บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.36
0.02 (0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก กําไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร ทําให้สามารถสร้างผล ประกอบการได้ดี
โดย รายได้ เพิ่มขึ้น 48.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.7 จากปีก่อน และ ร้อย ละ 6.3 จากไตรมาสที่ผ่านมา ทั้งการให้บริการผ่านตู้เติมเงินตลอดจนธุรกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะถูกกระทบจากวิกฤติการณ์ COVID-19
ด้วยลูกค้ามีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นที่สามารถทํารายการผ่านตู้เติมเงิน ของบริษัท ซึ่งเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ ได้ดี รวมไปถึงรายได้จากการขยายบริการชําระเงินอิเลคทรอนิคส์ผ่านระบบพูด คอร์ทของศูนย์อาหาร โดยมีการเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 70 ศูนย์ในไตรมาส 2 ตลอดจนรายได้จากการขายสินค้าจากผู้ขาย สินค้าอัตโนมัติที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9477 out_tok=2808 at=2026-07-26T02:54:48 -->
# SABUY Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 218.5% รับแรงหนุนจากธุรกิจใหม่-ขยาย Ecosystem
## รายได้รวมโตกว่า 100% จากการควบรวมกิจการ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อย
บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 218.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ของบริษัทใหม่ที่เข้ามารวมในกลุ่ม และการขยายธุรกิจใน Ecosystem อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของธุรกิจ Drop-off ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจเดิม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SABUY ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่สูงถึง 101.9%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ของบริษัทใหม่ที่เข้ามารวมในกลุ่ม เช่น ShipSmile, TBSP, The Letter Post, Point Express, Paypost เป็นต้น ทำให้รายได้จากการขายและรายได้จากการให้บริการตามสัญญามีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงจาก 46.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 30.7%** ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อการทำกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจาก **การขยาย Ecosystem และการควบรวมกิจการ** บริษัทฯ ได้มีการลงทุนและเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า (TBSP), ธุรกิจระบบโซลูชั่นส์ช่องทางการขายและบริการ (Drop-off points, POS systems), ธุรกิจการให้บริการทางการเงิน และธุรกิจนวัตกรรม ซึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่มีรายได้รวมอยู่ในงวดเดียวกันของปีก่อน ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ส่วนการปรับลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นนั้น **มีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจ Drop-off** ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าธุรกิจเดิมของบริษัทฯ ประกอบกับการเริ่มสร้างแบรนด์ Orange Express by Kerry เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ซึ่งแม้จะมีปริมาณพัสดุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ที่มีโครงสร้างต้นทุนแตกต่างกันก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตของรายได้รวมมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องจากการขยาย Ecosystem และการควบรวมกิจการที่ยังดำเนินอยู่ เช่น การร่วมมือกับ PFS เพื่อติดตั้งตู้ฝาก-ถอนเงินสด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากธุรกิจ Drop-off ที่มีอัตรากำไรต่ำยังคงเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น และการสร้างแบรนด์ใหม่ๆ อาจต้องใช้เวลาในการปรับปรุงอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 101.9% YoY** แตะ 735.0 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของบริษัทใหม่ที่เข้ามารวมกลุ่ม
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ พุ่ง 218.5% YoY** อยู่ที่ 107.3 ล้านบาท โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ 62.3 ล้านบาท และมีรายได้อื่น 45.0 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 46.8% ในปีก่อน เหลือ 30.7% ในไตรมาสนี้
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 23.7% YoY** เป็น 165.4 ล้านบาท จากการขยายโครงสร้างธุรกิจ บุคลากร และดอกเบี้ยจ่าย
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 7.2%** จากการเข้าลงทุนในบริษัทใหม่ๆ และการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **หนี้สินรวมลดลง 19.2%** จากการจ่ายชำระเจ้าหนี้ค่าหุ้นจากการเข้าลงทุนใน TBSP
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 0.81 เท่า เหลือ 0.51 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมจากการดำเนินงานปกติของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 735.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการ 388.9 ล้านบาท (+115.1% YoY), รายได้จากการขาย 267.1 ล้านบาท (+124.0% YoY) และรายได้จากการให้บริการตามสัญญา 79.1 ล้านบาท (+23.4% YoY) การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ของบริษัทใหม่ๆ ที่เข้ามารวมในกลุ่ม เช่น ShipSmile, TBSP, The Letter Post, Point Express, Paypost เป็นต้น
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 225.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% YoY แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 46.8% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 30.7% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรของธุรกิจ Drop-off ที่ต่ำกว่าธุรกิจเดิม และการสร้างแบรนด์ Orange Express by Kerry
ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 23.7% YoY เป็น 165.4 ล้านบาท เนื่องจากการขยายโครงสร้างธุรกิจ บุคลากร และดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 107.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218.5% YoY โดยเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ 62.3 ล้านบาท และมีรายได้อื่น 45.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยาย Ecosystem อย่างต่อเนื่อง:** การเข้าลงทุนในบริษัทใหม่ๆ และการร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ๆ
* **การเติบโตของธุรกิจ Drop-off:** การขยายจุดให้บริการรับส่งพัสดุทั่วประเทศกว่า 12,100 จุด และการร่วมมือกับพันธมิตรขนส่ง จะช่วยเพิ่มทางเลือกและขยายพื้นที่ให้บริการ
* **ธุรกิจการให้บริการทางการเงิน:** การลงทุนใน CarFinn, นครหลวง แคปปิตอล และ โอมันนี จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายบริการสินเชื่อและประกันภัยไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น
* **ธุรกิจนวัตกรรม:** การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล, เทคโนโลยีบล็อกเชน, SaaS และ HROD Tech จะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจบริการต่างๆ โดยเฉพาะการขนส่งและโลจิสติกส์มีการแข่งขันสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไร:** การขยายธุรกิจไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ความเสี่ยงจากการควบรวมกิจการ:** การบูรณาการธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาในกลุ่มอาจมีความท้าทายในการบริหารจัดการและสร้าง Synergy
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลและการเงินอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ามารวมในกลุ่ม
* การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะจากธุรกิจ Drop-off และการสร้างแบรนด์ใหม่
* ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากความร่วมมือกับ PFS ในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2565
* การดำเนินงานและการสร้างรายได้จากธุรกิจการให้บริการทางการเงินและธุรกิจนวัตกรรม
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจระบบชำระเงิน:** การร่วมมือกับ PFS เพื่อติดตั้งตู้ฝาก-ถอนเงินสด 10,000 ตู้ทั่วประเทศ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและ Synergy กับระบบการชำระเงินของ SABUY
* **ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า:** การลงทุนใน PTECH (เดิม TBSP) ช่วยเสริมรายได้จากการผลิตบัตรพลาสติกและบริการบันทึกข้อมูล การลงทุนใน INDEEM เป็นการขยายช่องทางการขายผ่าน MLM
* **ธุรกิจระบบโซลูชั่นส์ช่องทางการขายและบริการ:**
* **POS System:** การตั้งบริษัท สบายพอซ และการลงทุนใน CSI ช่วยเสริมศักยภาพการพัฒนาและให้บริการระบบ POS
* **Drop-off Points:** มีจุดให้บริการกว่า 12,100 จุดทั่วประเทศ โดยบริษัท เอ.ที.พี. เฟรนด์ เซอร์วิส เป็นผู้สร้างรายได้หลัก การขยายจุดบริการและการร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ
* **Smart Locker:** การร่วมมือกับ Lockbox Group และ The Achiever 59 เพื่อพัฒนาระบบ Smart Locker ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่เศรษฐกิจ
* **SABUY WASH:** การร่วมมือกับ Laundry Bar ไทย จะช่วยให้แบรนด์เติบโตแข็งแกร่งภายใต้ Ecosystem
* **ธุรกิจการให้บริการทางการเงิน:** การลงทุนใน CarFinn, นครหลวง แคปปิตอล และ โอมันนี จะช่วยให้บริษัทฯ เข้าสู่ตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์, Pico Finance และธุรกิจประกันภัย
* **ธุรกิจนวัตกรรม:** การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล, SaaS, และ HROD Tech เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตและสร้างความได้เปรียบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 6,558.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าความนิยมจากการเข้าลงทุนในบริษัทใหม่ๆ, ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จากการลงทุนในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 2,212.3 ล้านบาท ลดลง 19.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้ค่าหุ้นจากการเข้าลงทุนใน TBSP
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 4,346.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.6% จากสิ้นปี 2564 จากการเพิ่มทุนและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นเป็น 1.07 เท่า จาก 0.90 เท่า ณ สิ้นปี 2564
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงเหลือ 0.51 เท่า จาก 0.81 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
SABUY ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขยาย Ecosystem และการควบรวมกิจการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากผลกระทบของธุรกิจ Drop-off และการสร้างแบรนด์ใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป การลงทุนในธุรกิจการเงินและนวัตกรรมเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SABUY ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
620.27
ล้านบาท
↓ 69.8% YoY
กำไรขั้นต้น
125.86
ล้านบาท
↓ 78.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.29
%
กำไรสุทธิ
-497.87
ล้านบาท
↓ 13.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-80.27
%
D/E Ratio
3.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
620
↓ -69.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
126
↓ -78.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-498
↓ -13.2%
YoY
D/E Ratio
3.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SABUY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.47
ROE (%)
-131.96
ROA (%)
-41.20
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SABUY
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-948
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,094
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SABUY
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-948.42
-10.16%
|
-1,055.65
-12,332.33%
|
8.63
-103.32%
|
-259.65
-163.11%
|
411.45
+34.23%
|
306.53
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,094.31
-129.73%
|
3,681.00
+111.45%
|
1,740.80
-1,466.30%
|
-127.41
-81.02%
|
-671.30
+91.99%
|
-349.66
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,378.63
-166.68%
|
-3,567.07
+97.77%
|
-1,803.63
-2,734.19%
|
68.47
-69.68%
|
225.83
+161.50%
|
86.36
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
366.72
-138.94%
|
-941.72
+1,637.49%
|
-54.20
-82.99%
|
-318.58
+836.45%
|
-34.02
-178.71%
|
43.22
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
561.85
+75.95%
|
319.33
+35.29%
|
236.04
+152.61%
|
93.44
-26.69%
|
127.46
+51.31%
|
84.24
-35.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
326.04
-41.97%
|
561.85
+75.95%
|
319.33
+35.29%
|
236.04
+152.61%
|
93.44
-26.69%
|
127.46
+51.31%
|