บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
10.70
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5174 out_tok=2566 at=2026-07-26T00:09:02 -->
# PRG กำไรปี 2565 พุ่ง 46% รับผลบวกจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์-เงินปันผล
## รายได้รวมโต 13% แม้ธุรกิจข้าวชะลอ แต่ศูนย์อาหารฟื้นตัวแรง
บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PRG) รายงานผลประกอบการประจำปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อย แต่ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงรายได้เงินปันผลที่เข้ามาเป็นครั้งแรก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PRG ในปี 2565 ให้เติบโตถึง 46% มาจาก **กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่เพิ่มขึ้น 25%** และ **การรับรู้รายได้เงินปันผลครั้งแรกจำนวน 216 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยที่เข้ามาเสริมผลการดำเนินงานหลักที่แม้จะเผชิญความท้าทาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ** เพิ่มขึ้น 111 ล้านบาท (จาก 447 ล้านบาท เป็น 558 ล้านบาท) สาเหตุหลักมาจากราคาหุ้นของบริษัทใหญ่ (MBK) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 13.40 บาท เป็น 17.60 บาท ณ สิ้นปี 2565 ประกอบกับการใช้สิทธิ Warrant แปลงเป็นหุ้นสามัญ ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้มูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิที่บริษัทถืออยู่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ การรับรู้ **รายได้เงินปันผล** จำนวน 216 ล้านบาท เกิดขึ้นจากการลงทุนในบริษัทใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ **รายได้จากการขาย** ลดลง 3% (จาก 1,635 ล้านบาท เป็น 1,585 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักจากธุรกิจข้าวที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ในขณะที่ธุรกิจศูนย์อาหารเริ่มฟื้นตัว โดยรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 50% จากการที่ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการมากขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยบวกหลักในปีนี้ โดยเฉพาะกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิและรายได้เงินปันผลนั้น มีลักษณะเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งมีความผันผวนตามราคาตลาดและนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทที่ลงทุนอยู่ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามีการใช้สิทธิ Warrant แปลงทุน ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวในอนาคตยังคงต้องติดตามราคาหุ้น MBK อย่างใกล้ชิด
ส่วนการฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์อาหารมีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากสถานการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเอื้ออำนวย แต่ธุรกิจข้าวอาจยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 46%** มาอยู่ที่ 608 ล้านบาท จาก 416 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิเพิ่มขึ้น 25%** เป็น 558 ล้านบาท จาก 447 ล้านบาท
* **รับรู้รายได้เงินปันผล 216 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการใหม่ในปีนี้
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 13%** เป็น 2,397 ล้านบาท จาก 2,113 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายลดลง 3%** เป็น 1,585 ล้านบาท โดยธุรกิจข้าวชะลอตัว แต่ธุรกิจศูนย์อาหารฟื้นตัว
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 35%** เป็น 210 ล้านบาท จาก 155 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการข้าวบางประเภท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 35%** เป็น 11,378 ล้านบาท จาก 8,452 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 42% จากการลงทุนในบริษัทใหญ่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 2,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (2,113 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ 25% และการรับรู้รายได้เงินปันผล 216 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 3% เป็น 1,585 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจข้าวชะลอตัว แต่ธุรกิจศูนย์อาหารเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับปีก่อน (416 ล้านบาท) และกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.95 บาท เพิ่มขึ้น 38% จาก 0.69 บาท
เมื่อพิจารณางบเฉพาะกิจการ รายได้รวมลดลง 21% เป็น 1,533 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 45% เป็น 779 ล้านบาท เนื่องจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจที่แยกธุรกิจการจัดจำหน่ายข้าวไปไว้ในบริษัทย่อยอื่น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 ของเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 19% เป็น 594 ล้านบาท จาก 499 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่เพิ่มขึ้น 25%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์อาหาร:** สถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการศูนย์อาหารมากขึ้น คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการ:** จากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ศูนย์อาหารที่เพิ่มขึ้น
* **การลงทุนในบริษัทใหญ่:** การเติบโตของมูลค่าการลงทุนในบริษัทใหญ่ (MBK) ซึ่งส่งผลดีต่อกำไรจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้าเกษตร:** ธุรกิจข้าวอาจได้รับผลกระทบจากราคาและความต้องการในตลาดโลก
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและปริมาณการขายสินค้าเกษตร
* **ความไม่แน่นอนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิมีความผันผวนตามราคาตลาดของหุ้นที่ลงทุน
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การแยกธุรกิจการจัดจำหน่ายข้าวออกจากงบเฉพาะกิจการ อาจส่งผลต่อการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาข้าวและปริมาณการขายในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
* การฟื้นตัวและขยายตัวของธุรกิจศูนย์อาหาร รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เช่า
* ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น MBK และผลกระทบต่อมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ
* ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างทางธุรกิจต่อภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัท
* การบริหารจัดการสต็อกข้าวที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหรือสินค้าเกษตรโดยตรง แต่ระบุว่ารายได้ธุรกิจข้าวลดลงจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาหรือปริมาณขาย
**Volume:** รายได้จากการขายลดลง 3% ในกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะธุรกิจข้าวที่ลดลง แต่ธุรกิจศูนย์อาหารมีรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของผู้เช่าพื้นที่
**GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin (GPM) โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนขายที่ลดลงสอดคล้องกับรายได้จากการขายที่ลดลงในงบเฉพาะกิจการ
**ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขาย แต่การปรับโครงสร้างธุรกิจการจัดจำหน่ายข้าวไปไว้ในบริษัทย่อยอื่น อาจส่งผลต่อการบริหารจัดการช่องทางขายในอนาคต
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 35% เป็น 210 ล้านบาท จาก 155 ล้านบาท โดยเป็นการสต็อกปริมาณข้าวหอมปทุมธานี ข้าวนาปรัง ปลายข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเพื่อรองรับความต้องการ
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือการส่งออกโดยตรงในส่วนของธุรกิจข้าว
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ PRG อยู่ที่ 11,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จาก 8,452 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 42% จากการลงทุนในบริษัทใหญ่ (MBK) และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น 44% จากการซื้อที่ดินและลงทุนในโครงการมารีน่า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จาก 2,290 ล้านบาท โดยหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 55% จากภาระหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากมูลค่าลงทุนในบริษัทใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 8,676 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จาก 6,162 ล้านบาท
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารลดลง 19% ขณะที่เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 21% และหนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 20%
## สรุปท้าย
PRG ปิดปี 2565 ด้วยการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งถึง 46% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิและรายได้เงินปันผล ซึ่งเป็นรายการที่เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการหลัก แม้ว่ารายได้จากการขายจะเผชิญความท้าทายจากธุรกิจข้าวที่ชะลอตัว แต่การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์อาหารและการบริหารจัดการสต็อกข้าวที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRG ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
637.13
ล้านบาท
↑ 10.7% YoY
กำไรขั้นต้น
72.19
ล้านบาท
↑ 54.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.33
%
กำไรสุทธิ
3.96
ล้านบาท
↓ 100.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.62
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
637
↑ + 10.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 54.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
5.88
ROA (%)
4.83
Book Value/หุ้น
12.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+497
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-279
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
496.72
-1,056.70%
|
-51.92
-220.69%
|
43.02
-2,178.26%
|
-2.07
-128.79%
|
7.19
-93.76%
|
115.21
-63.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-279.02
-3,217.54%
|
8.95
-96.89%
|
288.04
+102.57%
|
142.19
+559.51%
|
21.56
-86.86%
|
164.12
-49.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-506.32
-877.52%
|
65.12
-120.61%
|
-315.96
+150.09%
|
-126.34
+862.22%
|
-13.13
-95.42%
|
-286.76
-55.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-280.03
-1,365.96%
|
22.12
+46.59%
|
15.09
+9.59%
|
13.77
-11.73%
|
15.60
-309.96%
|
-7.43
+614.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
41.38
+20.05%
|
34.47
+51.18%
|
22.80
-14.54%
|
26.68
+7.75%
|
24.76
-23.08%
|
32.19
-3.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62.40
+50.80%
|
41.38
+20.05%
|
34.47
+51.18%
|
22.80
-14.54%
|
26.68
+7.75%
|
24.76
-23.08%
|