บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
3.36
+0.06 (+1.82%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากในปี 2562 มีค่าใช้จ่ายจาก การปิดสัญญาซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจํานวน 162.0 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการ ดังกล่าว บริษัทฯ จะมีกําไรสุทธิภายหลังปรับปรุงรายการพิเศษ (Normalized Profit) จํานวน 476.0 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตของกําไรสุทธิในปี 2563 เท่ากับร้อยละ 18.0
โดยรายได้รวมปี 2563 จํานวน 1,613.7 ล้านบาท เทียบกับรายได้รวมปี 2562 จํานวน 1,604.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 9.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 0.6 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลมาจาก บริษัทฯ ใช้นโยบายหลักความระมัดระวังในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อแก่ลูกค้า เพื่อรักษาสภาพคล่อง ของกระแสเงินสดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 จึงทําให้พอร์ตลูกหนี้ในปี 2563 มีขนาดเล็กกว่าพอร์ตลูกหนี้ในปี 2562 ประกอบกับธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยสําหรับสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4456 out_tok=2837 at=2026-07-26T03:37:35 -->
# SAK กำไร Q1/2566 โต 6.2% รับรายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมพุ่ง
## รายได้รวมโต 20.9% จากการขยายสาขาต่อเนื่อง หนุนกำไรสุทธิเพิ่ม 10.2 ล้านบาท
บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 174.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายธุรกิจตามเป้าหมาย ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะปรับตัวสูงขึ้นตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAK ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย** ซึ่งเป็นรายได้หลักของธุรกิจสินเชื่อ และ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.2 ล้านบาท หรือ 6.2% มาอยู่ที่ 174.5 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยมาจาก **การขยายธุรกิจตามเป้าหมาย** โดยบริษัทฯ มีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในปี 2565 จำนวน 209 สาขา และในไตรมาส 1 ปี 2566 อีก 100 สาขา ส่งผลให้ฐานลูกค้าและปริมาณลูกหนี้เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 253.3 ล้านบาทเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 102.7 ล้านบาท หรือ 19.6%
นอกจากนี้ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังเติบโตโดดเด่นถึง 141.9%** หรือเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาท สะท้อนถึงการขยายบริการที่หลากหลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวมาพร้อมกับ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 96.3%** หรือ 31.9 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินที่สูงขึ้น รวมถึง **ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้น 23.1%** หรือ 59.7 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการขยายจำนวนพนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของสาขาและพอร์ตสินเชื่อ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการเพิ่มฐานลูกค้าและปริมาณสินเชื่อ การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 253.3 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการขยายตัวของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาระดับการทำกำไรในระยะยาวได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เติบโต 6.2% YoY** อยู่ที่ 174.5 ล้านบาท จาก 164.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 20.9% YoY** แตะ 637.1 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม
* **รายได้ดอกเบี้ยโต 19.6% YoY** เป็น 625.3 ล้านบาท จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการพุ่ง 141.9% YoY** เป็น 5.4 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 96.3% YoY** เป็น 65.0 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 23.1% YoY** เป็น 318.3 ล้านบาท จากการขยายสาขาและพนักงาน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.1%** สู่ 11,983.1 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 253.3 ล้านบาท
* **อัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นทรงตัวที่ 1.16 เท่า**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 637.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% เมื่อเทียบกับ 527.0 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายธุรกิจตามเป้าหมายที่ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฐานลูกค้าและปริมาณลูกหนี้เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 418.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% เมื่อเทียบกับ 321.0 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสาขาที่ทำให้มีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น รวมถึงผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตสินเชื่อ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 6.3% เป็น 218.8 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 174.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับ 164.3 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง:** การเปิดสาขาใหม่ 100 สาขาในไตรมาส 1 ปี 2566 และการขยายสาขาในปี 2565 เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มฐานลูกค้าและปริมาณสินเชื่อ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมในอนาคต
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การที่พอร์ตลูกหนี้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 253.3 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินเชื่อในตลาดที่ยังคงมีอยู่ และศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตสูง:** การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้ส่วนนี้ สะท้อนถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลายนอกเหนือจากดอกเบี้ย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินถึง 96.3% เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันอัตรากำไรสุทธิ หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อได้สอดคล้องกับต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การขยายสาขาและพนักงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
* **ผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิต:** แม้จะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิตตามพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินคุณภาพของสินทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงิน จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **คุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ:** การติดตามระดับ NPL และผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิต เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์
* **แผนการขยายสาขาและการเติบโตของสินเชื่อ:** การประเมินว่าการขยายสาขาจะสามารถสร้างการเติบโตของปริมาณสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** ศักยภาพในการสร้างรายได้จากบริการอื่นๆ นอกเหนือจากดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 SAK แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในด้านรายได้รวม โดยมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 19.6% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการขยายพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 253.3 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นกลยุทธ์หลักที่ผลักดันการเติบโตนี้
สิ่งที่น่าสนใจคือการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่พุ่งสูงถึง 141.9% ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้ยังคงมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ดอกเบี้ย
ในด้านต้นทุน บริษัทฯ เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 96.3% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารก็เพิ่มขึ้น 23.1% ตามการขยายตัวของธุรกิจ การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิต 10.3% ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตา แม้ว่าฝ่ายจัดการจะไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของ NPL หรือ Coverage Ratio โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้อยค่าย่อมส่งผลต่อผลประกอบการ
ในเชิงฐานะการเงิน สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.1% โดยมีลูกหนี้สินเชื่อเป็นสัดส่วนหลัก หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 3.0% เพื่อสนับสนุนการให้สินเชื่อ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.3% จากกำไรสุทธิที่ทำได้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นทรงตัวที่ 1.16 เท่า สะท้อนถึงการเติบโตของหนี้สินที่สอดคล้องกับการเติบโตของส่วนของผู้ถือหุ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 11,983.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 253.3 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,432.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนการให้สินเชื่อ ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,538.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% จากผลกำไรสุทธิในงวด
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.16 เท่า ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากสิ้นปี 2565 แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างเงินทุนที่ค่อนข้างคงที่
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
SAK ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 6.2% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการขยายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะต้องเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAK ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
813.45
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
801.84
ล้านบาท
↓ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
98.57
%
กำไรสุทธิ
211.58
ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
26.01
%
D/E Ratio
1.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
813
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
802
↓ -1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
212
↓ -8.2%
YoY
D/E Ratio
1.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.28
ROE (%)
13.37
ROA (%)
9.62
Book Value/หุ้น
3.37
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+178
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+48
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
178.14
-79.57%
|
872.02
+48.75%
|
586.23
+228.05%
|
178.70
-76.33%
|
754.94
-12.80%
|
865.72
-220.74%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
48.32
-1.13%
|
48.87
-57.94%
|
116.18
+53.17%
|
75.85
-102.40%
|
-3,161.81
+94.36%
|
-1,626.74
+3,381.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,121.44
+25.62%
|
-892.71
+6.03%
|
-841.92
-17.65%
|
-1,022.38
-162.99%
|
1,623.14
+99.15%
|
815.03
+1.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-894.98
-3,275.94%
|
28.18
-120.20%
|
-139.49
+2,213.27%
|
-6.03
-103.32%
|
181.53
+236.10%
|
54.01
+42.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
196.58
-27.22%
|
270.09
+0.63%
|
268.40
-12.68%
|
307.36
+0.26%
|
306.57
+21.39%
|
252.56
+17.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
602.56
+206.52%
|
196.58
-27.22%
|
270.09
+0.63%
|
268.40
-12.68%
|
307.36
+0.26%
|
306.57
+21.39%
|