บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน)
SET · บริการเฉพาะกิจ
9.75
+0.05 (+0.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8951 out_tok=3058 at=2026-07-26T04:35:32 -->
# SISB กำไร Q3/2566 พุ่ง 29% รับรายได้โรงเรียนใหม่-ค่าเทอมเพิ่ม
## รายได้รวมโต 41.6% จากการเปิดสาขาใหม่และปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตตาม
บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 492.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเปิดโรงเรียนสาขาใหม่ที่นนทบุรีและระยอง รวมถึงการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 128.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.25%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SISB ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 39.82%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายธุรกิจและการปรับกลยุทธ์ด้านราคา
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เติบโตมาจาก 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1. **การเปิดโรงเรียนสาขาใหม่:** บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรี และโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ระยอง ในเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ทำให้มีรายได้เพิ่มเข้ามา
2. **จำนวนนักเรียนที่เพิ่มสูงขึ้น:** มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติ โดยจำนวนนักเรียนรวม (ไม่รวมสาขาเชียงใหม่) เพิ่มจาก 2,793 คน เป็น 3,756 คน
3. **การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา:** ในปีการศึกษา 2566/2567 ทางโรงเรียนได้มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อคนต่อปีเพิ่มขึ้น 10% เป็น 0.53 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมและปรับขึ้นผลตอบแทนบุคลากร
แม้ว่าต้นทุนทางการศึกษาและบริการจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ (54.80%) เนื่องจากต้นทุนการจัดการศึกษาและต้นทุนการบริหารอาคารสถานที่ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่และการเตรียมการต่างๆ รวมถึงต้นทุนการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมเปิดโรงเรียนสาขาใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่การที่รายได้เติบโตในอัตราที่สูงกว่า และค่าใช้จ่ายในการบริหารส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ถึง 29.25%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่โรงเรียนสาขาใหม่ทั้งที่นนทบุรีและระยองได้เริ่มรับรู้รายได้แล้วในเดือนกันยายน 2566 และจะรับรู้รายได้เต็มที่ในไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงอาคารเรียนสำหรับระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพ และการก่อสร้างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่เฟสที่สองที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2567 ซึ่งจะรองรับการขยายตัวของจำนวนนักเรียนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามผลขาดทุนจากการดำเนินงานของโรงเรียนสาขาใหม่ที่ยังคงมีอยู่ (32.56 ล้านบาท) และผลขาดทุนจากการเตรียมเปิดโรงเรียนสาขาใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (25.83 ล้านบาท) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่รวมโรงเรียนสาขาใหม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 41.61%** แตะ 492.61 ล้านบาท จากการเปิดโรงเรียนใหม่ 2 แห่ง และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.25%** เป็น 128.53 ล้านบาท แม้ต้นทุนการศึกษาและบริการจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า
* **กำไรสุทธิ (ไม่รวมโรงเรียนสาขาใหม่) พุ่ง 87.98%** แตะ 186.92 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการทำกำไรของสาขาเดิม
* **ต้นทุนทางการศึกษาและบริการเพิ่มขึ้น 54.80%** ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนการจัดการศึกษาและต้นทุนอาคารสถานที่ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
* **การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น 459.37 ล้านบาท** จากการก่อสร้างโรงเรียนใหม่และปรับปรุงอาคารเรียน
* **รายได้รอการรับรู้เพิ่มขึ้น 262.92 ล้านบาท** จากค่าธรรมเนียมการศึกษารับล่วงหน้าสำหรับปีการศึกษา 2566/2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SISB มีรายได้รวม 492.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.61% จาก 347.87 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 477.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.82% จาก 341.56 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนทางการศึกษาและบริการเพิ่มขึ้น 54.80% เป็น 266.14 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.64% เป็น 211.43 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 49.67% เป็น 44.27%
อย่างไรก็ตาม ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเพียง 36.84% และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 28.41% เป็น 188.93 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.25% เป็น 128.53 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 26.09% ลดลงเล็กน้อยจาก 28.59% ในปีก่อน
หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานของโรงเรียนสาขาเดิม (ไม่รวมโรงเรียนสาขาใหม่ที่นนทบุรีและระยอง) กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 186.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87.98% และมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 39.32% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสาขาเดิมที่แข็งแกร่ง
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเปิดโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรีและระยอง จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่สำคัญในระยะยาว
* **การเติบโตของจำนวนนักเรียน:** จำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติ บ่งชี้ถึงความต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพ
* **การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา:** การปรับราคาให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไร
* **การลงทุนเพื่ออนาคต:** การก่อสร้างโรงเรียนเชียงใหม่เฟสสอง และการปรับปรุงอาคารเรียนที่กรุงเทพฯ จะรองรับการเติบโตในอนาคต
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** รายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์การศึกษาและรายได้อื่นๆ มีแนวโน้มเติบโตตามจำนวนนักเรียน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการจัดการศึกษาที่สูงขึ้น:** ต้นทุนการจัดการศึกษาต่อรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น จาก 34.69% เป็น 38.90% ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ผลขาดทุนจากโรงเรียนสาขาใหม่:** โรงเรียนสาขาใหม่ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติและผลขาดทุนจากการเตรียมเปิด ซึ่งต้องใช้เวลาในการสร้างรายได้และกำไรให้ถึงจุดคุ้มทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการเติบโตของจำนวนนักเรียนและอัตราค่าธรรมเนียม
* **ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของโรงเรียนสาขาใหม่:** ติดตามการลดลงของผลขาดทุนและการเข้าสู่จุดคุ้มทุนของโรงเรียนที่นนทบุรีและระยอง
* **อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ:** การเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะเมื่อโรงเรียนสาขาใหม่เริ่มสร้างรายได้เต็มที่
* **จำนวนนักเรียนใหม่และอัตราการคงอยู่ของนักเรียน:** การรักษาฐานนักเรียนเดิมและการดึงดูดนักเรียนใหม่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
* **ความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง:** การก่อสร้างโรงเรียนเชียงใหม่เฟสสอง และการปรับปรุงอาคารเรียนที่กรุงเทพฯ ว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนทางการศึกษาและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารให้เติบโตในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างโดดเด่น 39.82% มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนทั้งไทยและต่างชาติ (จาก 2,793 เป็น 3,756 คน ไม่รวมสาขาเชียงใหม่) และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อคนต่อปี 10% เป็น 0.53 ล้านบาท โดยรายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาคิดเป็น 95.69% ของรายได้รวม
**ต้นทุน:** ต้นทุนทางการศึกษาและบริการเพิ่มขึ้น 54.80% สัดส่วนต่อรายได้เพิ่มจาก 49.42% เป็น 54.03% โดยต้นทุนการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้และจำนวนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนเตรียมเปิดสาขาใหม่ครั้งเดียว สัดส่วนต้นทุนการจัดการศึกษาต่อรายได้เพิ่มจาก 34.69% เป็น 38.90% ต้นทุนการบริหารอาคารและสถานที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มค่าเสื่อมราคาและสาธารณูปโภค รวมถึงต้นทุนเตรียมเปิดสาขาใหม่ สัดส่วนต่อรายได้เพิ่มจาก 15.65% เป็น 16.83%
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 49.67% เป็น 44.27% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 28.59% เป็น 26.09% อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลขาดทุนจากโรงเรียนสาขาใหม่ อัตรากำไรสุทธิจะสูงถึง 39.32%
**การขยายธุรกิจ:** มีการเปิดโรงเรียนสาขาใหม่ที่นนทบุรีและระยองในเดือนสิงหาคม 2566 และกำลังก่อสร้างโรงเรียนเชียงใหม่เฟสสอง คาดเปิด ม.ค. 2567 รวมถึงปรับปรุงอาคารเรียนระดับมัธยมศึกษาที่กรุงเทพฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 13.61% เป็น 532.57 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 99.88 ล้านบาท จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 995.09 ล้านบาท ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 459.37 ล้านบาท จากการก่อสร้างโรงเรียนใหม่และปรับปรุงอาคาร
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 14.77% เป็น 239.98 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้รอการรับรู้ (ค่าธรรมเนียมการศึกษารับล่วงหน้า) ที่เพิ่มขึ้น 262.92 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 12.78% เป็น 2,582.34 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก 442.99 ล้านบาท หักด้วยการจ่ายเงินปันผล 150.40 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SISB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยรายได้รวมที่เติบโต 41.61% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 29.25% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเปิดโรงเรียนสาขาใหม่และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา แม้ต้นทุนการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัว แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายคงที่ช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้ โอกาสในการเติบโตยังคงมีต่อเนื่องจากการขยายสาขาและการเพิ่มจำนวนนักเรียน แต่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากโรงเรียนสาขาใหม่ที่ต้องใช้เวลาในการสร้างผลกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SISB ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
660.88
ล้านบาท
↑ 2.1% YoY
กำไรขั้นต้น
330.49
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
50.01
%
กำไรสุทธิ
222.78
ล้านบาท
↓ 9.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
33.71
%
D/E Ratio
0.56
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
661
↑ + 2.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
330
↓ -3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
223
↓ -9.2%
YoY
D/E Ratio
0.56
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SISB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.56
ROE (%)
26.25
ROA (%)
17.29
Book Value/หุ้น
4.43
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SISB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,115
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+908
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SISB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,114.64
+6.99%
|
-1,041.80
+51.24%
|
-688.86
+376.46%
|
-144.58
+131.07%
|
-62.57
-118.00%
|
347.67
-4.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
907.89
+12.93%
|
803.92
+15.65%
|
695.16
-291.25%
|
-363.48
-177.76%
|
467.44
+1,456.58%
|
30.03
-106.38%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
414.67
+33.01%
|
311.77
+85.36%
|
168.20
+50.33%
|
111.89
+27.34%
|
87.87
-169.23%
|
-126.93
-6,642.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
207.92
+181.32%
|
73.91
-57.64%
|
174.49
-144.04%
|
-396.18
-180.41%
|
492.73
+96.48%
|
250.78
-337.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
820.58
-24.93%
|
1,093.09
+199.85%
|
364.55
+48.41%
|
245.64
-52.05%
|
512.30
+95.89%
|
261.52
-28.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,357.57
+65.44%
|
820.58
-24.93%
|
1,093.09
+199.85%
|
364.55
+48.41%
|
245.64
-52.05%
|
512.30
+95.89%
|