6/

เดือนนี้ / เดือนก่อน

6/97

ปีนี้ / ปีก่อน

  • hoonsmart

    SCG ขาขึ้นปี’69 อิบิทด้าทะลุ 5.5 หมื่นลบ. ปิโตรฯฟื้นลดหนี้ ปิดบริษัทไม่กำไรหมดแล้ว 29/01/69

    HoonSmart.com>>”ปูนซิเมนต์ไทย” (SCG) มองแนวโน้มปี 69 ดีขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ มากกว่า 55,000 ล้านบาท ทุกธุรกิจเร่งเพิ่มความเข้มแข็ง ตลาดอาเซียนโต ‘ปิโตรเคมี’มาร์จิ้นดีขึ้น กลุ่มตั้งงบลงทุน 30,000 ล้านบาท เดินหน้าลดหนี้-ต้นทุนเงิน ไม่มีขาดทุนพิเศษก้อนใหญ่จากการปิดธุรกิจ เพราะทำหมดแล้ว ปีก่อนประหยัดค่าใช้จ่าย 4,300 ล้านบาท/ปี ‘ธรรมศักดิ์’ร่วมทีมไทยแลนด์ไปประชุม WEF 2026 มองเห็นโอกาสทางธุรกิจมากมาย นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCG) แถลงผลการดำเนินงานว่า แนวโน้มปี 2569 จะดีกว่าปี 2568 ที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) จำนวน 55,012 ล้านบาทโต 6% แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น เนื่องจากทุกธุรกิจเร่งเครื่องเพิ่มความเข้มแข็ง ลดต้นทุนทำให้มาร์จิ้นดีขึ้น กำไรของธุรกิจซีเมนต์เพิ่มขึ้นมาก ธุรกิจเคมิคอลส์ก็มีแนวโน้มดีขึ้น จากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังคงเติบโต 6-7% ต่อปี จากการย้ายฐานการผลิตมาอาเซียนและเศรษฐกิจโตนำโดยเวียดนาม เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด ในปี 2569 SCG วางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสเติบโตไว้ 4 ด้าน ได้แก่

  • hoonsmart

    “เอสซีจี” แกร่งปี 68 กระแสเงินสด 5.5 หมื่นลบ. ปันผล 5 บาท มั่นใจปี 69 ฝ่าความท้าทาย 28/01/69

    HoonSmart.co>> “เอสซีจี” (SCG) เผยปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 คิดเป็น 6% ด้านหนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม บาทแข็ง 7% เดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5 บาท เป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 69 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หรือ เอสซีจี แจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท

  • mitihoon

    SCC Announces 2025 EBITDA of 5.5 Billion Baht, Stronger Than 2024 Despite Heightened Global and Thai Economic Challenges; Approves Dividend at 5.0 Baht per Share, Reaffirms Commitment to Shareholder 28/01/69

    Mitihoon – Bangkok, 28 January 2026: SCG announced its 2025 operating results, reporting a strong adjusted EBITDA* (Cash flow from core operations, excluding extraordinary items) of 55,012 MB, outperforming 2024 by 6%. Meanwhile, debt declined by 14,845 MB from the previous year. Despite a more challenging global and Thai economic environment, a stronger Thai Baht that appreciated by 2.4 Baht per US dollar, or 7% from the previous year, and heightened geopolitical conflicts, SCG continues to advance by intensifying financial discipline, strengthening capabilities across the organization, and reinforcing long-term growth engines. SCG approved a dividend of 5.0 Baht per share, totaling 6,000 MB, to ensure sustained shareholder returns. In 2026, SCG is confident in its ability to stay resilient and ready for every challenge. SCG reported its operating performance for 2025, with a focus on business restructuring alongside efficient cost management, while accelerating efforts to boost capabilities by leveraging AI and Robotics to reduce costs, improve operational efficiency, and drive long-term organizational growth. At the same time, SCG continued to develop and expand markets for High-Value Added Products and Services (HVA), green products such as Low Carbon Cement, and Smart Value Products (SVP). The outcomes of the measures to intensify financial discipline implemented in 2025 include: 1) Reduced working capital 10,535 MB; 2) Restructured operations the discontinuation of non-performing businesses and cost savings totaling more than 4,300 MB per year; and 3) Controlled capital expenditures (CAPEX) by prioritizing projects with high and quick returns, executed as planned at 30,737 MB. These measures collectively resulted in a reduction in net debt of 14,845 MB, with the net debt-to-EBITDA ratio improving to 5.5 times from 6.3 times previously. The company remains financially stable and robust, with cash reserves totaling 52,447 MB at the end of the year.

  • mitihoon

    SCC เอสซีจี เผยปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 แม้เศรษฐกิจโลก-ไทย ท้าทายกว่าเดิม เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง 28/01/69

    มิติหุ้น – กรุงเทพฯ – 28 มกราคม 2569 : เอสซีจี เผยปี 2568 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง แต่เอสซีจียังเดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เข้มแข็งด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งโดยรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 2569 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย เอสซีจีแจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท

  • set
  • set
  • hoonsmart

    SCG ชู ! เวียดนาม “บ้านหลังที่ 2 ” เพิ่มโอกาสสร้างกำไรโตระยะยาว 21/12/68

    HoonSmart.com>> กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ยกระดับเวียดนามเป็น”บ้านหลังที่ 2″ ฐานที่มั่นแข็งแกร่งทางธุรกิจ หลังทุ่มเงินลงทุนร่วม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 28%ของสินทรัพย์รวม SCG เป็นรองเพียงประเทศไทย โดยมีบริษัทในเครือ 28 แห่ง 25 โรงงาน ผสมผสานการได้เปรียบจากการมีฐานการผลิตหลายประเทศ มาบริหารแบบบูรณาการทั่วอาเซียน (Regional Optimization) ผลักดันเวียดนามที่มีจุดแข็งมากมายให้เป็นฐานการผลิตที่มีอัตรากำไรสูง เพิ่มรายได้ในระยะยาว “กุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์” รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) , General Director -Long Son Petrochemicals (LSP) และ Country Director – Vietnam,SCG เล่าให้ฟังในโอกาสที่พาคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมธุรกิจของ Prime Group ที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (7-9 ธ.ค. 2568 ) ว่า กลุ่ม SCG เป็นบริษัทต่างประเทศรายแรกๆ ที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม หรือกว่า 32 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ไม่ได้มองเวียดนามเป็นเพียงตลาด แต่มองเป็นบ้านหลังที่ 2 ธุรกิจที่มีอยู่ค่อนข้างครบ เหมือนในประเทศไทย ตั้งอยู่กระจายทั่วประเทศ ทั้งตอนใต้ที่โฮจิมินห์ ตอนกลางที่ดานัง คือธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างรวมถึงซีเมนต์ และตอนเหนือที่ฮานอยคือ ธุรกิจ Prime Group ผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมวัสดุตกแต่งพื้นผิว รวมถึงคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม (LSP) ของบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) SCG รุกกลยุทธ์บริหารธุรกิจแบบบูรณาการทั่วอาเซียน (Regional Optimization) ผลักดันเวียดนามให้เป็นฐานการผลิตด้วย 3 เป้าหมายคือ 1.รองรับการบริโภคสูงภายในประเทศ 2.ผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้า และ3.ส่งออกไปสู่ตลาดโลก โดยผสานจุดแข็งฐานการผลิตหลากหลายในอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยไม่ได้มองเวียดนาม stand alone เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบได้ดียิ่งขึ้น

  • mitihoon

    SCGP Completes 100% Share Acquisition of MYPAK, Strengthening Fiber Packaging Business in Indonesia 09/12/68

    Mitihoon – SCGP has announced the completion of investment for 100% stake in ordinary shares of PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK), a leading corrugated containers producer in Indonesia. This strategic investment strengthens SCGP’s fiber packaging business and enhances its integrated packaging solutions to serve a continuously expanding customer base. MYPAK’s financial performance will be consolidated into SCGP’s financial statements from December 2025 onward. Mr. Wichan Jitpukdee, Chief Executive Officer of SCG Packaging Public Company Limited or SCGP, stated that SCGP continues to expand its investments in high-growth integrated packaging businesses in line with its long-term growth strategy. The Company has entered into a Merger and Partnership (M&P) agreement to acquire 100% of the shares in MYPAK, one of Indonesia’s leading fiber packaging manufacturers, with production facilities located in Bekasi, West Java. The total investment value amounts to IDR 467 billion (approximately THB 981 million). MYPAK is one of the leading corrugated containers producers in Indonesia, with an annual production capacity of 144,000 tons. Its key customers are multinational companies and leading domestic brands primarily in the food, beverage, and consumer goods sectors. The site also has the plan to support the establishment of an Inspired Solutions Studio, as well as future expansion of consumer packaging manufacturing facilities. As of the end of 2024, MYPAK recorded revenue of IDR 846 billion (approximately THB 1,777 million) and total assets of IDR 1,272 billion (approximately THB 2,670 million).

  • set
  • hoonsmart

    SCG ร่วมโรดโชว์ลอนดอน เร่งขยายตลาดเวียดนาม 10/11/68

    ทั้งนี้ บริษัทฯให้ความสำคัญกับ 4 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป โดยมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจและขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วย 1.รักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และบริหารเงินสดในมือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2.การเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์การผลิตและการดำเนินงาน พร้อมทั้งปรับโครงสร้างองค์กร กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (SCGC) มุ่งเพิ่มการใช้วัตถุดิบโพรเพน และเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) กลุ่มซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และเซรามิก ใช้เวียดนามเป็นฐานการส่งออกไปยังตลาดเฉพาะกลุ่ม,ตลาดไทยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ลดคาร์บอน และกระเบื้องพอร์ซเลนเกรดพรีเมียม,ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านค้าปลีกและระบบกระจายสินค้า กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (SCGP)ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในอาเซียน พร้อมเสริมสร้างการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค 3.กระจายตลาดและผลิตภัณฑ์ เพิ่มการเจาะตลาดเวียดนามอย่างเต็มที่,พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) และขยายตลาดสินค้ากลุ่ม Smart Value Products (SVP) ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ 4.เร่งกระบวนการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (Divestment) สำหรับความคืบหน้า การลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ ของ SCGC ได้เดินเครื่องโรงงาน LSP ในเวียดนามอีกครั้งเมื่อ 20 ส.ค. 2568 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวม 85–90% พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE (Ethane Project) ที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้ถึง 250 ดอลลาร์/ตัน คาดเริ่มผลิตปลายปี 2570 ธุรกิจซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ Low Carbon Cement รุ่น Gen 3 ช่วยหนุนผลประกอบการในไทยและตลาดส่งออก โดยเฉพาะเวียดนามที่ยอดขายเติบโต 10% YoY ในไตรมาส 3/68 ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ SCGP ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงจากฐานผู้บริโภคในอาเซียน โดยเน้นการเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานในภูมิภาค ด้านการเงิน SCGลดหนี้สุทธิลงกว่า 32,000 ล้านบาทในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2568 และมีเงินสดในมือกว่า 50,000 ล้านบาท แม้แนวโน้มระยะสั้นจะยังไม่สดใส แต่ SCG ยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงินและการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยเฉพาะการเร่งเจาะตลาดเวียดนามและการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ