ช่าวหุ้น SCG
เดือนนี้ / เดือนก่อน
ปีนี้ / ปีก่อน
-
hoonsmart
SCG ขาขึ้นปี’69 อิบิทด้าทะลุ 5.5 หมื่นลบ. ปิโตรฯฟื้นลดหนี้ ปิดบริษัทไม่กำไรหมดแล้ว 29/01/69
HoonSmart.com>>”ปูนซิเมนต์ไทย” (SCG) มองแนวโน้มปี 69 ดีขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ มากกว่า 55,000 ล้านบาท ทุกธุรกิจเร่งเพิ่มความเข้มแข็ง ตลาดอาเซียนโต ‘ปิโตรเคมี’มาร์จิ้นดีขึ้น กลุ่มตั้งงบลงทุน 30,000 ล้านบาท เดินหน้าลดหนี้-ต้นทุนเงิน ไม่มีขาดทุนพิเศษก้อนใหญ่จากการปิดธุรกิจ เพราะทำหมดแล้ว ปีก่อนประหยัดค่าใช้จ่าย 4,300 ล้านบาท/ปี ‘ธรรมศักดิ์’ร่วมทีมไทยแลนด์ไปประชุม WEF 2026 มองเห็นโอกาสทางธุรกิจมากมาย นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCG) แถลงผลการดำเนินงานว่า แนวโน้มปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 ที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) จำนวน 55,012 ล้านบาทโต 6% แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น เนื่องจากทุกธุรกิจเร่งเครื่องเพิ่มความเข้มแข็ง ลดต้นทุนทำให้มาร์จิ้นดีขึ้น กำไรของธุรกิจซีเมนต์เพิ่มขึ้นมาก ธุรกิจเคมิคอลส์ก็มีแนวโน้มดีขึ้น จากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังคงเติบโต 6-7% ต่อปี จากการย้ายฐานการผลิตมาอาเซียนและเศรษฐกิจโตนำโดยเวียดนาม เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด ในปี 2569 SCG วางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสเติบโตไว้ 4 ด้าน ได้แก่
-
hoonsmart
“เอสซีจี” แกร่งปี 68 กระแสเงินสด 5.5 หมื่นลบ. ปันผล 5 บาท มั่นใจปี 69 ฝ่าความท้าทาย 28/01/69
HoonSmart.co>> “เอสซีจี” (SCG) เผยปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 คิดเป็น 6% ด้านหนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม บาทแข็ง 7% เดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5 บาท เป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 69 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือ เอสซีจี แจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท
-
mitihoon
Mitihoon – Bangkok, 28 January 2026: SCG announced its 2025 operating results, reporting a strong adjusted EBITDA* (Cash flow from core operations, excluding extraordinary items) of 55,012 MB, outperforming 2024 by 6%. Meanwhile, debt declined by 14,845 MB from the previous year. Despite a more challenging global and Thai economic environment, a stronger Thai Baht that appreciated by 2.4 Baht per US dollar, or 7% from the previous year, and heightened geopolitical conflicts, SCG continues to advance by intensifying financial discipline, strengthening capabilities across the organization, and reinforcing long-term growth engines. SCG approved a dividend of 5.0 Baht per share, totaling 6,000 MB, to ensure sustained shareholder returns. In 2026, SCG is confident in its ability to stay resilient and ready for every challenge. SCG reported its operating performance for 2025, with a focus on business restructuring alongside efficient cost management, while accelerating efforts to boost capabilities by leveraging AI and Robotics to reduce costs, improve operational efficiency, and drive long-term organizational growth. At the same time, SCG continued to develop and expand markets for High-Value Added Products and Services (HVA), green products such as Low Carbon Cement, and Smart Value Products (SVP). The outcomes of the measures to intensify financial discipline implemented in 2025 include: 1) Reduced working capital 10,535 MB; 2) Restructured operations the discontinuation of non-performing businesses and cost savings totaling more than 4,300 MB per year; and 3) Controlled capital expenditures (CAPEX) by prioritizing projects with high and quick returns, executed as planned at 30,737 MB. These measures collectively resulted in a reduction in net debt of 14,845 MB, with the net debt-to-EBITDA ratio improving to 5.5 times from 6.3 times previously. The company remains financially stable and robust, with cash reserves totaling 52,447 MB at the end of the year.
-
mitihoon
มิติหุ้น – กรุงเทพฯ – 28 มกราคม 2569 : เอสซีจี เผยปี 2568 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง แต่เอสซีจียังเดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เข้มแข็งด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งโดยรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 2569 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย เอสซีจีแจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท
-
set
-
set
-
hoonsmart
SCG ชู ! เวียดนาม “บ้านหลังที่ 2 ” เพิ่มโอกาสสร้างกำไรโตระยะยาว 21/12/68
HoonSmart.com>> กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ยกระดับเวียดนามเป็น”บ้านหลังที่ 2″ ฐานที่มั่นแข็งแกร่งทางธุรกิจ หลังทุ่มเงินลงทุนร่วม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 28%ของสินทรัพย์รวม SCG เป็นรองเพียงประเทศไทย โดยมีบริษัทในเครือ 28 แห่ง 25 โรงงาน ผสมผสานการได้เปรียบจากการมีฐานการผลิตหลายประเทศ มาบริหารแบบบูรณาการทั่วอาเซียน (Regional Optimization) ผลักดันเวียดนามที่มีจุดแข็งมากมายให้เป็นฐานการผลิตที่มีอัตรากำไรสูง เพิ่มรายได้ในระยะยาว “กุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์” รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) , General Director -Long Son Petrochemicals (LSP) และ Country Director – Vietnam,SCG เล่าให้ฟังในโอกาสที่พาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมธุรกิจของ Prime Group ที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (7-9 ธ.ค. 2568 ) ว่า กลุ่ม SCG เป็นบริษัทต่างประเทศรายแรกๆ ที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม หรือกว่า 32 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ไม่ได้มองเวียดนามเป็นเพียงตลาด แต่มองเป็นบ้านหลังที่ 2 ธุรกิจที่มีอยู่ค่อนข้างครบ เหมือนในประเทศไทย ตั้งอยู่กระจายทั่วประเทศ ทั้งตอนใต้ที่โฮจิมินห์ ตอนกลางที่ดานัง คือธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างรวมถึงซีเมนต์ และตอนเหนือที่ฮานอยคือ ธุรกิจ Prime Group ผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมวัสดุตกแต่งพื้นผิว รวมถึงคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม (LSP) ของบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) SCG รุกกลยุทธ์บริหารธุรกิจแบบบูรณาการทั่วอาเซียน (Regional Optimization) ผลักดันเวียดนามให้เป็นฐานการผลิตด้วย 3 เป้าหมายคือ 1.รองรับการบริโภคสูงภายในประเทศ 2.ผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้า และ3.ส่งออกไปสู่ตลาดโลก โดยผสานจุดแข็งฐานการผลิตหลากหลายในอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยไม่ได้มองเวียดนาม stand alone เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบได้ดียิ่งขึ้น
-
mitihoon
SCGP Completes 100% Share Acquisition of MYPAK, Strengthening Fiber Packaging Business in Indonesia 09/12/68
Mitihoon – SCGP has announced the completion of investment for 100% stake in ordinary shares of PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK), a leading corrugated containers producer in Indonesia. This strategic investment strengthens SCGP’s fiber packaging business and enhances its integrated packaging solutions to serve a continuously expanding customer base. MYPAK’s financial performance will be consolidated into SCGP’s financial statements from December 2025 onward. Mr. Wichan Jitpukdee, Chief Executive Officer of SCG Packaging Public Company Limited or SCGP, stated that SCGP continues to expand its investments in high-growth integrated packaging businesses in line with its long-term growth strategy. The Company has entered into a Merger and Partnership (M&P) agreement to acquire 100% of the shares in MYPAK, one of Indonesia’s leading fiber packaging manufacturers, with production facilities located in Bekasi, West Java. The total investment value amounts to IDR 467 billion (approximately THB 981 million). MYPAK is one of the leading corrugated containers producers in Indonesia, with an annual production capacity of 144,000 tons. Its key customers are multinational companies and leading domestic brands primarily in the food, beverage, and consumer goods sectors. The site also has the plan to support the establishment of an Inspired Solutions Studio, as well as future expansion of consumer packaging manufacturing facilities. As of the end of 2024, MYPAK recorded revenue of IDR 846 billion (approximately THB 1,777 million) and total assets of IDR 1,272 billion (approximately THB 2,670 million).
-
set
แจ้งวันหยุดตามประเพณี ประจำปี 2569 01/12/68
-
hoonsmart
SCG ร่วมโรดโชว์ลอนดอน เร่งขยายตลาดเวียดนาม 10/11/68
ทั้งนี้ บริษัทฯให้ความสำคัญกับ 4 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจและขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย 1.รักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และบริหารเงินสดในมือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2.การเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์การผลิตและการดำเนินงาน พร้อมทั้งปรับโครงสร้างองค์กร กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (SCGC) มุ่งเพิ่มการใช้วัตถุดิบโพรเพน และเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) กลุ่มซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และเซรามิก ใช้เวียดนามเป็นฐานการส่งออกไปยังตลาดเฉพาะกลุ่ม,ตลาดไทยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ลดคาร์บอน และกระเบื้องพอร์ซเลนเกรดพรีเมียม,ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านค้าปลีกและระบบกระจายสินค้า กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (SCGP)ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในอาเซียน พร้อมเสริมสร้างการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค 3.กระจายตลาดและผลิตภัณฑ์ เพิ่มการเจาะตลาดเวียดนามอย่างเต็มที่,พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) และขยายตลาดสินค้ากลุ่ม Smart Value Products (SVP) ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ 4.เร่งกระบวนการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Divestment) สำหรับความคืบหน้า การลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ ของ SCGC ได้เดินเครื่องโรงงาน LSP ในเวียดนามอีกครั้งเมื่อ 20 ส.ค. 2568 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวม 85–90% พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE (Ethane Project) ที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้ถึง 250 ดอลลาร์/ตัน คาดเริ่มผลิตปลายปี 2570 ธุรกิจซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ Low Carbon Cement รุ่น Gen 3 ช่วยหนุนผลประกอบการในไทยและตลาดส่งออก โดยเฉพาะเวียดนามที่ยอดขายเติบโต 10% YoY ในไตรมาส 3/68 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงจากฐานผู้บริโภคในอาเซียน โดยเน้นการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานในภูมิภาค ด้านการเงิน SCGลดหนี้สุทธิลงกว่า 32,000 ล้านบาทในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2568 และมีเงินสดในมือกว่า 50,000 ล้านบาท แม้แนวโน้มระยะสั้นจะยังไม่สดใส แต่ SCG ยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงินและการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะการเร่งเจาะตลาดเวียดนามและการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
-
hoonsmart
SCG ขาขึ้นปี’69 อิบิทด้าทะลุ 5.5 หมื่นลบ. ปิโตรฯฟื้นลดหนี้ ปิดบริษัทไม่กำไรหมดแล้ว 29/01/69
HoonSmart.com>>”ปูนซิเมนต์ไทย” (SCG) มองแนวโน้มปี 69 ดีขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ มากกว่า 55,000 ล้านบาท ทุกธุรกิจเร่งเพิ่มความเข้มแข็ง ตลาดอาเซียนโต ‘ปิโตรเคมี’มาร์จิ้นดีขึ้น กลุ่มตั้งงบลงทุน 30,000 ล้านบาท เดินหน้าลดหนี้-ต้นทุนเงิน ไม่มีขาดทุนพิเศษก้อนใหญ่จากการปิดธุรกิจ เพราะทำหมดแล้ว ปีก่อนประหยัดค่าใช้จ่าย 4,300 ล้านบาท/ปี ‘ธรรมศักดิ์’ร่วมทีมไทยแลนด์ไปประชุม WEF 2026 มองเห็นโอกาสทางธุรกิจมากมาย นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCG) แถลงผลการดำเนินงานว่า แนวโน้มปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 ที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) จำนวน 55,012 ล้านบาทโต 6% แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น เนื่องจากทุกธุรกิจเร่งเครื่องเพิ่มความเข้มแข็ง ลดต้นทุนทำให้มาร์จิ้นดีขึ้น กำไรของธุรกิจซีเมนต์เพิ่มขึ้นมาก ธุรกิจเคมิคอลส์ก็มีแนวโน้มดีขึ้น จากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังคงเติบโต 6-7% ต่อปี จากการย้ายฐานการผลิตมาอาเซียนและเศรษฐกิจโตนำโดยเวียดนาม เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด ในปี 2569 SCG วางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสเติบโตไว้ 4 ด้าน ได้แก่
-
hoonsmart
“เอสซีจี” แกร่งปี 68 กระแสเงินสด 5.5 หมื่นลบ. ปันผล 5 บาท มั่นใจปี 69 ฝ่าความท้าทาย 28/01/69
HoonSmart.co>> “เอสซีจี” (SCG) เผยปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 คิดเป็น 6% ด้านหนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม บาทแข็ง 7% เดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5 บาท เป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 69 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือ เอสซีจี แจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท
-
mitihoon
Mitihoon – Bangkok, 28 January 2026: SCG announced its 2025 operating results, reporting a strong adjusted EBITDA* (Cash flow from core operations, excluding extraordinary items) of 55,012 MB, outperforming 2024 by 6%. Meanwhile, debt declined by 14,845 MB from the previous year. Despite a more challenging global and Thai economic environment, a stronger Thai Baht that appreciated by 2.4 Baht per US dollar, or 7% from the previous year, and heightened geopolitical conflicts, SCG continues to advance by intensifying financial discipline, strengthening capabilities across the organization, and reinforcing long-term growth engines. SCG approved a dividend of 5.0 Baht per share, totaling 6,000 MB, to ensure sustained shareholder returns. In 2026, SCG is confident in its ability to stay resilient and ready for every challenge. SCG reported its operating performance for 2025, with a focus on business restructuring alongside efficient cost management, while accelerating efforts to boost capabilities by leveraging AI and Robotics to reduce costs, improve operational efficiency, and drive long-term organizational growth. At the same time, SCG continued to develop and expand markets for High-Value Added Products and Services (HVA), green products such as Low Carbon Cement, and Smart Value Products (SVP). The outcomes of the measures to intensify financial discipline implemented in 2025 include: 1) Reduced working capital 10,535 MB; 2) Restructured operations the discontinuation of non-performing businesses and cost savings totaling more than 4,300 MB per year; and 3) Controlled capital expenditures (CAPEX) by prioritizing projects with high and quick returns, executed as planned at 30,737 MB. These measures collectively resulted in a reduction in net debt of 14,845 MB, with the net debt-to-EBITDA ratio improving to 5.5 times from 6.3 times previously. The company remains financially stable and robust, with cash reserves totaling 52,447 MB at the end of the year.
-
mitihoon
มิติหุ้น – กรุงเทพฯ – 28 มกราคม 2569 : เอสซีจี เผยปี 2568 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง แต่เอสซีจียังเดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เข้มแข็งด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งโดยรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 2569 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย เอสซีจีแจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท
-
set
-
set
-
hoonsmart
SCG ชู ! เวียดนาม “บ้านหลังที่ 2 ” เพิ่มโอกาสสร้างกำไรโตระยะยาว 21/12/68
HoonSmart.com>> กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ยกระดับเวียดนามเป็น”บ้านหลังที่ 2″ ฐานที่มั่นแข็งแกร่งทางธุรกิจ หลังทุ่มเงินลงทุนร่วม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 28%ของสินทรัพย์รวม SCG เป็นรองเพียงประเทศไทย โดยมีบริษัทในเครือ 28 แห่ง 25 โรงงาน ผสมผสานการได้เปรียบจากการมีฐานการผลิตหลายประเทศ มาบริหารแบบบูรณาการทั่วอาเซียน (Regional Optimization) ผลักดันเวียดนามที่มีจุดแข็งมากมายให้เป็นฐานการผลิตที่มีอัตรากำไรสูง เพิ่มรายได้ในระยะยาว “กุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์” รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) , General Director -Long Son Petrochemicals (LSP) และ Country Director – Vietnam,SCG เล่าให้ฟังในโอกาสที่พาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมธุรกิจของ Prime Group ที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (7-9 ธ.ค. 2568 ) ว่า กลุ่ม SCG เป็นบริษัทต่างประเทศรายแรกๆ ที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม หรือกว่า 32 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ไม่ได้มองเวียดนามเป็นเพียงตลาด แต่มองเป็นบ้านหลังที่ 2 ธุรกิจที่มีอยู่ค่อนข้างครบ เหมือนในประเทศไทย ตั้งอยู่กระจายทั่วประเทศ ทั้งตอนใต้ที่โฮจิมินห์ ตอนกลางที่ดานัง คือธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างรวมถึงซีเมนต์ และตอนเหนือที่ฮานอยคือ ธุรกิจ Prime Group ผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมวัสดุตกแต่งพื้นผิว รวมถึงคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม (LSP) ของบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) SCG รุกกลยุทธ์บริหารธุรกิจแบบบูรณาการทั่วอาเซียน (Regional Optimization) ผลักดันเวียดนามให้เป็นฐานการผลิตด้วย 3 เป้าหมายคือ 1.รองรับการบริโภคสูงภายในประเทศ 2.ผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้า และ3.ส่งออกไปสู่ตลาดโลก โดยผสานจุดแข็งฐานการผลิตหลากหลายในอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยไม่ได้มองเวียดนาม stand alone เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบได้ดียิ่งขึ้น
-
mitihoon
SCGP Completes 100% Share Acquisition of MYPAK, Strengthening Fiber Packaging Business in Indonesia 09/12/68
Mitihoon – SCGP has announced the completion of investment for 100% stake in ordinary shares of PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK), a leading corrugated containers producer in Indonesia. This strategic investment strengthens SCGP’s fiber packaging business and enhances its integrated packaging solutions to serve a continuously expanding customer base. MYPAK’s financial performance will be consolidated into SCGP’s financial statements from December 2025 onward. Mr. Wichan Jitpukdee, Chief Executive Officer of SCG Packaging Public Company Limited or SCGP, stated that SCGP continues to expand its investments in high-growth integrated packaging businesses in line with its long-term growth strategy. The Company has entered into a Merger and Partnership (M&P) agreement to acquire 100% of the shares in MYPAK, one of Indonesia’s leading fiber packaging manufacturers, with production facilities located in Bekasi, West Java. The total investment value amounts to IDR 467 billion (approximately THB 981 million). MYPAK is one of the leading corrugated containers producers in Indonesia, with an annual production capacity of 144,000 tons. Its key customers are multinational companies and leading domestic brands primarily in the food, beverage, and consumer goods sectors. The site also has the plan to support the establishment of an Inspired Solutions Studio, as well as future expansion of consumer packaging manufacturing facilities. As of the end of 2024, MYPAK recorded revenue of IDR 846 billion (approximately THB 1,777 million) and total assets of IDR 1,272 billion (approximately THB 2,670 million).
-
set
แจ้งวันหยุดตามประเพณี ประจำปี 2569 01/12/68
-
hoonsmart
SCG ร่วมโรดโชว์ลอนดอน เร่งขยายตลาดเวียดนาม 10/11/68
ทั้งนี้ บริษัทฯให้ความสำคัญกับ 4 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจและขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย 1.รักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และบริหารเงินสดในมือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2.การเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์การผลิตและการดำเนินงาน พร้อมทั้งปรับโครงสร้างองค์กร กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (SCGC) มุ่งเพิ่มการใช้วัตถุดิบโพรเพน และเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) กลุ่มซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และเซรามิก ใช้เวียดนามเป็นฐานการส่งออกไปยังตลาดเฉพาะกลุ่ม,ตลาดไทยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ลดคาร์บอน และกระเบื้องพอร์ซเลนเกรดพรีเมียม,ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านค้าปลีกและระบบกระจายสินค้า กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (SCGP)ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในอาเซียน พร้อมเสริมสร้างการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค 3.กระจายตลาดและผลิตภัณฑ์ เพิ่มการเจาะตลาดเวียดนามอย่างเต็มที่,พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) และขยายตลาดสินค้ากลุ่ม Smart Value Products (SVP) ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ 4.เร่งกระบวนการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Divestment) สำหรับความคืบหน้า การลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ ของ SCGC ได้เดินเครื่องโรงงาน LSP ในเวียดนามอีกครั้งเมื่อ 20 ส.ค. 2568 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวม 85–90% พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE (Ethane Project) ที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้ถึง 250 ดอลลาร์/ตัน คาดเริ่มผลิตปลายปี 2570 ธุรกิจซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ Low Carbon Cement รุ่น Gen 3 ช่วยหนุนผลประกอบการในไทยและตลาดส่งออก โดยเฉพาะเวียดนามที่ยอดขายเติบโต 10% YoY ในไตรมาส 3/68 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงจากฐานผู้บริโภคในอาเซียน โดยเน้นการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานในภูมิภาค ด้านการเงิน SCGลดหนี้สุทธิลงกว่า 32,000 ล้านบาทในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2568 และมีเงินสดในมือกว่า 50,000 ล้านบาท แม้แนวโน้มระยะสั้นจะยังไม่สดใส แต่ SCG ยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงินและการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะการเร่งเจาะตลาดเวียดนามและการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
-
fin
-
set
-
set
-
set
-
hoonsmart
กรณีศึกษา SCG ประโยชน์ของ BOI+SET จาก 1 บริษัท 1 ธุรกิจสู่ 300 บริษัท 4 ธุรกิจ 04/11/68
HoonSmart.com>>เอสซีจี แชร์ประสบการณ์รับการส่งเสริมสิทธิพิเศษจาก BOI จากจุดเริ่มต้น 1 บริษัท สู่การเติบโตแตกตัวเพิ่มเป็นกว่า 300 บริษัท ที่มี SET ช่วยปลดล็อกศักยภาพการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหนุนการเติบโตในระยะยาว ชี้การทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของ 2 หน่วยงาน จะเป็นกลไกทรงพลังที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยสู่เวทีโลก นางจันทนิดา สาริกะภูติ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือ SCG กล่าวในงานสัมมนา “BOI to IPO: ตลาดทุนสร้างการเติบโต” ในช่วงเสวนาหัวข้อ “การยกระดับการเติบโตด้วยกลไกของตลาดทุน” ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง SCG กับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยาวนาน โดยมีลักษณะคล้าย “คู่บุญบารมีกันมาเลย” การเติบโต ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของ BOI และยังคงใช้ประโยชน์จากการส่งเสริมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทฯจะมีขนาดใหญ่และมีความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของตนเองแล้วก็ตาม
-
mitihoon
มิติหุ้น – เอสซีจี เผยไตรมาส 3 ปี 2568 กระแสเงินสด (EBITDA) 14,191 ล้านบาท ผลจากการรักษาวินัยทางการเงินเข้มงวด รายได้จากการขาย 121,793 ล้านบาท กำไรที่ไม่รวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี และรายการปรับโครงสร้างธุรกิจ 774 ล้านบาท ขณะที่มีขาดทุนสำหรับงวด 669 ล้านบาท แม้เผชิญกับเศรษฐกิจโลก-ไทยชะลอตัว เอสซีจีได้เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายพอร์ตสินค้าราคาคุ้มค่า-HVA-กรีน และคว้าโอกาสตลาดเวียดนามเติบโตสูง ผลิต-ส่งออกสู่ตลาดโลก เอสซีจีแจ้งผลประกอบการ ไตรมาส 3 ปี 2568 และ 9 เดือน ปี 2568 แม้เผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายและปัจจัยกดดันภายนอก ผลจากการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในระดับมั่นคง กระแสเงินสด (EBITDA) ช่วง 9 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 44,511 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 38,768 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากความพยายามปรับโครงสร้างการดำเนินงานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด การบริหารต้นทุนให้แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก การขยายพอร์ตสินค้าราคาคุ้มค่า Smart Value – HVA- กรีน กระแสเงินสด (EBITDA) ไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 14,191 ล้านบาท ลดลง 19% จากไตรมาสก่อน จากเงินปันผลรับตามฤดูกาล รายได้จากการขาย 121,793 ล้านบาท ลดลง 2% จากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้าง และรายได้จากการขายที่ลดลงของเอสซีจีพี กำไรเมื่อไม่รวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี และรายการปรับโครงสร้างธุรกิจ 774 ล้านบาท ซึ่งหากรวมรายการดังกล่าวจะมีขาดทุนสำหรับงวด 669 ล้านบาท
-
mitihoon
Mitihoon – October 28, 2025 – SCGD announced third-quarter operating results with net profit of 305 million Baht, representing a 37% increase compared to the previous quarter and marking the best performance since listed in Stock Exchange of Thailand. The Company has positioned PRIME Vietnam as its regional production and export hub across ASEAN while improving production efficiency, managing costs, and developing HVA products and New Growth business in Thailand to respond to consumers across all lifestyles. Mr. Numpol Malichai, Chief Executive Officer and President of SCG Decor Public Company Limited (SCGD), a leading Decorative Surface, and Bathroom business in ASEAN region, stated that the Company’s third-quarter 2025 performance showed EBITDA of 902 million Baht, improving 12% from the previous quarter and 18% from the same period last year. Net profit reached 305 million Baht, up 37% from the previous quarter and 61% from the same period last year, with EBITDA on sales was 16% and Net Profit margin was 5.3%. When excluding non-recurring items, the Company still maintained its best profitability through intensive strategic execution and continuous efficiency improvement initiatives. For 9M 2025, the company achieved EBITDA of 2,513 million Baht and net profit of 744 million Baht. Despite ongoing challenges of the overall decorative surface and construction materials market due to economic conditions and intense competition, SCGD has maintained strong competitiveness through efficient cost management and focused on developing HVA and New Growth business that create added value for the business while meeting modern consumer demands. Simultaneously, the Company continues expanding production capacity overseas, particularly in Vietnam, which serves as the main production and export base for ASEAN region to accommodate recovering construction materials demand domestically and increasing global market expansion. The Company remains confident in strengthening its position and enhancing long-term competitiveness through its 4×4 strategy as follows:
-
set
แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท 16/10/68
-
set
-
mitihoon
โลกรวน ไทยต้องเปลี่ยน เวที ESG 2025 ปักธงอนาคตสีเขียว 05/10/68
มิติหุ้น – เมื่อโลกกำลังเผชิญพายุครั้งใหญ่ ทั้งวิกฤตสภาพภูมิอากาศ มาตรการสิ่งแวดล้อมจากคู่ค้า และโจทย์พลังงานสะอาด ประเทศไทยจำเป็นต้องหาทางรอดที่มั่นคงและยั่งยืน งาน ESG Symposium 2025 จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Green Breakthrough amid the Perfect Storm – เร่งด้วยกรีน รอดด้วยกัน” โดยแบ่งเป็น 3 วาระหลักที่ชี้อนาคตประเทศ ได้แก่ 1. เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 2. ยกระดับ SMEs เข้าสู่ธุรกิจสีเขียว 3. เตรียมพร้อมรับมือโลกรวน พลังงานไทย ความท้าทายเร่งด่วน
-
mitihoon
SCG ผนึกรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนประเทศ สู่สังคมคาร์บอนต่ำ 02/10/68
มิติหุ้น – งาน ESG Symposium 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – เร่งด้วยกรีน รอดด้วยกัน” ระดมความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมกว่า 300 คน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยชู 3 วาระหลัก ได้แก่ 1. เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 2. ยกระดับ SMEs เข้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ 3. เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตโลกรวน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องมีกรอบยุทธศาสตร์ที่ “แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง” ผ่านการเปิดเสรีพลังงานด้วยมาตรฐาน TPA Code, การส่งเสริม Direct PPA, ปรับโครงสร้างค่าไฟ และรองรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานและไฮโดรเจน ด้าน ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิจัยอาวุโส TDRI กล่าวว่า ไทยต้องเร่งยกระดับดัชนี Energy Transition Index และรับมือมาตรการ CBAM ของ EU โดยเสนอแนวทาง “ชัด คล่อง เป็นจริง” พร้อมดึงดูดการลงทุนพลังงานหมุนเวียน และสร้าง Green Infrastructure อย่างมั่นคง
-
hoonsmart
ONNEX by SCG ปักหมุดผู้นำด้านพลังงาน จับมือ “บรอดเวย์ พรีซิชั่น” ติดตั้งโซลาร์ Rooftop 16/09/68
HoonSmart.com>> ONNEX by SCG ปักหมุดผู้นำด้านพลังงาน จับมือ”บรอดเวย์ พรีซิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตเลโก้มาตรฐานโลกจากประเทศจีน ติดตั้งโซลาร์ Rooftop ขนาด 3.5 MWp พร้อมรองรับการติดตั้งระบบ BESS ขนาด 5.5 MWh ONNEX by SCG เดินหน้ารุกตลาดพลังงานสะอาด ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท บรอดเวย์ พรีซิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและชิ้นส่วนโลหะผสมพลาสติกความละเอียดสูง มาตรฐานระดับโลกจากประเทศจีน ผู้ผลิตเลโก้ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ ONNEX by SCG ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของธุรกิจพลังงานในประเทศไทย ที่มุ่งมั่นคัดสรรเทคโนโลยีด้านพลังงาน ที่จะช่วยให้การดึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบให้ตอบโจทย์อย่างครบวงจร ทั้งในด้านฟังก์ชันการใช้งานและช่วยลดค่าใช้จ่ายหลักด้านพลังงานให้กับองค์กร
-
mitihoon
มิติหุ้น – กรุงเทพมหานคร – ONNEX by SCG เดินหน้ารุกตลาดพลังงานสะอาด ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท บรอดเวย์ พรีซิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและชิ้นส่วนโลหะผสมพลาสติกความละเอียดสูง มาตรฐานระดับโลกจากประเทศจีน ผู้ผลิตเลโก้ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ ONNEX by SCG ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของธุรกิจพลังงานในประเทศไทย ที่มุ่งมั่นคัดสรรเทคโนโลยีด้านพลังงาน ที่จะช่วยให้การดึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบให้ตอบโจทย์อย่างครบวงจร ทั้งในด้านฟังก์ชันการใช้งานและช่วยลดค่าใช้จ่ายหลักด้านพลังงานให้กับองค์กร “นายดุสิต ชัยรัตน์” Head of Smart Solution Business (ที่ 1 จากซ้าย) กล่าวว่า “ONNEX by SCG ได้รับความไว้วางใจจากทาง บริษัท บรอดเวย์ พรีซิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ในการติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 3,417.7 กิโลวัตต์พีค อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System – BESS) ขนาดมากกว่า 5.5 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) โดยกระบวนการทำงานของระบบ BESS จะเป็นรูปแบบ DC Coupling ที่เกิดความสูญเสียด้านพลังงานน้อยกว่า เพราะสามารถใช้ไฟกระแสตรง DC จากแบตเตอรี่ได้เลย และไม่ต้องมีขั้นตอนการแปลงจากกระแสตรง DC เป็นกระแสสลับ AC และเพื่อตอบโจทย์แนวทาง Smart Factory เรายังใช้ AI อัจฉริยะ ในการจดจำพฤติกรรมการใช้พลังงานในโรงงานอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถควบคุมระบบพลังงานให้ทำงานได้อย่างเหมาะสมเต็มประสิทธิภาพตามแต่ละพื้นที่ เป็นการเพิ่มศักยภาพและความมั่นคงด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าในโรงงานให้ได้ตามแผนงานที่วางไว้ให้ได้มากที่สุด
-
mitihoon
Mitihoon – SCG Decor Public Company Limited (SCGD) is accelerating concrete progress toward its Net Zero target by 2050, alongside sustainable business growth plans. As of 2024, the company has achieved over 35% reduction in Greenhouse Gas Emissions compared to the 2020 baseline through two primary strategies: first, investing in renewable energy projects including solar power and biomass fuel, with plans to expand renewable energy usage across manufacturing bases throughout ASEAN; and second, Implementing business restructuring with digital technology and automation systems to enhance production efficiency, reduce costs, and elevate organizational management capabilities. For 2025, SCGD estimates total capital expenditure of over 2 billion baht, with planned investments of over 1.5 billion baht in clean energy projects and production efficiency improvements. These investments will reduce carbon emissions while strengthening long-term competitive capabilities. The renewable energy projects implemented in 2024 have already reduced energy costs by over 300 million baht annually, with projects completed in the first half of 2025 expected to deliver additional annual savings of 36 million baht. Simultaneously, business restructuring through digital technology and automation systems has enhanced operational efficiency, achieving total cost reductions of over 60 million baht annually, with additional cost savings anticipated in subsequent periods. Mr. Numpol Malichai, Chief Executive Officer and President of SCG Decor Public Company Limited, revealed that “SCGD advances sustainability in business operations as one of the core strategies used to strengthen the business. The over 35% carbon emission reduction in Scope 1 and 2 from the 2020 baseline results from long-term planning, efficient cost management, and renewable energy technology investments, enabling the business to compete effectively and sustainably in the market.”
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
fin
-
set
-
set
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
mitihoon
มิติหุ้น – SCGD เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 แข็งแกร่งขึ้น มีความสามารถทำกำไรต่อเนื่อง เทียบไตรมาสก่อน กำไรไม่รวมค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างธุรกิจ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากโครงการลดต้นทุนพลังงาน เตรียมคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯ ในเวียดนาม และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เร่งผลิตและจัดหาสินค้า HVA และสินค้าเกี่ยวเนื่องเดินหน้าปรับตัวฉับไวรับมือเศรษฐกิจผันผวนรุนแรง ชู 3 กลยุทธ์เข้มข้น
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
set
-
kaohoon
SCG ส่งซิกไตรมาส 2 ฟื้น รับแผนลดต้นทุน-ราคาปูนเพิ่ม 28/05/68
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย 124,392 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรจากไตรมาส 4/2567 โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 11,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อนหน้า และสามารถลดภาระหนี้ลงต่อเนื่องกว่า 4,600 ล้านบาท โดยที่ยังคงถือเงินสดในมือกว่า 43,000 ล้านบาท สะท้อนสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
fin
-
set
-
set
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น 23/04/68
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
set
-
mitihoon
เอสซีจี เพาะสตาร์ทอัพคนปูน ซัพพลายเชนไทยบุกอาเซียน 13/03/68
เป้าหมายที่สำคัญของแพลตฟอร์มคือการ เชื่อมโยงEcosystem ของธุรกิจอสังหาริทารัพย์ โดยตั้งเป้าหมาย ปี 2570 ขยายพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และปี 2572 บุกตลาดต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลจาก IMF World Economic Outlook ที่ระบุว่า อาเซียนจะเติบโตเฉลี่ย 4.7% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นหนึ่งในภูมิภาคเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
set
-
set
การแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ลาออก 19/02/68
-
set
-
set
-
fin
-
set
-
set
-
set
งบการเงิน ประจำปี 2567 (สอบทานแล้ว) 19/02/68
-
mitihoon
SCG อัดฉีด3.5 หมื่นล้าน หนุนธุรกิจอนาคต 30/01/68
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2567 ว่า รายได้จากการขายของเอสซีจีอยู่ที่ 511,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน เป็นการเติบโตท่ามกลางเผชิญปัญหาความท้าทายรอบทิศทางจากวัฎจักรปิโตรเคมีชะลอตัวในรอบ 20 ปี ตั้งแต่ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน และอัตราดอกเบี้ยสูง ในไทยยังเผชิญกับการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐล่าช้าจากปีก่อน หนี้ครัวเรือนยังคงสูง สินค้าจากจีนมาแข่งขัน แต่ยังมีกำไร อยู่ที่ 6,342 ล้านบาท ลดลง 76% แต่ยังคงอนุมัติจ่ายเงินปันผลประกอบการประจำปีให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 5 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท หรือ 95% ของกำไร
-
set
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
mitihoon
SCG ลุยโครงการ LSPE เต็มสูบ 25/01/68
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
มิติหุ้น – นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) ผู้นำธุรกิจเซรามิก วัสดุตกแต่งพื้นผิว และสุขภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2567 บริษัทฯ มีกำไร 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้จากการขาย 6,566 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ลดลง ร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทั้งนี้ รายได้หลักมาจากธุรกิจเซรามิกทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในส่วนของเวียดนาม รายได้จากยอดขายเติบโตจากไตรมาสแรกถึงร้อยละ 22% เนื่องจากความสามารถในการเพิ่มยอดขายสินค้ามูลค่าสูง (HVA) ทำให้ราคาขายปรับตัวดีขึ้น และ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตลาดเวียดนามเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
คัด 20 หุ้นโรงไฟฟ้าตัวท็อป! โกยกำไร 3 ปีต่อเนื่อง-ลุ้นปี 64 โตไม่หยุด 07/09/64
“มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจแบตเตอรี่ รถบัสไฟฟ้า เรือไฟฟ้า ซึ่งถือเป็น New S-Curve ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามแผนงานที่วางไว้ พร้อมคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%” นายอมร กล่าว
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
SCC ช้างติดหล่ม.! 27/04/61
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
วิถียักษ์ SCC มรสุมมาก็ต้องฝ่า! 26/01/61
-
kaohoon
-
kaohoon
ช้อปช่วยชาติสไตล์ SCG 06/10/60
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
SCG เล็งจับมือพันธมิตรลุยโรงไฟฟ้าในกัมพูชา-เมียนมา ชัดเจนปีหน้า 30/06/60
ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศของบริษัทสิ้นปี 60 จะเพิ่มเป็น 200 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นกำลังการผลิตที่ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตและ COD แล้ว 175 เมกะวัตต์ ซึ่งโรงไฟฟ้าแห่งใหม่กำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์จะเริ่ม COD ในช่วงเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยเข้ามาเสริมรายได้ในเดือนสุดท้ายของปี 60 ได้บางส่วน และทำให้รายได้ของบริษัทในปีนี้เป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เติบโต 3% จากปีก่อน 3.97 พันล้านบาท
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon