บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.18
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้รวมของกลุ่มบริษัทปี 2562 เติบโตขึ้นเท่ากับ 68,75 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.13 จากปี 2561 เกิดจาก ยอดรายของบริษัทย่อยของบริษัทสองแห่ง ได้แก่ ยอดขายของบริษัท อาร์ซี ไบโอฟูเอลส์ จำกัด ซึ่งเริ่มตำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายก๊าซไบโอมีเทนอัดช่วงต้นปี 2562 และยอดขายของบริษัท แม่กระทิง เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนสิงหาคม 2562
ผลกำไรสุทธิรวมสำหรับปี 2562 อยู่ที่ 25.11 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 56.17 จากปี 2561 โดยปัจจัยหลักมาจากการ เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทย่อยทั้งสองแห่งที่เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2562 และการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ทางการเงินที่เกิดจากการกู้ยึมเงินจากสถาบันการเงินและบุคคลภายนอกเพื่อโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิงและ
เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ
เป็นผลมาจากต้นทุนชายที่ค่อนข้างสูงในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทย่อยทั้งสองแห่งที่เริ่มตำนินยุรกิจในปี 2562 และต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัททำข้อตกลงกับคู่ค้าในการเพิ่มยอดการจำหน่ายก๊าซไบโอมีเทนอัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วในไตรมาส 4 ของปี 2562 ซึ่งจะส่งผลต่อผลการตำเนินงานที่ดีขึ้นในปีหน้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9822 out_tok=2898 at=2026-07-26T04:36:15 -->
# SKE พลิกขาดทุนหนัก Q3/66 รับอานิสงส์ RDF โตสวนทางไฟฟ้าหยุดซ่อม
## รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไรสุทธิหดหนัก เหตุโรงไฟฟ้าหยุดซ่อม-ต้นทุน RDF สูงขึ้น
บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 114.65 ล้านบาท ลดลง 4.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.03 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 56.06 ล้านบาทในไตรมาสนี้ โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจเชื้อเพลิงขยะ RDF และการหยุดผลิตเพื่อซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงไฟฟ้าชีวมวล
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SKE ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การขาดทุนขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่ต้องหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ และธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกจากบวก 25.3% ในปีก่อน เป็นขาดทุน 7.3% ในไตรมาสนี้ และลุกลามไปสู่การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 1014.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:** รายได้จากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าลดลง 26.4% ในไตรมาส 3/66 เนื่องจากมีการหยุดผลิตเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาใหญ่ ทำให้ต้นทุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 6.9% แม้รายได้จะลดลง
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงขยะ RDF:** แม้รายได้จากการขายเชื้อเพลิงขยะ RDF จะเติบโตโดดเด่นถึง 124.7% ในไตรมาส 3/66 จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและการเริ่มเดินเครื่องโรงงานใหม่ แต่ต้นทุนการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงขยะ RDF กลับเพิ่มขึ้นถึง 267% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงขยะที่ซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณขยะที่ได้รับจากการให้บริการรับกำจัดลดลง ประกอบกับการทดสอบเครื่องจักรในโรงงานใหม่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 72.9% ในไตรมาส 3/66 จากต้นทุนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทย่อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่าการหยุดผลิตเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาใหญ่ของโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนเชื้อเพลิงขยะ RDF เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ และการเดินเครื่องโรงงานใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจนี้ในระยะสั้น การเปลี่ยนแปลงของปริมาณขยะที่ได้รับจากการให้บริการรับกำจัด และอุปสงค์เชื้อเพลิงขยะของลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนในโรงงานใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าผลประกอบการในส่วนนี้จะกลับมามีกำไรได้เมื่อใด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 อยู่ที่ 114.65 ล้านบาท ลดลง 4.71% YoY** โดยมีรายได้จากการขาย 83.23 ล้านบาท ลดลง 1.92% และรายได้จากการให้บริการ 28.23 ล้านบาท ลดลง 15.28%
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/66 พุ่ง 1014.5% YoY เป็น 56.06 ล้านบาท** จากขาดทุน 5.03 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนขั้นต้น Q3/66 อยู่ที่ 8.16 ล้านบาท** พลิกจากกำไรขั้นต้น 25.3% ในปีก่อน มาเป็นขาดทุน 7.3% ในไตรมาสนี้
* **รายได้จากการขายเชื้อเพลิงขยะ RDF โต 124.7% YoY** ใน Q3/66 แต่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 267%
* **รายได้จากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าลดลง 26.4% YoY** ใน Q3/66 เนื่องจากหยุดซ่อมบำรุงใหญ่
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 72.9% YoY** ใน Q3/66 จากหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 SKE มีรายได้รวม 114.65 ล้านบาท ลดลง 4.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการ 15.28% เป็น 28.23 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อย 1.92% เป็น 83.23 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นถึง 44.83% ทำให้เกิดขาดทุนขั้นต้น 8.16 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไรขั้นต้น 25.3% ในปีก่อน เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 72.85% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1014.51% เป็น 56.06 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 409.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 19.40% เป็น 300.58 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเชื้อเพลิงขยะ RDF แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 52.63% ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 105.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 938.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจเชื้อเพลิงขยะ RDF:** การเริ่มเดินเครื่องโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสระบุรี และการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายเชื้อเพลิงขยะ RDF เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งการตลาด
* **การฟื้นตัวของปริมาณการใช้ NGV:** การเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ปริมาณการใช้ NGV เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการอัดก๊าซธรรมชาติ NGV ให้แก่ ปตท.
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถหาแหล่งวัตถุดิบที่ต้นทุนต่ำลง จะเป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรของธุรกิจนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** การพึ่งพาการซื้อขยะมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและปริมาณขยะที่จัดหาได้
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** การหยุดผลิตเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาใหญ่ของโรงไฟฟ้าชีวมวลส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนการผลิต
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงมาตรการตรึงราคา NGV อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้ NGV และรายได้จากการให้บริการอัดก๊าซ
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวอาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนการผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF:** การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าไฟฟ้า เพื่อให้ต้นทุนการผลิตลดลงและสอดคล้องกับรายได้
* **ผลการดำเนินงานของโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF แห่งใหม่:** ประสิทธิภาพการผลิตและการทำกำไรของโรงงานใหม่ในระยะยาว
* **แผนการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า:** ความถี่และระยะเวลาของการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าชีวมวลในอนาคต
* **ปริมาณการใช้ NGV และการเปลี่ยนแปลงราคา:** ผลกระทบต่อรายได้จากการอัดก๊าซ NGV
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและภาระต้นทุนทางการเงินในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity/ASP:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายเชื้อเพลิงขยะ RDF โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขาย RDF เพิ่มขึ้น 124.7% ใน Q3/66 บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายเป็นหลัก เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนมากกว่าราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายเชื้อเพลิงขยะ RDF เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเดินเครื่องโรงงานใหม่ ในขณะที่ปริมาณการอัดก๊าซ NGV เพิ่มขึ้นตามการเดินทางของประชาชน อย่างไรก็ตาม ปริมาณขยะที่ใช้ในการผลิต RDF ลดลงจากการให้บริการรับกำจัดขยะที่ลดลง
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงขยะ RDF เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 267% ใน Q3/66 ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ สะท้อนถึงต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงขยะ ค่าขนส่ง และค่าไฟฟ้า
**กำลังการผลิต:** การเริ่มเดินเครื่องโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF แห่งใหม่ในจังหวัดสระบุรี เป็นการเพิ่มกำลังการผลิตที่สำคัญของกลุ่มบริษัท
**โครงการลงทุน:** การลงทุนในโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF แห่งใหม่ที่จังหวัดสระบุรี เป็นโครงการลงทุนหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัท
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา NGV ส่งผลกระทบต่อการปรับขึ้นราคาขายปลีก NGV ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายได้จากการอัดก๊าซ NGV ลดลงใน Q3/66
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ SKE อยู่ที่ 1,921.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.86% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ของโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF แห่งใหม่ และการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 914.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.35% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินและหนี้สินตามสัญญาเช่าเครื่องจักรของบริษัทย่อย
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 9.47% เป็น 1,006.60 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากผลขาดสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566
## สรุปท้าย
SKE ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก โดยเฉพาะในธุรกิจเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ประกอบกับการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงไฟฟ้าชีวมวล ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ธุรกิจ RDF จะมีการเติบโตของรายได้ที่ดีจากการเดินเครื่องโรงงานใหม่ แต่การบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นอัตรากำไรในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของปริมาณการใช้ NGV ก็เป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SKE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
93.99
ล้านบาท
↓ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
-5.02
ล้านบาท
↓ 127.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-5.35
%
กำไรสุทธิ
-140.83
ล้านบาท
↑ 493.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-149.84
%
D/E Ratio
1.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
94
↓ -30.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-5
↓ -127.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-141
↑ + 493.1%
YoY
D/E Ratio
1.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SKE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.14
ROE (%)
-36.53
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.51
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SKE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-112
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SKE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-112.45
+103.05%
|
-55.38
-28.76%
|
-77.74
-24.69%
|
-103.22
+75.51%
|
-58.81
-135.41%
|
166.07
+445.92%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-28.00
-169.29%
|
40.41
-72.97%
|
149.48
+297.87%
|
37.57
+554.53%
|
5.74
-204.55%
|
-5.49
-98.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
251.07
+149.65%
|
100.57
-143.70%
|
-230.13
-14.35%
|
-268.68
+130.63%
|
-116.50
-44.04%
|
-208.18
-164.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
110.61
+29.19%
|
85.62
-154.06%
|
-158.38
-52.63%
|
-334.33
+97.16%
|
-169.57
+256.24%
|
-47.60
+15.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
102.61
-9.63%
|
113.55
+138.70%
|
47.57
+88.40%
|
25.25
-28.47%
|
35.30
-57.06%
|
82.21
-33.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
14.81
-85.57%
|
102.61
-9.63%
|
113.55
+138.70%
|
47.57
+88.40%
|
25.25
-27.04%
|
34.61
-57.90%
|