บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.97
+0.02 (+2.11%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นในรอบบัญชีนี้ เกิดจาก รายได้ครัวเรือนปรับดีขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับแรงส่งต่อเนื่อง จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกก็มีสัญญาณฟื้นตัวจากที่หดตัวในช่วงก่อนหน้า ตลาดแรงงาน
และ รับรู้ผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นรวม 18.3 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4775 out_tok=2650 at=2026-07-26T02:04:44 -->
# RSP กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกโต YoY รับรายได้อื่นพุ่ง-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้อื่นโตแรง 82% หนุนกำไร Q3/2566 พลิกบวก YoY ขณะที่ GPM ปรับขึ้นจากการบริหารต้นทุน
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 37.1 ล้านบาท พลิกกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 22.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RSP ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 37.1 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 22.5 ล้านบาทใน Q3/2565) มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้อื่น และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ปรับตัวดีขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 82.1% (22.4 ล้านบาท):** ปัจจัยหลักมาจากบริษัทฯ ได้รับการลดหนี้เป็นจำนวนเงิน 19.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่เกิดขึ้นในปี 2565 ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 การรับรู้รายการนี้เข้ามาช่วยชดเชยผลการดำเนินงานในส่วนอื่นได้เป็นอย่างดี
2. **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** GPM ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 56.7% เพิ่มขึ้นจาก 53.9% ใน Q3/2565 การปรับตัวดีขึ้นนี้เป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ทำได้ดีขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ ส่วนใหญ่มาจากรายการลดหนี้ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) ไม่ใช่รายได้จากการดำเนินงานปกติ ดังนั้นจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันนี้ในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนขายและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำ ยังคงเป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกเป็น 37.1 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 22.5 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้จากการขาย Q3/2566 เพิ่มขึ้น 5.2% YoY** อยู่ที่ 319.0 ล้านบาท
* **รายได้อื่น Q3/2566 พุ่ง 82.1% YoY** เป็น 22.4 ล้านบาท จากการลดหนี้ 19.2 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2566 เพิ่มขึ้น** เป็น 56.7% จาก 53.9% YoY
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร Q3/2566 เพิ่มขึ้น 15.4% YoY** เป็น 166.4 ล้านบาท เนื่องจากกลับสู่ภาวะปกติ
* **ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 99.0 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจาก 66.0 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 319.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้อื่น 22.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 82.1% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดหนี้ที่เกิดขึ้นในปี 2565 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 10.6% เป็น 180.8 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 56.7% จาก 53.9% ในปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 15.4% เป็น 166.4 ล้านบาท เนื่องจากกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่บริษัทฯ ยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขาย ทำให้บริษัทฯ สามารถบันทึกกำไรสุทธิรวม 37.1 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 11.6%
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,052.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน รายได้อื่นรวม 66.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 261.2% จากการลดหนี้ 51.7 ล้านบาท กำไรขั้นต้นรวม 601.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 57.1% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 31.6% เป็น 519.2 ล้านบาท แต่บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 99.0 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.4%
## โอกาส
* **การควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขาย:** ฝ่ายจัดการระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สามารถส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **การกลับเข้าสู่ภาวะปกติของธุรกิจ:** แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่การที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าบุคลากร ค่าเช่าพื้นที่ ค่าการตลาด กลับเข้าสู่ภาวะปกติ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ
* **การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน:** บริษัทฯ มีการรับรู้ผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ซึ่งหากมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นผลดีต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความกังวลต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวลดลงเนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับสูงขึ้น และความไม่มั่นใจในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในอนาคต
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 15.4% ในไตรมาส 3 และ 31.6% ใน 9 เดือนแรก ซึ่งแม้จะกลับสู่ภาวะปกติ แต่หากยอดขายไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิได้
* **ความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** การรับรู้กำไร/ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น อาจสร้างความผันผวนให้กับผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** ติดตามว่ารายได้จากการขายจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประเมินว่าบริษัทฯ จะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** จับตาดูว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับยอดขายได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค:** ติดตามสถานการณ์ค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ย และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อ
* **รายการพิเศษ:** สังเกตว่าจะมีรายการพิเศษอื่นๆ ที่ส่งผลต่อผลประกอบการในลักษณะเดียวกับ "รายได้อื่น" ในไตรมาสนี้อีกหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** ในไตรมาส 3/2566 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 5.2% YoY เป็น 319.0 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและยอดขายได้ในระดับหนึ่ง แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การเพิ่มขึ้นของ GPM จาก 53.9% เป็น 56.7% เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจค้าปลีก
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** การเพิ่มขึ้น 15.4% เป็น 166.4 ล้านบาท สะท้อนถึงการกลับสู่ภาวะปกติของธุรกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร พื้นที่จำหน่ายสินค้า และการตลาด อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 1.6% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,191.1 ล้านบาท โดยมีการเปลี่ยนแปลงในรายการเงินสด สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ถาวรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนลดลง
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 2.1% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 450.1 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้ค้างจ่ายและหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 2.5% จากสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,741.0 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 25.1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ทำได้ แสดงให้เห็นว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังไม่แข็งแกร่งมากนัก
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ได้มา 210.8 ล้านบาท จากการรับเงินฝากครบกำหนด การรับเงินปันผล และการซื้อสินทรัพย์
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใช้ไป 198.4 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
RSP พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการรับรู้รายได้พิเศษจากการลดหนี้ และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การควบคุมค่าใช้จ่ายและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้มีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RSP ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
324.83
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
กำไรขั้นต้น
192.70
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.32
%
กำไรสุทธิ
-15.33
ล้านบาท
↓ 153% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.72
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
325
↓ -19.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↓ -153%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
-0.96
ROA (%)
-0.15
Book Value/หุ้น
2.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-267
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+399
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-266.91
+420.70%
|
-51.26
-39.61%
|
-84.88
-74.32%
|
-330.48
+54.84%
|
-213.44
-208.01%
|
197.62
-43.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
399.11
+165.51%
|
150.32
-130.69%
|
-489.80
-2,585.03%
|
19.71
-98.51%
|
1,318.40
+211.52%
|
423.22
-270.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
171.18
+21.47%
|
140.92
-19.36%
|
174.75
+17.76%
|
148.40
+418.70%
|
28.61
-144.50%
|
-64.29
-66.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
324.78
+39.57%
|
232.70
-156.72%
|
-410.23
+140.91%
|
-170.28
-115.05%
|
1,131.54
+103.33%
|
556.51
-686.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
616.82
+104.66%
|
301.39
-17.77%
|
366.52
-50.80%
|
744.92
-26.60%
|
1,014.89
+119.72%
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
479.83
-6.63%
|
513.88
+70.50%
|
301.39
-17.77%
|
366.52
-50.80%
|
744.92
+33.86%
|
556.51
+20.48%
|