SICT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SICT
บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.32
0.10 (2.92%)

สรุปสั้น

กําไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในปี 2563 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม จากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ กําไรสุทธิในไตรมาสที่ 4/2563 มีจํานวน 5.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 144 จากไตรมาสที่ 3/2563 และลดลงร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนดังกล่าวข้างต้น โดยในไตรมาสที่ 4/2563 มี อัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6 โดยรายได้หลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ มีจํานวน 139.1 ล้าน บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41 กลุ่มระบบเข้า-ออกสถานที่และระบบการอ่านข้อมูล มีจํานวน 105.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 31 และกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ มีจํานวน 87.6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26 โดยในปี 2563 รายได้ของกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์และกลุ่มระบบเข้า-ออกสถานที่และระบบการอ่านข้อมูล เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อนหน้า และกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อนหน้า

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6506 out_tok=3050 at=2026-07-26T04:34:29 --> # SICT กำไร Q3/2566 พุ่ง 49% รับรายได้กลุ่มสัตว์โต-บริหาร FX คุมต้นทุน ## รายได้กลุ่มสัตว์ดันกำไรสุทธิโตแรง 49% YoY ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายบริหารกดดันอัตรากำไรขั้นต้น บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 24.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะลดลง 7% แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น รวมถึงการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนผลกำไรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SICT ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตถึง 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาจาก **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น** ซึ่งส่งผลให้ "ผลกำไรอื่น" พลิกจากขาดทุน 25 ล้านบาท เป็นกำไร 3 ล้านบาท และ **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์** ที่เพิ่มขึ้น 7% แม้ว่าภาพรวมรายได้จากการขายและการให้บริการจะลดลง 7% และอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับลดลงจาก 55% เหลือ 47% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงของ "ผลกำไรอื่น" เกิดจากการที่บริษัทได้ **ปรับลดสัดส่วนการถือครองสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า** ลง เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินธุรกิจและรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการรับรู้ผลกำไรจากการปรับมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สิน ณ สิ้นไตรมาส ส่งผลให้รายการนี้พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาเป็นกำไร สำหรับรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ที่เติบโต 7% มาจากการขยายตัวของตลาดในทวีปยุโรป และความคืบหน้าของการบังคับใช้ป้ายทะเบียนสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลีย รวมถึงแนวโน้มการใช้งานในประเทศอื่นๆ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเกิดจาก **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้น** รวมถึงค่าจ้างการผลิตและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า และ **ส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ (Product Mix)** ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้น 24% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเพื่อรองรับแผนงานในอนาคต ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากบริษัทได้ดำเนินแผนนโยบายป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว โดยสร้างสมดุลของรายได้และค่าใช้จ่ายในสกุลเงินเดียวกันและในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รวมถึงการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองอย่างใกล้ชิด สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของตลาดและการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ๆ ในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นอาจต้องใช้เวลา โดยบริษัทกำลังเร่งดำเนินการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับสู่ระดับที่ประมาณการไว้ในปี 2566 และบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุมมากขึ้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 49% YoY** อยู่ที่ 24.5 ล้านบาท จาก 16.5 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมลดลง 7% YoY** อยู่ที่ 135.8 ล้านบาท จาก 146.7 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 55% ใน Q3/2565 เหลือ 47% ใน Q3/2566 * **รายได้กลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์เพิ่มขึ้น 7% YoY** เป็น 60.9 ล้านบาท * **รายได้กลุ่มกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ลดลง 25% YoY** และ **กลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรมลดลง 14% YoY** * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นสูง** จาก 0.10 ล้านบาท เป็น 0.95 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบ * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 46% YTD** เป็น 952.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 134% YTD** เป็น 318.9 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 135.8 ล้านบาท ลดลง 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (ลดลง 25%) และกลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรม (ลดลง 14%) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของลูกค้าหลักในสหรัฐอเมริกาและจีนตามลำดับ อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ยังคงเติบโตได้ 7% จากการขยายตัวของตลาดในยุโรปและออสเตรเลีย รวมถึงกลุ่ม NFC และอื่นๆ ที่เติบโตสูงถึง 66% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.3% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจาก 55% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 47% ในไตรมาสนี้ โดยมีปัจจัยหลักจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าจ้างการผลิตและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 24.2% YoY ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเพื่อรองรับแผนงานในอนาคต แม้ว่ารายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจะเผชิญแรงกดดัน แต่การบริหารจัดการรายการ "ผลกำไรอื่น" ที่พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาเป็นกำไร ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 48.6% YoY อยู่ที่ 24.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 18% เพิ่มขึ้นจาก 11% ในปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดระบบลงทะเบียนสัตว์:** ความคืบหน้าในการบังคับใช้ป้ายทะเบียนสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลีย และแนวโน้มการใช้งานในประเทศอื่นๆ รวมถึงสถานการณ์โรคระบาดในสัตว์ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** บริษัทกำลังเร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับสู่ระดับที่ประมาณการไว้ * **การขยายตลาด NFC:** การเติบโตของรายได้กลุ่ม NFC เพื่อป้องกันการปลอมแปลงที่เพิ่มขึ้น * **การลงทุนในเทคโนโลยีโหนดที่ทันสมัย:** การสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเพื่อรองรับการผลิตระหว่างการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีการผลิตไปสู่เทคโนโลยีโหนดที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อรองรับแผนงานระยะยาว ## ความเสี่ยง * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาคและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์:** เป็นปัจจัยท้าทายหลักที่ส่งผลต่ออุปสงค์ของลูกค้า * **ระดับสินค้าคงคลังในตลาดที่สูง:** เกิดจากการเร่งสะสมสินค้าในช่วงก่อนหน้า อาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อในอนาคต * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น:** กดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **การเปลี่ยนแปลงส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix):** อาจส่งผลต่ออัตรากำไรโดยรวม * **ความผันผวนของค่าเงิน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อบริหารสภาพคล่อง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มรายได้ของกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ และกลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรม ว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อใด * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าจ้าง เพื่อรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น * ความคืบหน้าในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น * การบริหารจัดการสินค้าคงคลังของลูกค้าหลัก และผลต่อคำสั่งซื้อในอนาคต * สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ * การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อ "ผลกำไรอื่น" ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในไตรมาส 3 ปี 2566 SICT เผชิญกับความท้าทายด้านรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอย่างระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และ IoT ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของลูกค้าหลักในสหรัฐอเมริกาและจีนตามลำดับ ปัญหาสินค้าคงคลังที่สูงในตลาดสหรัฐฯ เป็นปัจจัยกดดันรายได้จากลูกค้ากลุ่มยานยนต์ ขณะที่ความท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคในจีนส่งผลต่อคำสั่งซื้อในกลุ่ม IoT อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ยังคงเป็นดาวเด่น โดยเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของตลาดในยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกฎระเบียบใหม่ๆ และความกังวลเรื่องโรคระบาดในสัตว์ การเติบโตของกลุ่ม NFC ก็เป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนถึงความต้องการโซลูชันป้องกันการปลอมแปลงที่เพิ่มขึ้น การลงทุนใน R&D และการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับแผนงานในอนาคต แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตระยะยาว แม้จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีโหนดที่ทันสมัยขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบและส่วนประสมผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นสิ่งที่ฝ่ายจัดการต้องเร่งแก้ไข โดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุมเป็นกลยุทธ์หลัก ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 952.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 301.5 ล้านบาท หรือ 46% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 288.9 ล้านบาท เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ และการเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตภายใต้เทคโนโลยีโหนดที่ทันสมัยขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 182.4 ล้านบาท หรือ 134% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 318.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียน โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามการสั่งซื้อวัตถุดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 119 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 633.9 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น 78.2 ล้านบาท และการเพิ่มทุนจากการจ่ายปันผลเป็นหุ้นอีก 40 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและหนี้สินระยะสั้น สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตและการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องติดตามในแง่ของการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงิน ## สรุปท้าย SICT ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้ที่ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดัน มาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งถึง 49% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนที่ยอดเยี่ยม และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ แม้ความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงอยู่ แต่การลงทุนใน R&D และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตและฟื้นฟูอัตรากำไรในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มสินค้าคงคลังและหนี้สินระยะสั้น จะช่วยรองรับการดำเนินงานในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SICT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
137.87 ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
54.84 ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.78 %
กำไรสุทธิ
1.44 ล้านบาท
↓ 91.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.05 %
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
138
↓ -3.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -12% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1
↓ -91.8% YoY
D/E Ratio
0.19

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SICT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
137.87
—
143.19
-11.37%
161.56
+58.36%
102.02
+7.35%
95.04
-69.45%
กำไรขั้นต้น —
54.84
—
62.35
-13.50%
72.08
+36.70%
52.73
+34.34%
39.25
+24.12%
ค่าใช้จ่ายรวม —
53.30
—
44.66
-2.03%
45.58
+4.28%
43.71
+16.74%
37.44
-64.13%
กำไรสุทธิ —
1.44
—
17.57
-67.74%
54.46
+514.49%
8.86
+55.16%
5.71
-76.64%
กำไรต่อหุ้น —
0.00
—
0.04
-67.26%
0.11
+527.78%
0.02
+50.00%
0.01
-76.47%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
10.55
—
24.00
-19.19%
29.70
+72.47%
17.22
+37.98%
12.48
-22.34%
ROA(%) —
8.51
—
16.17
-33.24%
24.22
+69.25%
14.31
+37.99%
10.37
-11.82%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.19
—
0.77
+185.19%
0.27
+17.39%
0.23
+15.00%
0.20
-44.44%
P/E —
12.18
—
19.43
-45.67%
35.76
-14.29%
41.72
-10.57%
46.65
+122.14%
P/BV —
1.41
—
5.38
-22.81%
6.97
+2.80%
6.78
+43.34%
4.73
+145.08%
BV —
1.62
—
1.32
+14.78%
1.15
+22.34%
0.94
+9.30%
0.86
-50.00%
YIELD(%) —
3.68
—
0.13
-75.93%
0.54
-20.59%
0.68
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น —
2.28
—
7.10
-11.25%
8.00
+25.98%
6.35
+56.40%
4.06
+22.29%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
39.78
—
43.54
-2.40%
44.61
-13.68%
51.68
+25.13%
41.30
+306.10%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
38.66
—
31.19
+10.56%
28.21
-34.15%
42.84
+8.73%
39.40
+17.40%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.05
—
12.27
-63.60%
33.71
+287.92%
8.69
+44.59%
6.01
-23.54%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
10.55
ROA (%)
8.51
Book Value/หุ้น
1.72

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SICT

รายการ 2569 2568 2566 2565 2564 2563 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
620.72
-9.51%
901.95
+105.33%
439.27
+39.70%
322.04
+30.31%
247.13
+72.61%
143.17
-18.08%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
304.54
+6.08%
258.16
+21.74%
212.06
+24.47%
162.77
-5.07%
171.47
+49.97%
114.34
+20.36%
รวมสินทรัพย์ —
925.26
-4.91%
1,160.11
+78.11%
651.33
+34.35%
484.81
+15.82%
418.59
+62.55%
257.51
-4.55%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
102.79
-48.26%
476.25
+339.79%
108.29
+72.77%
62.68
+62.21%
38.64
+2.63%
37.65
+33.25%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
46.46
+36.91%
28.99
+2.91%
28.17
+2.37%
27.52
-11.09%
30.96
+73.85%
17.81
+44.86%
รวมหนี้สิน —
149.25
-35.83%
505.25
+270.24%
136.46
+51.29%
90.20
+29.60%
69.60
+25.50%
55.46
+36.77%
รวมส่วนของเจ้าของ —
776.01
+4.80%
654.87
+27.19%
514.87
+30.48%
394.61
+13.07%
349.00
+72.72%
202.05
-11.85%
D/E —
0.19
0.77
0.27
0.23
0.20
0.27
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.55
24.00
29.70
17.22
12.48
16.07
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.51
16.17
24.22
14.31
10.37
11.76
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
6.04
1.89
4.06
5.14
6.40
3.12
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.20
0.40
1.86
2.98
4.32
0.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
34.76
0.00
0.00
53.61
53.19
45.02
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
429.87
0.00
0.00
186.00
148.84
201.76
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
75.62
0.00
0.00
73.04
57.61
40.31
วงจรเงินสด —
389.01
0.00
0.00
166.57
144.42
206.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-222
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SICT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-222.14
—
90.98
-1.33%
92.21
+51.19%
60.99
-15.43%
72.12
+4.19%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-2.85
—
41.55
+121.01%
18.80
+4.91%
17.92
-122.34%
-80.22
+186.09%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
119.98
—
-47.97
-332.08%
20.67
+35.19%
15.29
-85.32%
104.13
-317.35%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-105.96
—
82.72
-197.23%
-85.08
+118.88%
-38.87
-140.49%
96.00
-1,532.84%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
0.00
—
114.96
+13.36%
101.41
-8.99%
111.43
+622.16%
15.43
-30.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
123.82
+98.25%
—
133.63
+16.24%
114.96
+13.36%
101.41
-8.99%
111.43
+622.16%