสร้างอาคารกรองฝุ่นและปล่องครันใหม่
**โอกาส:**
* การเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน: SKE มีศักยภาพในการเติบโตในธุรกิจพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง หากบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุนได้ จะส่งผลให้ผลกำไรดีขึ้น
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ: หากเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติหลักโดยเอกชน (PMS) ของ SKE
* การปรับตัวของธุรกิจ N15 Technology ในการบริหารจัดการของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายจากทั้งชุมชน และอุตสาหกรรมโดยการคัดแยกและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ RDF ซึ่งเป็นแนวโน้มการเติบโตตามทิศทางของโลก
**ความเสี่ยง:**
* ความผันผวนของราคาพลังงาน: ราคาพลังงานมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของ SKE
* การแข่งขันที่รุนแรง: ธุรกิจพลังงานมีการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งอาจทำให้ SKE ไม่สามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้
* ภาระหนี้สิน: D/E Ratio ของ SKE ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจในอนาคต
* ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: ธุรกิจพลังงานมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ เนื่องจากรัฐบาลอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ SKE
* ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของโรงไฟฟ้าชีวมวล
**ข้อมูลทางการเงินเพิ่มเติมสำหรับการวิเคราะห์:**
* อัตรากำไรขั้นต้น: เพิ่มขึ้นจาก 12.5% ในปี 2566 เป็น 16.4% ในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
* เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน: เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 69.01 ล้านบาท ในปี 2566 เป็น 70.29 ล้านบาท ในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องที่ดีของบริษัทฯ
* วงจรเงินสด: ยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากข้อมูลไม่สมบูรณ์ แต่การบริหารจัดการวงจรเงินสดที่ดี จะช่วยให้บริษัทฯ มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ
* สินทรัพย์รวมลดลงจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายระหว่างปี
* หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
* ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากขาดทุนสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567
**สรุป:**
การลงทุนใน SKE มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง นักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลทั้งหมดอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจลงทุน การติดตามผลประกอบการและพัฒนาการของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การกลับมาดำเนินการของโรงไฟฟ้าชีวมวลและการเติบโตของรายได้จากการอัดก๊าซเป็นสัญญาณบวก แต่ความเสี่ยงจากธุรกิจ RDF และภาระหนี้สินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
(21.58%)
(1.58%)
(6.58%)
(17.13%)
(35.85%)
(15.82%)
(11.01%)
(4.96%)
(242.15%)
(7.18%)
(72.59%)
(138.97%)