SELIC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SELIC
บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
2.74
0.02 (0.72%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

สรุป Oppday SELIC: โอกาสและการเติบโตในโลกแห่งกาว, สติกเกอร์, และ Healthcare ปี 2568



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

SELIC มีบริษัทในเครือ 9 บริษัท, ได้แก่ S Venture (ถือหุ้น 99.97%), SELIC Australia (ถือหุ้น 100%), PMC Label Material (ถือหุ้น 70%) และบริษัทย่อยอีก 2 แห่ง คือ PMC Malaysia และ PMC Singapore (ถือหุ้น 100%) นอกจากนี้ยังมี SELIC Global Venture (ถือหุ้น 100%) และบริษัทย่อยอีก 3 แห่ง คือ SELIC Healthcare (ถือหุ้น 100%) ซึ่งถือหุ้นในบริษัท เทวกรรมโอสถ 50% และบริษัท DVK Healthcare (ถือหุ้น 100%)


บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อความยั่งยืนขององค์กรและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซิลิคได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่างๆ มากมาย รวมถึงการประเมิน CGR Checklist ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และการเข้าร่วมประเมินโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น


SELIC เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่น่าลงทุนในกลุ่ม ESG Emerging ปี 2568 ซึ่งได้รับมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลด Carbon Footprint ขององค์กร



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

บริษัทมีกลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มธุรกิจกาว, กลุ่มธุรกิจสติกเกอร์ (PMC), และกลุ่มธุรกิจ Healthcare โดยมีลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ สิ่งพิมพ์ เฟอร์นิเจอร์ รองเท้าและเครื่องหนัง ของอุปโภคบริโภค และยานยนต์


ผลิตภัณฑ์กาวมี 3 ประเภทหลัก คือ Solvent Based (กาวอเนกประสงค์), Hot Melt (กาวเม็ดแข็ง), และ Water Based (กาวที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย) โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แบรนด์ Vegamel, Intensity, และ Minerva Green Organic


ผลิตภัณฑ์สติกเกอร์มีองค์ประกอบ 3 ชั้น คือ Face Stock, ชั้นกาว, และ Liner โดยมีการจัดจำหน่ายใน 2 รูปแบบ คือ Master Roll และ Customized ลูกค้าหลักคือผู้ที่ซื้อไปใช้ในงานป้ายและฉลากสินค้าต่างๆ


ผลิตภัณฑ์ Healthcare มี 4 แบรนด์หลัก คือ Neoban, Neoplas, มวย, และ Neotape โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์บรรเทาปวด, เครื่องมือแพทย์, และเทปล็อคกล้ามเนื้อ



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ ต้องปรับตัวและรับมือ


High Season กับ Low Season ของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยช่วงปลายปีกับต้นปีจะเป็นช่วง High Season ของกาวและสติกเกอร์ ในขณะที่ Healthcare จะขายดีเป็นพิเศษในช่วงที่มีกิจกรรม Outdoor


กำแพงภาษีอาจกระทบลูกค้าที่ซื้อกาวและสติกเกอร์ไปผลิตสินค้าที่ส่งออกไปยังโซนนั้นๆ และสงครามไทยกัมพูชาอาจมีผลกระทบต่อยอดขายในฝั่ง Healthcare ในส่วนที่เกี่ยวกับการผลักดันยอดขายและการตลาด



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

บริษัทตั้งรับและ Monitor อย่างใกล้ชิด โดยยังคงแผนเดิมเอาไว้


มีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อเข้าหาลูกค้ามากขึ้น มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การออกงานเพิ่มขึ้น การจัด Event ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรม Outdoor ของผู้บริโภค รวมถึงการทำโปรโมชั่นต่างๆ กับคู่ค้าและลูกค้า


ทีมบัญชีมีการเตรียมซื้อ Forward Contract เพื่อรองรับความผันผวนของค่าเงินบาท



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

คาดว่าช่วงปลายไตรมาส 3 และเข้าไตรมาส 4 สถานการณ์น่าจะดีขึ้น


บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Healthcare 2-3 ผลิตภัณฑ์


บริษัทไม่ปิดโอกาสในการทำ Deal M&A เพื่อต่อยอดธุรกิจ และคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้


ผลิตภัณฑ์ Healthcare มีการส่งสินค้าเข้าไปในกลุ่มของโรงพยาบาล และบริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางการขายนี้ โดยมีทีมที่คอยดูแลและคาดหวังว่าจะขยายผลไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้นที่ นาทีที่ 41:49

* แนวโน้มผลการดำเนินงาน Q3/2568:
* คำถาม: แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2568 เทียบ QonQ, YoY จะเติบโตไหม เพราะอะไร ช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร เหตุปัจจัยบวกหรือลบอะไรบ้าง ภาพรวมทั้งปี 2568 วางเป้ารายได้โตเท่าไหร่ มีการปรับเป้าหมายไหม และภาพรวมอุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไรบ้างในครึ่งปีหลัง
* คำตอบ: ด้วยปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ ต้องปรับตัวและรับมือ ซึ่งก็ถือว่าเป็น Challenge หนึ่งเลยที่ตัวบริษัทเองก็ตั้งรับและ Monitor อย่างใกล้ชิด โดยเรายังคงแผนเดิมเอาไว้ โดยครึ่งปีหลังมีแผนที่จะมีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะเอาตัวเราเข้าไปหาลูกค้ามากขึ้น มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การออกงานเพิ่มขึ้น การจัด Event ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรม Outdoor ของผู้บริโภคที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วง Q3 Q4 ต่อจากนี้ รวมถึงมีการทำโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกับคู่ค้าและลูกค้า ซึ่งก็จะผลักดันทุกอย่างให้คงไว้ตามแผนเดิม

* CEO ใหม่:
* คำถาม: CEO ของซิลิคคนใหม่เริ่มงานเมื่อไหร่
* คำตอบ: ตอนนี้เราก็มี Candidate แล้ว อย่างที่เคยแจ้งไปในช่วง AGM แต่ว่าบังเอิญมันเป็นช่วงที่ประเมินผลงานกันอยู่ เดี๋ยวถ้า Confirm ยังไงแล้วเดี๋ยวจะรีบออกมาประกาศให้ทราบ

* กำแพงภาษี:
* คำถาม: กำแพงภาษีกระทบธุรกิจไหนบ้าง มีแผนรองรับยังไง
* คำตอบ: ถ้ามันเป็นตัว Healthcare อาจจะไม่ค่อยกระทบเยอะ แต่ส่วนที่เป็นกาวกับสติกเกอร์อาจจะไม่ได้กระทบทางซิลิคโดยตรง แต่ว่าอาจจะกระทบลูกค้าที่ซื้อกาวกับสติกเกอร์ไปผลิตสินค้าที่อาจจะมีส่งออกไปโซนนั้นอะไรอย่างนี้ ช่วงแรกๆ ก็อาจจะมีบ้างที่เขาชะลอการสั่งของ เพราะว่าเขาไม่อยากสต็อกแล้วคอยดูสถานการณ์ไว้ก่อนอะไรอย่างนี้ แต่ว่าตอนนี้อาจจะคลี่คลายแล้วก็น่าจะดีขึ้น

* สงครามไทย-กัมพูชา:
* คำถาม: สงครามไทยกัมพูชามีผลกระทบกับยอดขายไหม
* คำตอบ: ถ้าจะมีก็อาจจะมีในฝั่ง Healthcare ในส่วนที่ เป็นกิจกรรมทางด้านผลักดันยอดขายกับการตลาดอะไรพวกนี้ครับ เนื่องจากแถวนั้นนะมันเป็นโซนที่เศรษฐกิจค่อนข้างนิ่งลงไปนะครับ
* คำตอบ (เพิ่มเติม): ทางบริษัทมองว่าจริงๆ สงครามที่เกิดขึ้นหรือการปะทะกันที่เกิดขึ้นเนี่ย ก็ทุกธุรกิจเลยก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็มองว่าเป็นความท้าทายแล้วก็ทำให้ตัวบริษัทเองเนี่ยต้องเร่งในการปรับตัวแล้วก็ทำทุกอย่างให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

* เป้ารายได้ปี 2568:
* คำถาม: เป้าจะถึง 2,400 ล้านบาทไหม จะมีแผนอื่นไหม แล้ว Q3 สถานการณ์ดีขึ้นไหม
* คำถาม: เป้า 2,400 ล้านบาท ยังเป็นไปตามแผนหรือไม่ หลังจากผ่านมา 5 เดือน
* คำตอบ: เราก็จะพยายามปรับตัวและปรับกลยุทธ์ให้ทันกับกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นต่างๆ ซึ่งเหมือนที่ คุณเก่งเรียนแจ้งไปว่าช่วงกิจกรรม Activity ต่างๆ รวมถึง Seasonal ของตัวอุตสาหกรรมของเราเองเนี่ยอยู่ในช่วงที่กำลังจะกลับมาเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ก็คาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้

* ค่าเงินบาทแข็ง:
* คำถาม: ค่าเงินบาทที่แข็ง เป็นผลเสียมากกว่า หรือผลดีมากกว่า
* คำตอบ: ถ้าภาพรวมมันอาจจะดีกว่าในในส่วนที่ Material พวกที่เราสั่งเข้ามาครับมันก็ราคาดีขึ้นนะครับ ส่วนที่ไม่ดีหน่อยก็ช่วงแรกๆ ที่เขามีการปรับตัวฉับพลันเนี่ยมันมันทำให้เราปรับราคาขายไม่ทัน ตัวเลขส่งออกมันก็อาจจะดู ลดลงแต่ว่า เอ่อปริมาณสินค้าเนี่ยมันก็เท่าเดิมหรือมากขึ้นนะครับมันก็เลยทำให้มันไม่balance นิดหน่อย แต่ อย่างไรก็ตามครับเรามีแผนรองรับโดยทีมบัญชีเนี่ยเขาก็มีการเตรียมซื้อพวก Forward Contract อะไรพวกนี้ไว้ล่วงหน้า นะครับแล้วเขาก็จะมีแผนของเขาน่าจะไม่ ไม่ขัดข้องเยอะครับ

* สินค้าใหม่ Healthcare:
* คำถาม: ธุรกิจเพื่อสุขภาพหรือ Healthcare เนี่ย มีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ปีนี้กี่ SKU
* คำตอบ: จริงๆ การทำ New Product นะคะก็จะอยู่ใน pl อยู่ในแผนของเราในทุกๆ ปีอยู่แล้วค่ะ ซึ่งในปีนี้เนี่ย ในช่วงครึ่งปีที่เหลือไตรมาส 3 ไตรมาส 4 นี้ค่ะ เราอ่ะจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมานะคะคาดว่า 2-3 ผลิตภัณฑ์ค่ะ ยังไงก็ฝาก ทุกท่านนะคะติดตามแล้วก็อยากให้ทุกท่านน่ะค่ะได้ใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์คนไทยของเราจริงๆ ค่ะ

* พรีเซนเตอร์คุณหนุ่ม กรรชัย:
* คำถาม: พรีเซนเตอร์คุณหนุ่ม กรรชัย กี่ปี
* คำตอบ: ตัวพรีเซนเตอร์คุณหนุ่ม กรรชัยก็จะ มีระยะเวลาสัญญา 1 ปี
* คำตอบ (เพิ่มเติม): ตอนนี้สัญญา กับคุณหนุ่มก็หมดแล้วค่ะ ทางทีมก็กำลังดำเนินการเปลี่ยนสื่อต่างๆ ที่ ที่ ที่ทุกท่านเห็นกันก็ กำลังดำเนินการเร่งดำเนินการอยู่ค่ะ

* ดีล M&A:
* คำถาม: ในระยะ 1-2 ปีนี้ จะมี Deal M&A เพื่อต่อยอดธุรกิจอีกหรือไม่
* คำตอบ: ในส่วน นี้นะครับปกติบริษัทก็ไม่ปิดโอกาสตัวเองนะครับแล้วก็มีดูพวกโปรเจคต่างๆ อยู่นะครับ อันนี้คือที่มาของที่ว่าทำไมเราต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในทางฝั่ง พวก Conltation ต่างๆ อะไรพวกนี้ อันนี้คิดว่าน่าจะมีนะครับแต่ตอนนี้ยังเล่าอะไรให้ฟังเยอะไม่ได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรออกมาอย่างเป็นทางการ เดี๋ยวจะมาแจ้งให้ทราบครับ

* สินค้าในโรงพยาบาล:
* คำถาม: สินค้าของบริษัทมีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดหรือดูแลรักษาในโรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนบ้างไหม มีแผนบุกตรงนี้ไหม
* คำตอบ: ในส่วนของผลิตภัณฑ์ของ ของ ของ กลุ่มบริษัทอ่ะค่ะ ในกลุ่ม Healthcare เนี่ย เอ่อโดยเฉพาะกลุ่มของเครื่องมือแพทย์ค่ะ เราอ่ะก็มีการ เอ่อส่งสินค้าเข้าไปใน ในกลุ่มของโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วบริษัทเองก็ ก็ค่อนข้างให้ความสำคัญกับช่องทางการขายนี้เช่นกันค่ะ เราก็มีทีมที่คอยดูแลอยู่แล้วก็ คาดหวังว่าจะได้ขยายผลตอบผลไปยัง อ่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่มอื่นๆ กับกลุ่มของโรงพยาบาลด้วยค่ะ

* ผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดลดลง:
* คำถาม: อยากทราบสาเหตุที่สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดลดลงในไตรมาส 2 เมื่อเทียบ year on year ทั้งที่เรามีจุดขายและ SKU เพิ่มขึ้น และใน Q3 มีแนวโน้มที่จะดี ที่จะดีขึ้นหรือไม่
* คำตอบ: ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดอย่างที่ เห็นจาก อ่า per แล้วก็ที่ คุณเก่ง อ่าได้มีการเรียนแจ้งไปค่ะ ในช่วง Q2 เนี่ยเป็นช่วงที่ กิจกรรม Activity Outdoor ต่างๆ เนี่ยจะไม่ค่อยมีเนื่องด้วย อ่าสถานการณ์ของ อ่าอากาศ Q2 เนี่ยทั้งอากาศร้อนด้วยแล้วก็มีฝนตกด้วย ทำให้การจัดกิจกรรม Outdoor อ่ะค่ะ ลดลง พอการทำกิจกรรมลดลงเนี่ย การ อ่าใช้ผลิตภัณฑ์ของเราก็อาจจะมี อัตราในการใช้ลดลงตามมาด้วยเช่นกันค่ะ แล้วก็อาจจะมีปัจจัยอื่นเสริมเข้ามาอีกก็อย่างเช่นเรื่องของ นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปค่ะ ก็เลยทำให้ อ่ากระทบในส่วนนี้ค่ะ
* คำตอบ (เพิ่มเติม): ถ้าเพิ่มเติมจากที่ คุณการเล่าไปก็จะ มีเรื่องที่ว่า คนเราก็ออกไปเที่ยวน้อยลงนะครับพอเศรษฐกิจไม่ค่อยดี อันนี้เขาก็จะเจ็บตัวน้อยลงหรือว่าซื้อเครื่องมือป้องกัน พวกผลิตภัณฑ์ต่างๆ พวกนี้น้อยลง แต่อาจจะกลับมาในช่วง คิวต่อไปนะครับ

* SGA per sale:
* คำถาม: SGA per sale ของ อ่าช่วง ไตร อ่าช่วง ของช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ประมาณ 21% ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว และในครึ่งปีหลังบริษัทวางแผน SGA ใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกหรือไม่
* คำตอบ: อย่างที่เห็นในในสไลด์นะครับ SGA ตอนช่วงต้นปีเนี่ยเรามีการผลักดันเรื่องการตลาดทางฝั่ง Healthcare ค่อนข้างเยอะนะครับ เพื่อเพื่อ นำทางให้ ให้ ให้ ให้ยอดขายมันโตขึ้นแล้วก็หาตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นนะครับ ส่วนตัวSGA ในไตรมาส 2 เนี่ยครับในใน year 2 นะครับน่าจะมีแนวโน้มที่จะลดลงครับเนื่องจากเราทำการตลาดค่อนข้างเยอะในช่วงต้นปีไปแล้วครับ

* Feedback พรีเซนเตอร์:
* คำถาม: Feedback จากการใช้คุณหนุ่มมาเป็นพรีเซนเตอร์ เป็นไปตามคาดหมายไหม
* คำตอบ: การ การที่เรามีพรีเซนเตอร์เป็นคุณหนุ่มนะคะ ก็ Feedback ที่กลับมาก็ค่อนข้างเป็นไปใน เชิงบวกอ่ะค่ะ เพราะว่าตัวคุณหนุ่มเองเนี่ยก็เป็นที่รู้จักอยู่แล้วในวงกว้างนะคะแล้วก็ เอ่อเรามีการทำสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ทุกๆ ค่ะ เอ่อ ให้ ให้ผู้บริโภคเนี่ยเห็นคิดถึง นีโอบันก็จะคิดถึงคุณหนุ่มอ่ะค่ะ ก็มองว่า เอ่อมันเป็นการสร้าง awareness จากที่เราเนี่ยไม่ได้ ไม่เคยมีพรีเซนเตอร์มาก่อน การที่มีพรีเซนเตอร์เข้ามาเนี่ยก็ทำให้ภาพจำในตัวสินค้าเนี่ยมีความชัดเจนแล้วก็คน เข้าถึงเห็นปุ๊บก็นึกถึงได้มากขึ้นค่ะ ก็มองว่าก็ได้รับ Feedback ในเชิงบวกกลับมาจากการมีพรีเซนเตอร์ค่ะ

* บริษัทต่างประเทศซื้อลิขสิทธิ์น้ำมันมวย:
* คำถาม: บริษัทต่างประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์น้ำมันมวยเราไปผลิต ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง อยากทราบความคืบหน้า
* คำตอบ: ตอนนี้ก็ทุกอย่างก็เป็นไปตามสถานการณ์ปกตินะคะ ก็ที่ ที่เราก็ยัง อ่ามีการพูดคุยอัปเดตกันตลอดเวลาค่ะ ก็ อ่าทุกอย่างเป็นไปตาม ตามแผนที่วางไว้ค่ะ

* โอกาส M&A Healthcare:
* คำถาม: มีโอกาส M&A ในกลุ่ม Healthcare เพิ่มเติมไหมครับ
* คำตอบ: ในคำถาม นี้นะครับผมขออนุญาตตอบ ซิลิคไม่ปิดตัวนะครับเราก็เปิดโอกาสให้ตัวเองนะครับแล้วก็ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ครับ แต่ว่าถ้ามีอะไรเดี๋ยวจะประกาศให้เร็วๆ นี้ครับ

* สินค้า COLLAB กับ INFLU:
* คำถาม: สินค้ากลุ่ม Healthcare ของเรา มีโอกาสไป COLLAB กับ INFU หรือทำการตลาดเพิ่มเติมบ้างไหม
* คำตอบ: จริงๆ ก็คือยังไม่แล้วกันค่ะ แต่ว่าการทำ ค แล้วก็การมี หรือว่าการมี KL ที่มีชื่อเสียงอ่ะค่ะก็อยู่ อยู่ในแผนงานของเราเช่นกันค่ะ ซึ่งซึ่งก็ เอ่อคาดหวังว่าจะได้รับ Feedback ที่ดี การตอบรับที่ดีแล้วก็สร้าง ให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ มากยิ่งขึ้นค่ะ ก็ คาดว่าภายในปีนี้น่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ นะคะ แล้วก็อยากจะฝากทุกท่านก็ช่วยช่วยติดตาม อ่าการ C นี้แล้วก็ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของเราที่จะออกมาด้วยเช่นกันค่ะ

* ยอดขายปี 2568:
* คำถาม: ยอดขายปี 2568 วางไว้กี่เปอร์เซ็นต์คะ ที่จะโต
* คำตอบ: ตอน ตอนนี้เรายังไม่มีการปรับ แผน ที่ ที่จะทำเป้าให้สำเร็จนะครับอยู่ที่ 2,400 นะครับ ก็จะพยายามให้มากที่สุดนะครับแล้วก็มีการปรับเปลี่ยนแผนต่างๆ นะครับอะไรที่มัน สถานการณ์เปลี่ยนไปเราก็ต้องปรับตัวไปตาม ไปตามนั้นนะครับ อย่างที่ คุณการเล่าไปแล้วก็มีการปรับ พวกแผนการตลาดแล้วก็เป้าหมาย ดูลูกค้าอยู่ นะครับตามสถานการณ์ครับ ยังไงเดี๋ยวพวกเราจะพยายามให้มากที่สุดครับ

โดยสรุป SELIC ยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ โดยมีการปรับกลยุทธ์และแผนการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกลุ่มธุรกิจ

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q2/2568