เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น PYLON
Home
สรุป OPPDAY หุ้น PYLON
PYLON
บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ:
- ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ###
1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)
บริษัทไพลอนจำกัด(มหาชน) หรือ PYLON มีผลประกอบการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) โดดเด่นด้วยการเติบโตของรายได้และกำไรจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากไตรมาสที่สี่ที่เป็นไตรมาสกำไรสูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส และเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกถึงสาม เนื่องจากการแข่งขันในตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากงานเสาเข็มเจาะและงานแดร์แฟมวอลที่ได้รับการตอบสนองจากภาคเอกชนและภาครัฐอย่างมาก จากเหตุผลหลักคือโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ช่วยเพิ่มความต้องการในตลาดก่อสร้างฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ระบบ ERP และการควบคุมคุณภาพขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และส่งมอบงานให้มีคุณภาพและรวดเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทในปีนี้คือ การปรับโครงสร้างรายได้จากงานแดร์แฟมวอลที่เพิ่มสัดส่วนขึ้นถึงประมาณ 60% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) และกำไรจากการดำเนินงาน (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในไตรมาสที่สี่ที่มี Net Profit Margin อยู่ที่ 16.7% และเติบโตจากปีก่อนหน้าถึงประมาณ 700% --- ###
2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | พ.ศ. ก่อนหน้า (2567) | พ.ศ. ปัจจุบัน (2568) | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | - |
1,518
| | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | - |
340
| | กำไรสุทธิ (Net Profit) | - |
211
| | Gross Profit Margin | - |
25.3%
| | Net Profit Margin | - |
14.0%
| | Backlog | - |
2,200
| --- ####
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
-
Core Business:
งานเสาเข็มเจาะ (Pile Foundation), งานแดร์แฟมวอล (Diaphragm Wall), และงานแบร์เรทไพร์ (Retaining Wall) -
กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit):
เติบโตจากปีก่อนหน้าถึงประมาณ 437% จากการเพิ่มสัดส่วนของงานแดร์แฟมวอลที่มีอัตรากำไรสูงกว่าปกติเนื่องจากขาดแคลนผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาด -
Non-Core:
งานอื่นๆ เช่น การก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าและถูกจำกัดสัดส่วนลงเนื่องจากความต้องการลดลงในช่วงปลายปี --- ###
3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)
####
ปัจจัยภายใน
- ✅
กลยุทธ์ที่ได้ผล:
การปรับโครงสร้างรายได้ให้เน้นงานแดร์แฟมวอล และการพัฒนาระบบ ERP ควบคุมคุณภาพขั้นสูง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุน - ⚠️
ปัญหาที่กำลังแก้ไข:
การเปลี่ยนแปลงของโครงการภาครัฐบางรายการ เช่น งานทางด่วนจตุโชติที่ยังไม่มีการมอบพื้นที่ให้บริษัทดำเนินการ และมีข้อจำกัดด้านสัญญาเงื่อนไข ####
ปัจจัยภายนอก
- ✅
เศรษฐกิจมหภาค:
การเติบโตของ GDP และการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วยกระตุ้นความต้องการงานฐานราก - ⚠️
นโยบายรัฐ:
มีแนวโน้มว่าจะมีโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ทยอยออกมาในปีนี้และปีหน้า เช่น รถไฟฟ้าสายสีเทาและสายสีน้ำตาล ซึ่งอาจสร้างแรงจูงใจให้บริษัทขยายงานได้ - ⚠️
การแข่งขันในตลาด:
การลดลงของจำนวนผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดช่วยให้อัตราการประมูล (Win Rate) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ --- ###
4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q: แบ็กล็อกปีนี้สูงถึงเท่าไหร่ และจะรับรู้รายได้ในปีไหน? A: Backlog สิ้นปีอยู่ที่ประมาณ
2,200 ล้านบาท
โดยมีสัดส่วนงานภาคเอกชนประมาณ 84% และงานภาครัฐประมาณ 12% มีงานสำคัญอย่างโครงการเซ็นทรัลเอ็มบัสซี่และเฮอร์คิวลิสที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้และปีหน้าครึ่งแรก Q: อัตรากำไรขั้นต้นของงานในมือปัจจุบันดีกว่าปีก่อนหรือไม่? A: ใช่ โดยเฉพาะจากไตรมาสที่สี่ที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เพิ่มขึ้นถึง 16.7% จากปีก่อนหน้า และกำไรจากการดำเนินงาน (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นถึง 25.3% Q: การใช้กำลังการผลิตในไตรมาสที่สี่เป็นเท่าไหร่ และปีนี้จะเติบโตต่อเนื่องไหม? A: การใช้กำลังการผลิตในไตรมาสที่สี่อยู่ที่ประมาณ
30,000 กิโลเมตรต่อเดือน
ใกล้เคียงกับระดับสูงสุดของปี โดยคาดว่าจะคงมั่นคงตลอดทั้งปี เนื่องจากงานใหม่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง Q: มีแผนซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติมหรือไม่ในปีนี้? A: มีแผนลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมรวมประมาณ
150 ล้านบาท
โดยเฉพาะเครื่องจักรเจาะเท้าเข็มขนาดใหญ่สำหรับโครงการเซ็นทรัลเอ็มบัสซี่ และคาดว่าจะมีการซื้อเพิ่มเติมหากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาหรือสายสีน้ำตาลออกมาในปีนี้ Q: มีแรงงานขาดหายหรือไม่ และสามารถรองรับงานเพิ่มได้ไหม? A: ไม่มีปัญหาแรงงาน โดยใช้งานกำลังคนอยู่ที่ประมาณ
21 ชุด
เต็มประสิทธิภาพ จึงคาดว่าสามารถรองรับงานเพิ่มเติมได้หากมีโครงการใหม่เข้ามา Q: อุตสาหกรรมเสาเข็มจะกลับมาเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ และจุดเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นคืออะไร? A: คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 1-2 ปี จากแนวโน้ม GDP และการลงทุนภาครัฐ ส่วนจุดเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นคือหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือลดลงของภาครัฐและภาคเอกชนในการลงทุน Q: มีแผนรองรับงาน double deck หรือโครงสร้างพิเศษไหม? A: ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีส่วนร่วมเล็กน้อย เนื่องจากต้องใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีพิเศษที่ยังขาดแคลนในตลาด Q: มีผลกระทบจากสงครามหรือราคาพลังงานต่อผลประกอบการไหม? A: ผลกระทบน้อยมาก โดยเฉพาะราคาดีเซลที่เพิ่มขึ้นหนึ่งบาทจะกระทบต้นทุนไม่เกิน
0.4-0.5%
--- ###
5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)
####
เป้าหมาย
-
ระยะสั้น:
เพิ่มรายได้และกำไรจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเติบโตประมาณ
10–15%
ในปีนี้ -
ระยะยาว:
เสริมสร้างฐานะของบริษัทในฐานะผู้นำด้านงานฐานราก โดยเฉพาะงานแดร์แฟมวอลและโครงสร้างพิเศษ ####
สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การประกาศโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเทา และโครงการทางด่วนจตุโชติ - การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่อาจกระทบต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน - การแข่งขันจากผู้ประกอบการรายใหม่หรือการปรับโครงสร้างของตลาดงานฐานราก บริษัทไพลอนยังคงมีสุขภาพทางการเงินดีเยี่ยม โดยมี ROE อยู่ที่ประมาณ
20%
และ Debt to Equity Ratio เท่ากับ
0.35
ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องและอัตราส่วนหนี้สินต่ำกว่าระดับอุตสาหกรรมเฉลี่ยอย่างชัดเจน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ