เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น SKE
Home
สรุป OPPDAY หุ้น SKE
SKE
บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ
: OPPDAY งวดทั้งปี (YE) พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) - ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ###
1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)
บริษัทสากลเอนเนอยีจำกัด(มหาชน) หรือ SKE รายงานผลประกอบการประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีประเด็นสำคัญหลักคือ การปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่โมเดลยั่งยืนภายใต้กรอบนโยบายพลังงานสะอาดและคาร์บอนต่ำ พร้อมการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์จากโฟกัส “การผลิตเชื้อเพลิง RDF” เข้าสู่ “บริการครบวงจรด้านการจัดการขยะและพลังงานหมุนเวียน” โดยเฉพาะในโครงการร่วมลงทุนกับเทศบาลเมืองปากพนัง และโรงไฟฟ้าชีวมวลแมกกาทินที่ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TTO)
จุดเปลี่ยน (Inflection Point)
สำคัญที่สุดคือ การย้ายโฟกัสจาก “ผลิตเชื้อเพลิง RDF” เป็น “บริการอบลดความชื้นเชื้อเพลิง RDF” เพื่อเพิ่มค่าพลังงานและ margin โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างชัดเจน พร้อมเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ในภาคใต้ผ่านการเจรจาสัญญาขาย RDF กับกลุ่ม SCG และปูนซีเมนต์ไทย โดยมีเป้าหมายให้รายได้ในปีถัดไป (2569) เท่าเทียมกับปี 2568 --- ###
2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | พ.ศ. ก่อนหน้า (2567) | พ.ศ. ปัจจุบัน (2568) | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | 577.82 | 385.43 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | 131.00 | -126.89 | | กำไรสุทธิ (Net Profit) | -42.00 | -265.70 | |
รายได้จาก N15 (เชื้อเพลิง RDF และบริการ)
| - | 78.31 | |
กำไรขั้นต้น (EBITDA) จาก N15
| - | - | --- ####
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
-
Core Profit
: - ธุรกิจหลักคือ
N15
และ
แมกกาทิน (MKP)
- ในปีนี้กำไรจาก N15 เพิ่มขึ้นจาก 73.11 → 78.31 ล้านบาท (+5.20 ล้านบาท) จากการเพิ่มรายได้จากการอบลดความชื้นและบริการให้ลูกค้า - MKP มีรายได้ลดลงจาก 294.39 → 292.91 ล้านบาท (-1.48 ล้านบาท) เนื่องจากจำนวนวันชัตดาวน์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย -
Non-Core (PMF - การอัดก๊าซธรรมชาติ)
- ธุรกิจนี้ถูกล้มเลิกสิ้นสุดปี 2567 - ส่งผลให้รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญประมาณ
181.00 ล้านบาท
และทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง
70.00 ล้านบาท
--- ###
3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)
####
ปัจจัยภายใน
- ✅
กลยุทธ์ที่ได้ผล
: - การปรับโมเดลธุรกิจ N15 จาก “การผลิต RDF” เป็น “บริการอบลดความชื้น” เพื่อเพิ่ม margin และตอบโจทย์ลูกค้า - การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตทั้งในโรงไฟฟ้าชีวมวลและระบบกำจัดขยะ - ⚠️
ปัญหาที่กำลังแก้ไข
: - การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ (เช่น ระบบกำจัดขยะปากพนัง) เกิดการตั้ง impairment สินทรัพย์ประมาณ
118.33 ล้านบาท
####
ปัจจัยภายนอก
- 🔻
เศรษฐกิจมหภาค
: - ราคาน้ำมันและก๊าซโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทเน้นความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศมากขึ้น - 🔻
นโยบายรัฐ
: - การยกระดับนโยบายลดคาร์บอนไดออกไซด์ (Net Zero by 2050) เป็นแรงผลักดันให้เกิดธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เช่น RDF และชีวมวล - 🔻
คู่แข่ง
: - กลุ่ม SCG และปูนซีเมนต์ไทยเข้ามาแข่งขันในตลาด RDF โดยมีสัญญา “Take-or-Pay” ส่งผลให้ SKE เร่งเจรจาสัญญาระยะยาวเพื่อป้องกันความเสี่ยงราคา --- ###
4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q: มีการเริ่มต้นกระบวนการอบลดความชื้นจริงหรือไม่ และมีลูกค้าใช้บริการแล้วหรือยัง?
A:
เริ่มทดลองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 โดยเริ่มต้นเดือนสิงหาคม 2568 มีออเดอร์ลูกค้าเดือนละ 4,000–4,500 ตันตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นมา และปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Q: มีการไร้ค่าในเงินลงทุนที่เกี่ยวข้องกับแวนตาร์หรือไม่?
A:
มีการบันทึก impairment รวมประมาณ
61.00 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็น: - การไร้ค่าเครื่องจักรที่ใช้งานไม่ได้ (36.00 ล้านบาท) จากการเปลี่ยนโมเดลจาก “สับ” เป็น “อบ” - การไร้ค่าอาคารและอุปกรณ์ (24.00 ล้านบาท)
Q: มีแผนให้เช่าหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่ใช้งานแล้วหรือไม่?
A:
มีแผนดำเนินการตั้งแต่ปีก่อน โดยเริ่มจากสถานีที่สระบุรี และจะขยายไปยังปทุมธานี โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเสนอราคา แต่ยังไม่ได้ประกาศเวลาและราคาระหว่างนี้
Q: กรอสโฟฟิศมาร์จินของโรงไฟฟ้าชีวมวลและบริการอบลดความชื้นคือเท่าใด?
A:
- กรอสโฟฟิศมาร์จินโรงไฟฟ้าชีวมวล ≈
20%
- กรอสโฟฟิศมาร์จินบริการอบลดความชื้น ≈
ใกล้เคียงกัน
(ประมาณ 18–20%)
Q: มีแผนเติบโตรายได้ในปี 2569 หรือไม่?
A:
- พยากรณ์รายได้ปี 2569 จะใกล้เคียงกับปี 2568 เนื่องจากโมเดลการให้บริการเปลี่ยนไปแล้ว - มีโอกาสเติบโตอย่างชัดเจนในปี 2570 จากโครงการปากพนังที่จะลงนามสัญญาขาย RDF กับ SCG และปูนซีเมนต์ไทย
Q: มีแผนบริหารจัดการภาระหนี้หรือไม่?
A:
- ชำระคืนหุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 - มีการออกหุ้นกู้ใหม่จำนวน
1,080,000,000 บาท
อายุ 11 เดือน ดอกเบี้ย 7.25% --- ###
5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)
####
เป้าหมาย (Targets)
-
ระยะสั้น (2569)
: - รายได้คงที่ใกล้เคียงปี 2568 - เติบโต margin จากบริการอบลดความชื้นและบริการจัดการขยะ -
ระยะยาว (2570)
: - เริ่มเห็นรายได้เติบโตจากโครงการปากพนัง - เสริมโครงสร้างธุรกิจพลังงานหมุนเวียนให้เป็นแกนหลัก ####
สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การเจรจาสัญญาขาย RDF กับ SCG และปูนซีเมนต์ไทยในช่วงเดือนเมษายน 2568 - การปรับโครงสร้างหนี้และทรัพย์สินที่ไม่ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ - ความมั่นคงของรายได้จากธุรกิจหลัก (N15 และ MKP) ในภาวะราคาน้ำมันสูง >
สรุปภาพรวม
: SKE เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์อย่างมีนัยสำคัญจาก “ผลิตเชื้อเพลิง” เป็น “บริการพลังงานหมุนเวียน” โดยเน้นความยั่งยืนและคาร์บอนต่ำ แม้ผลประกอบการในปีนี้จะขาดทุนสูงแต่สะท้อนภาพรวมของธุรกิจที่ปรับตัวอย่างมีเป้าหมายชัดเจน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ