บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.36
0.02 (0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก กําไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร ทําให้สามารถสร้างผล ประกอบการได้ดี
โดย รายได้ เพิ่มขึ้น 48.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.7 จากปีก่อน และ ร้อย ละ 6.3 จากไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งการให้บริการผ่านตู้เติมเงินตลอดจนธุรกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะถูกกระทบจากวิกฤติการณ์ COVID-19
ด้วยลูกค้ามีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นที่สามารถทํารายการผ่านตู้เติมเงิน ของบริษัท ซึ่งเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ ได้ดี รวมไปถึงรายได้จากการขยายบริการชําระเงินอิเลคทรอนิคส์ผ่านระบบพูด คอร์ทของศูนย์อาหาร โดยมีการเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 70 ศูนย์ในไตรมาส 2 ตลอดจนรายได้จากการขายสินค้าจากผู้ขาย สินค้าอัตโนมัติที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8947 out_tok=3256 at=2026-07-26T02:06:22 -->
# SABUY Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัว YoY รับผลกระทบรายการพิเศษ - ฝ่ายจัดการเดินหน้าปรับโครงสร้าง
## รายได้รวมโตต่อเนื่อง แต่กำไรสุทธิลดลง YoY จากรายการวัดมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวมเติบโต 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ลดลง 31.4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในปีก่อนที่สูงกว่าในไตรมาสปัจจุบัน ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจและควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SABUY ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงของกำไรสุทธิที่เกิดจากรายการพิเศษ (one-time item) โดยเฉพาะผลกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุนที่สูงกว่าในปีก่อน** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีถึง 11.9% จากการขยายธุรกิจและพันธมิตรใหม่ๆ แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนและการขยายสาขา รวมถึงการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยกดดันผลกำไรเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรสุทธิลดลง:** สาเหตุหลักมาจาก **กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุน** ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีมูลค่า 264 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีรายการนี้สูงกว่ามาก โดยเฉพาะจากบริษัท นครหลวง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ลอนดรีบาร์ ไทย จำกัด ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ลดลง 31.4% หรือ 41.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในปีที่แล้วที่สูงกว่า
* **รายได้รวมเติบโต:** การเติบโตของรายได้มาจากหลายส่วนธุรกิจ เช่น SABUY SPEED ที่ขยายจุดให้บริการ Banking Agent และธุรกิจขนส่งพัสดุ, SBNEXT จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำและเครื่องทำน้ำแข็ง, BZB จากธุรกิจ CRM และ LOVLS จากการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบผ่อนชำระ รวมถึงรายได้จากดอกเบี้ยรับจากการให้สินเชื่อและการขายแบบผ่อนชำระ
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 77.7% โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น BZB, SBNEXT, LOVLS รวมถึงการเปิดสาขาเพิ่มของ LOVLS และบ้านกรองสบาย, การควบรวมธุรกิจตู้เวนดิ้งจาก AOC เข้ามาใน SBNEXT, ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน USD ที่แข็งค่าขึ้นกระทบ BZB, ค่าที่ปรึกษา ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากการรวมธุรกิจ และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญของ SBNEXT ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับสภาพเศรษฐกิจในอนาคต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง (รายการพิเศษ) โดยฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่า **"ลดลงจากกําไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในปีที่แล้ว"** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งคราวและไม่สะท้อนผลการดำเนินงานปกติของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อาจมีผลต่อเนื่องไปในอนาคต แต่ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการเพิ่มมาตรการคัดเลือกลูกค้า, การพิจารณาขายธุรกิจบางส่วนที่ไม่ส่งเสริม Ecosystem และการลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 11.9% YoY** แตะ 1,066.7 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจและพันธมิตรใหม่ๆ
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทฯ Q3/2566 ลดลง 31.4% YoY** เหลือ 37.3 ล้านบาท หลักๆ มาจากผลกำไรพิเศษจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในปีก่อนที่สูงกว่า
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 10.7%** ลดลงจาก 12.7% ในปีก่อน แต่สูงขึ้นจาก 10.3% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **ค่าใช้จ่ายรวม Q3/2566 เพิ่มขึ้น 77.7% YoY** เป็น 987.5 ล้านบาท จากการลงทุนและขยายธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** เลื่อนแผนการปรับโครงสร้าง SABUY PTECH และ SBNEXT ออกไปก่อน เพื่อศึกษาประเด็นทางด้านภาษีที่อาจเกิดขึ้น คาดมีความคืบหน้าภายในเดือนธันวาคม 2566
* **การลงทุนใหม่:** การเข้าลงทุนใน AS เพื่อต่อยอดธุรกิจ Digital Platform, Blockchain และ Cloud รวมถึงการลงทุนใน NIPA Cloud
* **การเข้ามาของผู้ถือหุ้นใหญ่:** GEM Global Yield Fund LLC SCS เข้ามาลงทุน 11.11% ทำให้เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่สิบอันดับแรก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY มีรายได้รวม 1,066.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการให้บริการ (เพิ่มขึ้น 4.7%) จาก SABUY SPEED และการเป็น Banking Agent รวมถึงรายได้จากการขาย (เพิ่มขึ้น 20.2%) จาก SBNEXT และ LOVLS และรายได้จากสัญญาและดอกเบี้ยรับ (เพิ่มขึ้น 30.7%) จากธุรกิจสินเชื่อและผ่อนชำระ
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 114.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 10.7% จาก 12.7% ในปีก่อน เนื่องจากมีการขายแบบ wholesale เพิ่มขึ้นซึ่งมีการแข่งขันด้านราคาสูง
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 77.7% YoY เป็น 987.5 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายจากการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น BZB, SBNEXT, LOVLS, การเปิดสาขาเพิ่ม, การควบรวมธุรกิจตู้เวนดิ้ง, ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน, ค่าที่ปรึกษา, ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญของ SBNEXT ที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 37.3 ล้านบาท ลดลง 31.4% YoY หรือ 17.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในปีที่แล้วที่สูงกว่าในไตรมาสปัจจุบัน
สำหรับกำไรหลักจากการดำเนินงาน (Core Profit) หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในการสร้างธุรกิจ (166.0 ล้านบาท) อยู่ที่ 203.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยาย Ecosystem และพันธมิตร:** การร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ผ่าน SABUY COUNTER, การเข้าลงทุนใน AS เพื่อต่อยอดธุรกิจ Digital Platform, Exchange, Blockchain และ Cloud รวมถึงการลงทุนใน NIPA Cloud จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม
* **การเติบโตของธุรกิจขนส่งพัสดุ:** ตลาด E-commerce ที่คาดว่าจะเติบโต 15% ในปี 2566 มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้จาก SABUY SPEED
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การเป็น Banking Agent, การขายผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำและเครื่องทำน้ำแข็ง (SBNEXT), ธุรกิจ CRM (BZB), และการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบผ่อนชำระ (LOVLS) เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยง
* **การเข้ามาของผู้ถือหุ้นใหญ่:** การเข้ามาของ GEM Global Yield Fund LLC SCS ซึ่งเป็นกองทุนที่มีศักยภาพ อาจนำมาซึ่งโอกาสในการลงทุนและการสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศ รวมถึงปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลง
* **การแข่งขันด้านราคา:** ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เช่น ธุรกิจขนส่งและธุรกิจ Outsourcing อาจกดดันอัตรากำไร
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายจากการขยายธุรกิจ, อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน, และการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **ความไม่แน่นอนในการปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การเลื่อนแผนการปรับโครงสร้าง SABUY PTECH และ SBNEXT ออกไป อาจส่งผลต่อความชัดเจนของทิศทางธุรกิจในระยะสั้น
* **ความเสี่ยงด้านหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้และสินเชื่อเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การศึกษาประเด็นทางด้านภาษีและกำหนดการนำเสนอแผนต่อคณะกรรมการภายในเดือนธันวาคม 2566
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจใหม่:** การเติบโตของรายได้และกำไรจาก SABUY SPEED, SBNEXT, LOVLS, BZB และการร่วมมือกับ BBL
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** มาตรการควบคุมค่าใช้จ่าย, การลดความซ้ำซ้อน, และการตั้งสำรองหนี้สูญของ SBNEXT
* **การลงทุนใน AS และ NIPA Cloud:** ความคืบหน้าและการสร้าง Synergy จากการลงทุนเหล่านี้
* **การเข้ามาของ GEM:** การลงทุนเพิ่มเติมหรือการสนับสนุนการเติบโตจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการ:** เติบโต 4.7% YoY เป็น 488.0 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจาก SABUY SPEED ที่ขยายจุด Touchpoint และบริการ Banking Agent รวมถึงธุรกิจ Outsourcing และ CRM ของ BZB สอดคล้องกับการเติบโตของตลาด E-commerce
* **รายได้จากการขาย:** เติบโต 20.2% YoY เป็น 470.7 ล้านบาท จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำและเครื่องทำน้ำแข็งของ SBNEXT, สินค้าจาก CRM ของ BZB และอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบผ่อนชำระของ LOVLS
* **รายได้จากสัญญาและดอกเบี้ยรับ:** เติบโต 30.7% YoY เป็น 108.0 ล้านบาท จากธุรกิจสินเชื่อและการขายแบบผ่อนชำระผ่านแพลตฟอร์มของ SBNEXT และ LOVLS
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** อยู่ที่ 10.7% ลดลงจาก 12.7% ในปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 10.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการขายแบบ wholesale ที่มีการแข่งขันด้านราคา และการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาฐานลูกค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 12.7% จากสิ้นปี 2565 เป็น 15,126.5 ล้านบาท จากการซื้อเงินลงทุนเพิ่มใน AS, การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน, ที่ดินอาคารและอุปกรณ์, สินทรัพย์ไม่มีตัวตน และรายการจากการควบรวมธุรกิจ
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 13.8% จากสิ้นปี 2565 เป็น 8,139.1 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และหนี้สินอื่นๆ จากการขยายธุรกิจ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** ลดลงเล็กน้อย 0.5% จากสิ้นปี 2565 เป็น 6,987.4 ล้านบาท จากหุ้นทุนซื้อคืน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นเป็น 1.16 เท่า จาก 1.07 เท่า ณ สิ้นปี 2565 อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นเป็น 1.07 เท่า จาก 0.95 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
SABUY ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง YoY แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการขยายธุรกิจและพันธมิตรใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนและการขยายธุรกิจ รวมถึงการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจและควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว การเข้ามาของผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่อย่าง GEM และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องติดตามผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคต ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SABUY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
620.27
ล้านบาท
↓ 69.8% YoY
กำไรขั้นต้น
125.86
ล้านบาท
↓ 78.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.29
%
กำไรสุทธิ
-497.87
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-80.27
%
D/E Ratio
3.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
620
↓ -69.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -78.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-498
↓ -13.2%
YoY
D/E Ratio
3.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SABUY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.47
ROE (%)
-131.96
ROA (%)
-41.20
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SABUY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-948
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,094
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SABUY
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-948.42
-10.16%
|
-1,055.65
-12,332.33%
|
8.63
-103.32%
|
-259.65
-163.11%
|
411.45
+34.23%
|
306.53
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,094.31
-129.73%
|
3,681.00
+111.45%
|
1,740.80
-1,466.30%
|
-127.41
-81.02%
|
-671.30
+91.99%
|
-349.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,378.63
-166.68%
|
-3,567.07
+97.77%
|
-1,803.63
-2,734.19%
|
68.47
-69.68%
|
225.83
+161.50%
|
86.36
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
366.72
-138.94%
|
-941.72
+1,637.49%
|
-54.20
-82.99%
|
-318.58
+836.45%
|
-34.02
-178.71%
|
43.22
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
561.85
+75.95%
|
319.33
+35.29%
|
236.04
+152.61%
|
93.44
-26.69%
|
127.46
+51.31%
|
84.24
-35.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.04
-41.97%
|
561.85
+75.95%
|
319.33
+35.29%
|
236.04
+152.61%
|
93.44
-26.69%
|
127.46
+51.31%
|