บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.88
0.04 (1.37%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในปี 2563 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม จากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
กําไรสุทธิในไตรมาสที่ 4/2563 มีจํานวน 5.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 144 จากไตรมาสที่ 3/2563 และลดลงร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนดังกล่าวข้างต้น โดยในไตรมาสที่ 4/2563 มี อัตรากําไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6
โดยรายได้หลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ มีจํานวน 139.1 ล้าน บาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41 กลุ่มระบบเข้า-ออกสถานที่และระบบการอ่านข้อมูล มีจํานวน 105.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 31 และกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ มีจํานวน 87.6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26
โดยในปี 2563 รายได้ของกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์และกลุ่มระบบเข้า-ออกสถานที่และระบบการอ่านข้อมูล เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากปีก่อนหน้า และกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อนหน้า
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5109 out_tok=2421 at=2026-07-26T04:39:12 -->
SICT กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 51% รับแรงหนุนรายได้กลุ่มยานยนต์-สัตว์เลี้ยง
ฝ่ายจัดการชี้การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และการส่งมอบสินค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหลัก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นความท้าทาย
บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 33.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และระบบลงทะเบียนสัตว์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SICT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และระบบลงทะเบียนสัตว์ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก** โดยเฉพาะกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ที่เติบโตถึง 124% และกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ที่เติบโต 40% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 การเติบโตนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 42% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 51% เป็น 33.7 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์มาจาก **ความสามารถในการจัดส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกค้า ประกอบกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่** ในขณะที่กลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์เติบโตจาก **ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าหลักและการขยายตัวของตลาด** นอกจากนี้ การปรับปรุงการจ าแนกกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับธุรกิจปัจจุบันยังช่วยให้การนำเสนอข้อมูลชัดเจนขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุน** ฝ่ายจัดการระบุว่าความสามารถในการจัดส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบและกำลังการผลิตในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ (Supply Shortage) ที่ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าจ้างการผลิตสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยท้าทาย โดยคาดว่าผลกระทบด้านต้นทุนจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 51% YoY:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 33.7 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565 เพิ่มขึ้นจาก 22.3 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564
* **รายได้จากการขายเพิ่ม 36% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 150.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (+124%) และระบบลงทะเบียนสัตว์ (+40%)
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** อยู่ที่ 56% จาก 54% ในปีก่อนหน้า แม้ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 27% YoY:** เป็นผลมาจากการลดลงของการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 79.1 ล้านบาท มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและสินค้าคงคลัง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากกำไรสะสม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท SICT มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ที่เติบโต 124% และกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ที่เติบโต 40% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 29% สอดคล้องกับรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นราคาวัตถุดิบและค่าจ้างการผลิต ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 42% เป็น 84.7 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 56% ซึ่งดีขึ้นจาก 54% ในปีก่อนหน้า
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเล็กน้อย 0.2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 27% เป็นผลมาจากการลดลงของการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 114% ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริง ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 61% เป็น 35.7 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 33.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 22%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์หลัก:** ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ และการขยายตัวของตลาด RFID ในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้
* **ความสามารถในการจัดส่งสินค้า:** การที่บริษัทสามารถเพิ่มความสามารถในการจัดส่งสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาด
* **การบริหารต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน:** การดำเนินการปรับแผนงานในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเร่งด่วนและการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท
## ความเสี่ยง
* **Supply Shortage และต้นทุนวัตถุดิบ:** สถานการณ์ขาดแคลนไมโครชิพและกำลังการผลิตในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าจ้างการผลิตสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 21.9 ล้านบาท สะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การลดลงของรายได้กลุ่ม NFC:** กลุ่ม NFC และอื่นๆ มีรายได้ลดลง 63% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบและกำลังการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าผลิต:** ติดตามผลกระทบที่จะชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** ประสิทธิภาพของแผนงานที่บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และระบบลงทะเบียนสัตว์
* **การฟื้นตัวของกลุ่ม NFC:** หากสถานการณ์ supply shortage คลี่คลาย จะส่งผลดีต่อรายได้ในกลุ่มนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 2/2565 SICT มีการปรับโครงสร้างการรายงานรายได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ระบบลงทะเบียนสัตว์ (34%), IoT ในภาคอุตสาหกรรม (33%), ระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (32%) และ NFC และอื่นๆ (1%) การเติบโตที่โดดเด่นมาจากกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น 124% และระบบลงทะเบียนสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 40% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นและศักยภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่
แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น แต่ฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภาวะ Supply Shortage ในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยท้าทายที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 27% เป็นผลดีต่อกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 563.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.1 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 120.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 443.0 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
## สรุปท้าย
SICT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 51% จากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์และระบบลงทะเบียนสัตว์ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภาวะ Supply Shortage และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งฝ่ายจัดการกำลังเร่งปรับแผนเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนและประสิทธิภาพการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SICT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
137.87
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
กำไรขั้นต้น
54.84
ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.78
%
กำไรสุทธิ
1.44
ล้านบาท
↓ 91.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.05
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
138
↓ -3.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -12%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1
↓ -91.8%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SICT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
10.55
ROA (%)
8.51
Book Value/หุ้น
1.67
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SICT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-222
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SICT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-222.14
|
— |
90.98
-1.33%
|
92.21
+51.19%
|
60.99
-15.43%
|
72.12
+4.19%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-2.85
|
— |
41.55
+121.01%
|
18.80
+4.91%
|
17.92
-122.34%
|
-80.22
+186.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.98
|
— |
-47.97
-332.08%
|
20.67
+35.19%
|
15.29
-85.32%
|
104.13
-317.35%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-105.96
|
— |
82.72
-197.23%
|
-85.08
+118.88%
|
-38.87
-140.49%
|
96.00
-1,532.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
— |
114.96
+13.36%
|
101.41
-8.99%
|
111.43
+622.16%
|
15.43
-30.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
123.82
+98.25%
|
— |
133.63
+16.24%
|
114.96
+13.36%
|
101.41
-8.99%
|
111.43
+622.16%
|