บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.97
+0.02 (+2.11%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นในรอบบัญชีนี้ เกิดจาก รายได้ครัวเรือนปรับดีขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับแรงส่งต่อเนื่อง จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกก็มีสัญญาณฟื้นตัวจากที่หดตัวในช่วงก่อนหน้า ตลาดแรงงาน
และ รับรู้ผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นรวม 18.3 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4865 out_tok=2498 at=2026-07-26T03:06:46 -->
# RSP กำไรสุทธิ Q3/2565 พลิกบวก 9.7 ล้านบาท รับรายได้โตแรง 137%
## รายได้จากการขายพุ่งตามเศรษฐกิจฟื้นตัว ฝ่ายบริหารชี้การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนการบริโภค
บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 9.7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากการขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าแนวโน้มการฟื้นตัวจะยังคงดำเนินต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RSP ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9.7 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 137.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีรายการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเข้ามาหักล้างบ้างก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการที่ภาครัฐได้มีการ **ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19** ซึ่งแตกต่างจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ภาครัฐได้ประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวด การผ่อนคลายดังกล่าวส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวดีขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจค้าปลีกเครื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ การบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพยังช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 42.8% เป็น 53.9%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยอิงจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นตามตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้จากการขายในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การรับรู้ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 9.7 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุนในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้จากการขายพุ่ง 137.0% YoY:** อยู่ที่ 303.3 ล้านบาท จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 42.8% เป็น 53.9% จากการบริหารจัดการส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 112.7% YoY:** สัดส่วนต่อรายได้ขายอยู่ที่ 47.5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายกลับสู่ภาวะปกติ
* **ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน:** รับรู้ 17.6 ล้านบาท จากมูลค่าที่ปรับลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 3 ปี 2565:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 303.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้อื่นรวม 12.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,018.2% จากการรับเงินปันผลและกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่า ทำให้มีกำไรขั้นต้นรวม 163.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198.4% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 53.9% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 144.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.7% โดยมีสัดส่วนต่อรายได้จากการขายที่ 47.5% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น 17.6 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวม 9.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.2%
**9 เดือนแรกปี 2565:** บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 871.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้อื่นรวม 19.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% กำไรขั้นต้นรวม 470.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.5% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 54.1% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 394.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% โดยมีสัดส่วนต่อรายได้จากการขายที่ 45.3% บริษัทฯ รับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น 13.1 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวม 61.1 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.0%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อกำลังซื้อและยอดขาย
* **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย
* **การบริหารจัดการส่งเสริมการขาย:** ความสามารถในการบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน:** การรับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
* **การกลับสู่ภาวะปกติของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าใช้จ่ายทางการตลาด อาจเพิ่มแรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจค้าปลีกเครื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินต่อกำไรสุทธิ
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* กลยุทธ์การบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ทิศทางของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขาย:** เติบโตอย่างโดดเด่น 137.0% YoY ในไตรมาส 3/2565 เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 42.8% เป็น 53.9% ในไตรมาส 3/2565 และ 54.1% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** เพิ่มขึ้นตามการกลับสู่ภาวะปกติของเศรษฐกิจ โดยสัดส่วนต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 47.5% ในไตรมาส 3/2565 และ 45.3% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **รายได้อื่น:** มีการเติบโตสูงในไตรมาส 3/2565 จากเงินปันผลรับและกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,152.5 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีการเปลี่ยนแปลงในรายการสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น สินค้าคงเหลือ เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ลดลง
* **หนี้สินรวม:** 402.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากสิ้นปี 2564 จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และภาษีเงินได้ค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1,749.6 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
* **กระแสเงินสด:**
* **ดำเนินงาน:** ได้รับ 47.6 ล้านบาท
* **ลงทุน:** ใช้ไป 94.8 ล้านบาท (ลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น ซื้ออุปกรณ์)
* **จัดหาเงิน:** ใช้ไป 168.7 ล้านบาท (จ่ายเงินปันผล ชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าพร้อมดอกเบี้ย)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ RSP สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะเผชิญกับความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน แต่ภาพรวมยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RSP ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
324.83
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
กำไรขั้นต้น
192.70
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.32
%
กำไรสุทธิ
-15.33
ล้านบาท
↓ 153% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.72
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
325
↓ -19.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↓ -153%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
-0.96
ROA (%)
-0.15
Book Value/หุ้น
2.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-267
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+399
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-266.91
+420.70%
|
-51.26
-39.61%
|
-84.88
-74.32%
|
-330.48
+54.84%
|
-213.44
-208.01%
|
197.62
-43.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
399.11
+165.51%
|
150.32
-130.69%
|
-489.80
-2,585.03%
|
19.71
-98.51%
|
1,318.40
+211.52%
|
423.22
-270.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
171.18
+21.47%
|
140.92
-19.36%
|
174.75
+17.76%
|
148.40
+418.70%
|
28.61
-144.50%
|
-64.29
-66.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
324.78
+39.57%
|
232.70
-156.72%
|
-410.23
+140.91%
|
-170.28
-115.05%
|
1,131.54
+103.33%
|
556.51
-686.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
616.82
+104.66%
|
301.39
-17.77%
|
366.52
-50.80%
|
744.92
-26.60%
|
1,014.89
+119.72%
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
479.83
-6.63%
|
513.88
+70.50%
|
301.39
-17.77%
|
366.52
-50.80%
|
744.92
+33.86%
|
556.51
+20.48%
|