บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.97
+0.02 (+2.11%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นในรอบบัญชีนี้ เกิดจาก รายได้ครัวเรือนปรับดีขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับแรงส่งต่อเนื่อง จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกก็มีสัญญาณฟื้นตัวจากที่หดตัวในช่วงก่อนหน้า ตลาดแรงงาน
และ รับรู้ผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นรวม 18.3 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4136 out_tok=2302 at=2026-07-26T02:53:22 -->
# RSP กำไร Q1/2565 พุ่ง 140.9% รับแรงหนุนรายได้โต-คุมโปรโมชั่น
## รายได้รวมโต 17.1% อานิสงส์กำลังซื้อฟื้น-มาตรการรัฐ หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด
บริษัท ริชสปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 37.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 140.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโต 17.1% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและโปรโมชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RSP ในไตรมาส 1/2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 17.1%** ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนและโปรโมชั่นที่เข้มงวดขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 50.8% เป็น 53.4% และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 140.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 จะยังคงอยู่ แต่ประชาชนเริ่มปรับตัวและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ประกอบกับปัจจัยบวกจากเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "เราชนะ" และ "คนละครึ่ง" จากภาครัฐ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ดีขึ้น ทำให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ประชาชนเริ่มปรับตัวและกลับมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มเชิงบวกต่อกำลังซื้อในภาพรวม นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ หากยังคงมีอยู่หรือมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา ก็จะเป็นปัจจัยหนุนการบริโภคต่อไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของสถานการณ์โควิด-19 และปัจจัยภายนอกอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 266.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวของประชาชนและการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิ 37.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.9% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มเป็น 53.4%:** จาก 50.8% ในปีก่อน เนื่องจากการควบคุมโปรโมชั่น
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มเป็น 13.9%:** จาก 5.8% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดลง:** อยู่ที่ 43.7% จาก 48.6% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 266.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ประชาชนเริ่มปรับตัวและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ประกอบกับเทศกาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รายได้อื่นอยู่ที่ 22.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากการขายและปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น
บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นรวม 142.6 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 50.8% เป็น 53.4% เนื่องจากการควบคุมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 116.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายรวมลดลงจาก 48.6% เป็น 43.7% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 37.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.9%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อ:** การที่ประชาชนเริ่มปรับตัวและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เป็นสัญญาณบวกต่อการบริโภคสินค้าและบริการ
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:** มาตรการจากภาครัฐ เช่น "เราชนะ" และ "คนละครึ่ง" หากยังคงมีอยู่ จะช่วยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมโปรโมชั่นและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจกลับมารุนแรงขึ้น หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้ชีวิตของผู้คน
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากสถานการณ์เงินเฟ้อต่อต้นทุนและกำลังซื้อ
* แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นของบริษัทฯ
* การเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือการขยายช่องทางการขาย
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** การเติบโต 17.1% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้บริโภค ฝ่ายบริหารสามารถใช้ประโยชน์จากช่วงเทศกาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การเพิ่มขึ้นจาก 50.8% เป็น 53.4% เป็นจุดเด่นสำคัญ แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมโปรโมชั่นที่เข้มงวดขึ้นช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไรต่อหน่วยสินค้า
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** แม้จะเพิ่มขึ้น 5.2% แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโตถึง 17.1% ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลงจาก 48.6% เป็น 43.7% ซึ่งเป็นผลดีต่อความสามารถในการทำกำไร
**รายได้อื่น:** การเพิ่มขึ้น 47.7% ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการขายและปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่ใช่จากการดำเนินงานหลัก แต่ช่วยเสริมกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,246.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น ขณะที่ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 411.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,834.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากสิ้นปี 2564 จากผลการดำเนินงานและกำไรจากการขายเงินลงทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 193.7 ล้านบาท สะท้อนถึงการดำเนินงานปกติของธุรกิจ กระแสเงินสดใช้ไปในการลงทุน 113.3 ล้านบาท เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและอุปกรณ์ และกระแสเงินสดใช้ไปในการจัดหาเงิน 19.4 ล้านบาท เป็นการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
RSP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 140.9% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 17.1% ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและโปรโมชั่นที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจ แต่แนวโน้มการกลับมาใช้ชีวิตปกติและการสนับสนุนจากภาครัฐยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ต่อไปได้มากน้อยเพียงใด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RSP ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
324.83
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
กำไรขั้นต้น
192.70
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.32
%
กำไรสุทธิ
-15.33
ล้านบาท
↓ 153% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.72
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
325
↓ -19.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↓ -153%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RSP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
-0.96
ROA (%)
-0.15
Book Value/หุ้น
2.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RSP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-267
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+399
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RSP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-266.91
+420.70%
|
-51.26
-39.61%
|
-84.88
-74.32%
|
-330.48
+54.84%
|
-213.44
-208.01%
|
197.62
-43.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
399.11
+165.51%
|
150.32
-130.69%
|
-489.80
-2,585.03%
|
19.71
-98.51%
|
1,318.40
+211.52%
|
423.22
-270.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
171.18
+21.47%
|
140.92
-19.36%
|
174.75
+17.76%
|
148.40
+418.70%
|
28.61
-144.50%
|
-64.29
-66.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
324.78
+39.57%
|
232.70
-156.72%
|
-410.23
+140.91%
|
-170.28
-115.05%
|
1,131.54
+103.33%
|
556.51
-686.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
616.82
+104.66%
|
301.39
-17.77%
|
366.52
-50.80%
|
744.92
-26.60%
|
1,014.89
+119.72%
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
479.83
-6.63%
|
513.88
+70.50%
|
301.39
-17.77%
|
366.52
-50.80%
|
744.92
+33.86%
|
556.51
+20.48%
|