บริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
0.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8632 out_tok=3063 at=2026-07-26T04:39:02 -->
# SIAM พลิกขาดทุนหนัก Q2/65 รับแรงหนุนธุรกิจรับเหมา-พลังงานทดแทน
## รายได้รวมโต 2% จากธุรกิจรับเหมาฯ-พลังงานทดแทน ขณะที่กำไรสุทธิขาดทุนเพิ่มขึ้น YoY เหตุต้นทุนพุ่ง
บริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ SIAM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้กลุ่มให้บริการรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มพลังงานทดแทนที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิที่ 29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SIAM ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เข้ามาทดแทนรายได้หลักที่ลดลง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ส่งผลให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ** โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 2% เป็น 429 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นลดลงถึง 42% และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 88% เป็น 29 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการได้ระบุไว้:
* **รายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์อาคารสำเร็จรูปและผนังกั้นน้ำในประเทศลดลง 4%** ซึ่งเป็นรายได้หลักเดิม
* **รายได้กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น 100%** จาก 8 ล้านบาท เป็น 8 ล้านบาท (เป็นการเพิ่มขึ้นจาก 0 ในปีก่อน)
* **รายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 94%** เป็น 31 ล้านบาท จาก 4 โครงการ
* **ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 8%** เป็น 396 ล้านบาท โดยอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้รวมเพิ่มจาก 87% เป็น 92% สาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น** และการที่ธุรกิจที่มีสัดส่วนต้นทุนขายสูงมีรายได้เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 17%** เป็น 108 ล้านบาท โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมเพิ่มจาก 22% เป็น 25% ส่วนใหญ่มาจาก **ค่าใช้จ่ายในการบริหารของกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน**
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 350%** เป็น 18 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนลงได้บ้าง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ภาพรวมยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด**
* **กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนและรับเหมาก่อสร้าง:** ฝ่ายจัดการมีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง และมีงานรับเหมาก่อสร้าง 4 โครงการ ซึ่งบ่งชี้ว่ารายได้จากสองกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะเติบโตต่อไป
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กที่ผันผวนเป็นปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **ภาพรวมขาดทุน:** แม้รายได้จะเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้การกลับมามีกำไรยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 เพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 429 ล้านบาท** หนุนโดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพลังงานทดแทน
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/65 เพิ่มขึ้น 88% YoY เป็น 29 ล้านบาท** จากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นลดลง 42% YoY** อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวจาก 13% เหลือ 8%
* **ต้นทุนขายเพิ่ม 8%** จากราคาเหล็กที่สูงขึ้น และ **ค่าใช้จ่ายขายบริหารเพิ่ม 17%** จากธุรกิจพลังงานทดแทน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่ม 350%** เป็น 18 ล้านบาท ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิ
* **ฐานะการเงินโดยรวมยังแข็งแกร่ง** สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อย 1% เป็น 3,498 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 4% เป็น 670 ล้านบาท และ D/E คงที่ที่ 0.24 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 94% เป็น 31 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์อาคารสำเร็จรูปและผนังกั้นน้ำในประเทศ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ กลับลดลง 4% เป็น 390 ล้านบาท
ในด้านต้นทุน บริษัทฯ มีต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 8% เป็น 396 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 87% เป็น 92% โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีต้นทุนขายสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้น 17% เป็น 108 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารของกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 22% เป็น 25%
ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 42% เป็น 33 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงจาก 13% เหลือ 8% แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 350% เป็น 18 ล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 88% เป็น 29 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 16 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจพลังงานทดแทน:** บริษัทฯ มีแผนลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** การมีงานรับเหมาก่อสร้าง 4 โครงการ สะท้อนถึงโอกาสในการสร้างรายได้จากภาคการก่อสร้าง
* **การพัฒนาบุคลากรและผลิตภัณฑ์ใหม่:** แผนการพัฒนาบุคลากรด้านการตลาดและการผลิต รวมถึงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มยอดขายในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และการเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ จะส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งอาจนำมาซึ่งคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและคำสั่งซื้อ
* **ความไม่แน่นอนทางการเมือง:** ความไม่เสถียรภาพทางการเมืองอาจส่งผลให้การใช้จ่ายภาครัฐลดลง กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและคำสั่งซื้อ
* **การหดตัวของตลาดต่างประเทศ:** สถานการณ์ COVID-19 ในต่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าลดลง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทที่แข็งค่าอาจส่งผลให้ยอดขายลดลง เสียความสามารถในการแข่งขัน และอาจเกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็ก:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาเหล็กจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าของโครงการรับเหมาก่อสร้าง:** การส่งมอบงานและรายได้จากโครงการที่ดำเนินอยู่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน:** ความคืบหน้าของการลงทุนและการสร้างรายได้จากธุรกิจนี้ จะเป็นตัวชี้วัดศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกกลับมามีกำไร
* **การฟื้นตัวของตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศ:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาดหลักเดิม จะส่งผลต่อภาพรวมรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 ธุรกิจหลักของ SIAM คือการขายเฟอร์นิเจอร์อาคารสำเร็จรูปและผนังกั้นน้ำในประเทศ มีรายได้ 390 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามชดเชยด้วยการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจพลังงานทดแทนและธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในไตรมาสนี้ โดยรายได้จากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จากฐานที่ต่ำในปีก่อน) และรายได้จากรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นถึง 94% จาก 4 โครงการ
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็ก ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ทำให้กำไรขั้นต้นรวมลดลงถึง 42% แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในกลุ่มพลังงานทดแทนก็ส่งผลให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ การที่บริษัทฯ มีแผนพัฒนาบุคลากรด้านการตลาดและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวเพื่อตอบสนองตลาดและเพิ่มยอดขายในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,498 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์-สุทธิ ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 10% เป็น 276 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลง 4% เป็น 670 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ลดลงจากหนี้สินหมุนเวียนอื่น ซึ่งมาจากการลดลงของเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจห้องน้ำสำเร็จรูป อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.24 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและคงที่ แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี
ในส่วนของกระแสเงินสด สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 26 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้หมุนเวียนอื่นและชำระเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น ขณะที่ได้รับเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน 49 ล้านบาท จากเงินปันผล และได้รับเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมเพิ่มขึ้น 26 ล้านบาท
สภาพคล่องของบริษัทฯ ยังคงอยู่ในระดับที่ดี โดยอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.83 เท่า เป็น 1.90 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็วเท่ากับ 0.88 เท่า
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SIAM ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการที่ธุรกิจใหม่ เช่น พลังงานทดแทนและรับเหมาก่อสร้าง เริ่มเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนรายได้ทดแทนธุรกิจหลักที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็ก และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ แม้ว่าฐานะการเงินจะยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องที่ดี แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการกลับมาทำกำไรของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SIAM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
343.83
ล้านบาท
↓ 35.9% YoY
กำไรขั้นต้น
75.32
ล้านบาท
↓ 18.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.90
%
กำไรสุทธิ
3.51
ล้านบาท
↓ 122.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.02
%
D/E Ratio
0.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
344
↓ -35.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
75
↓ -18.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -122.7%
YoY
D/E Ratio
0.26
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SIAM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.26
ROE (%)
0.88
ROA (%)
1.03
Book Value/หุ้น
4.27
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SIAM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+27
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+9
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SIAM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
26.65
-88.97%
|
241.52
-657.65%
|
-43.31
-237.40%
|
31.52
-170.63%
|
-44.63
-134.98%
|
127.60
-34.30%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
9.35
-126.17%
|
-35.73
-154.87%
|
65.12
-208.15%
|
-60.21
-204.69%
|
57.51
-125.14%
|
-228.75
-43.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
29.84
-199.53%
|
-29.98
-42.07%
|
-51.75
-378.38%
|
18.59
-90.73%
|
200.59
-163.08%
|
-317.97
+325.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
65.85
-62.55%
|
175.82
-687.24%
|
-29.94
+192.10%
|
-10.25
-104.80%
|
213.48
-158.41%
|
-365.51
+21.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
412.13
+15.81%
|
355.88
+27.14%
|
279.91
+12.15%
|
249.59
-45.80%
|
460.51
-44.25%
|
826.02
-26.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
507.86
+23.23%
|
412.13
+15.81%
|
355.88
+27.14%
|
279.91
+12.15%
|
249.59
-45.80%
|
460.51
-44.25%
|