บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
10.70
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5658 out_tok=2898 at=2026-07-26T00:39:16 -->
# PRG กำไรสุทธิโตแรง 81% ใน 9 เดือน รับผลบวกจากการวัดมูลค่าใบสำคัญสิทธิ
## ฝ่ายจัดการชี้กำไรก้าวกระโดดจากรายการพิเศษ ขณะที่รายได้จากการขายรวมหดตัวเล็กน้อย
บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PRG) รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 418 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะปรับตัวลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PRG ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 81% (จาก 231 ล้านบาท เป็น 418 ล้านบาท) มาจากการ **"กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ"** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 93% (จาก 238 ล้านบาท เป็น 459 ล้านบาท) ในงบการเงินรวม และ 93% (จาก 226 ล้านบาท เป็น 436 ล้านบาท) ในงบเฉพาะกิจการ ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลัก
ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายรวมของกลุ่มบริษัทกลับลดลง 6% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 (จาก 1,495 ล้านบาท เป็น 1,649 ล้านบาท) โดยเฉพาะรายได้จากการขายที่ลดลง 6% ในงบการเงินรวม (จาก 1,237 ล้านบาท เป็น 1,158 ล้านบาท) และลดลงถึง 27% ในงบเฉพาะกิจการ (จาก 1,064 ล้านบาท เป็น 774 ล้านบาท)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของ "กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ" เกิดจากการที่ฝ่ายจัดการได้มีการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (MBK-W1, MBK-W2 และ MBK-W3) ซึ่งส่งผลให้มูลค่าของรายการนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในงบเฉพาะกิจการที่ระบุว่ามีการวัดมูลค่าของตราสารทุนที่อยู่ในความต้องการตลาดของบริษัทใหญ่ (หุ้น MBK เพิ่มขึ้น 2.80 บาท จาก 13.40 บาท เป็น 16.20 บาท)
ส่วนการลดลงของรายได้จากการขายนั้น ในงบการเงินรวม อธิบายว่ารายได้ธุรกิจข้าวลดลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศลดลง ในขณะที่รายได้ธุรกิจศูนย์อาหารเพิ่มขึ้นจากการที่จำนวนผู้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในงบเฉพาะกิจการ ระบุว่ารายได้จากการขายลดลง 69% ในไตรมาส 3/2565 และ 27% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างโดยให้บริษัทในเครือเป็นผู้ดำเนินการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายของบริษัทแม่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
จากข้อมูลในเอกสาร การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิส่วนใหญ่มาจาก "กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ" ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ไม่ใช่ผลจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจเกษตรและอาหารของบริษัท การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของใบสำคัญแสดงสิทธิและตราสารทุนอาจมีความผันผวนสูง และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต
ส่วนการปรับโครงสร้างการจัดจำหน่ายสินค้าในงบเฉพาะกิจการนั้น อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ของบริษัทแม่ในระยะสั้น แต่หากการปรับโครงสร้างดังกล่าวมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลดีต่อภาพรวมของกลุ่มบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงยังคงเป็นความท้าทายต่อธุรกิจข้าว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 81%** เป็น 418 ล้านบาท จาก 231 ล้านบาท ในปีก่อน
* **กำไรพิเศษหนุน:** กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิเพิ่มขึ้น 93% เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิก้าวกระโดด
* **รายได้จากการขายรวมลดลง:** งบการเงินรวมรายได้จากการขายลดลง 6% ใน 9 เดือนแรก ขณะที่งบเฉพาะกิจการลดลง 27% เนื่องจากปรับโครงสร้างการจัดจำหน่าย
* **ธุรกิจศูนย์อาหารเติบโต:** รายได้ธุรกิจศูนย์อาหารเพิ่มขึ้น 43.49% จากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 19%:** จากการสต๊อกวัตถุดิบข้าวของบริษัทราชสีมาไรซ์จำกัด
* **สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 72%:** จากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ MBK-W1, W2, W3 และการได้รับปันผล
* **สินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 21%:** จากการวัดมูลค่าตราสารทุนของบริษัทใหญ่ (หุ้น MBK) ที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจศูนย์อาหาร 43.49 ล้านบาท จากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ธุรกิจข้าวที่ลดลง 34.68 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลง 62% มาอยู่ที่ 3 ล้านบาท จาก 7 ล้านบาทในปีก่อน
เมื่อพิจารณางบเฉพาะกิจการ รายได้จากการขายลดลงถึง 69% ในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 110 ล้านบาท จาก 350 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างการจัดจำหน่ายสินค้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 151% มาอยู่ที่ 20 ล้านบาท จาก 8 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 1,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,158 ล้านบาท ลดลง 6% แต่กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นถึง 81% มาอยู่ที่ 418 ล้านบาท จาก 231 ล้านบาทในปีก่อน
ในส่วนของงบเฉพาะกิจการสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายลดลง 27% มาอยู่ที่ 774 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 81% มาอยู่ที่ 411 ล้านบาท จาก 227 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจศูนย์อาหาร:** การเพิ่มขึ้นของผู้เช่าพื้นที่ในศูนย์อาหารเป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ค่าเช่าและบริการ
* **การปรับโครงสร้างการจัดจำหน่าย:** แม้จะส่งผลกระทบต่อรายได้ในงบเฉพาะกิจการระยะสั้น แต่การปรับโครงสร้างอาจนำไปสู่ประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายที่ดีขึ้นในระยะยาว
* **การลงทุนในตราสารทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของมูลค่าตราสารทางการเงินที่บริษัทถือครองเป็นปัจจัยหนุนกำไรในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจข้าว ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท
* **ความผันผวนของรายการพิเศษ:** กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูงและอาจไม่ต่อเนื่อง
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดจำหน่ายอาจมีความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่ต้นทุนวัตถุดิบในภาคเกษตรอาจมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อ GPM ได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขาย:** ติดตามผลจากการปรับโครงสร้างการจัดจำหน่าย และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในตลาดข้าว
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** ประเมินว่ากำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** ตรวจสอบการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ โดยเฉพาะวัตถุดิบข้าว
* **การเติบโตของธุรกิจศูนย์อาหาร:** ติดตามจำนวนผู้เช่าพื้นที่และรายได้จากธุรกิจบริการอย่างต่อเนื่อง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ธุรกิจข้าว:** รายได้ลดลงเนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคภายในประเทศหดตัว ฝ่ายจัดการมีการสต๊อกวัตถุดิบข้าวเพิ่มขึ้น 19% ซึ่งอาจเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของราคาหรือปริมาณผลผลิตในอนาคต
* **ธุรกิจศูนย์อาหาร:** มีการเติบโตที่ดี โดยรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 43.49% จากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดผู้เช่า
* **การจัดจำหน่าย:** การปรับโครงสร้างโดยให้บริษัทในเครือเป็นผู้ดำเนินการจัดจำหน่ายในงบเฉพาะกิจการ ส่งผลให้รายได้จากการขายของบริษัทแม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายก็ลดลงตามไปด้วย
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่ต้นทุนขายลดลง 63% ในไตรมาส 3/2565 สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง 69% ในงบเฉพาะกิจการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 10,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 72% และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 21% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิและตราสารทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% โดยมีหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 25% ซึ่งเป็นภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นจากมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 7,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% สะท้อนถึงการเติบโตของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการดำเนินงานและรายการพิเศษ
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงบเฉพาะกิจการแสดงให้เห็นว่ามีกำไรสุทธิ 411 ล้านบาท แต่มีรายการปรับกระทบยอดที่สำคัญคือ กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ 436 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 23 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PRG ในไตรมาส 3/2565 และงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญมาจากกำไรพิเศษจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากการขายในภาพรวมจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ลดลงและผลจากการปรับโครงสร้างการจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจศูนย์อาหารยังคงเป็นจุดแข็งที่เติบโตได้ดี นักลงทุนควรจับตาความต่อเนื่องของรายการพิเศษเหล่านี้ และประเมินผลกระทบจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ รวมถึงปัจจัยมหภาคที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคเกษตรต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRG ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
637.13
ล้านบาท
↑ 10.7% YoY
กำไรขั้นต้น
72.19
ล้านบาท
↑ 54.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.33
%
กำไรสุทธิ
3.96
ล้านบาท
↓ 100.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.62
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
637
↑ + 10.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 54.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
5.88
ROA (%)
4.83
Book Value/หุ้น
12.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+497
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-279
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
496.72
-1,056.70%
|
-51.92
-220.69%
|
43.02
-2,178.26%
|
-2.07
-128.79%
|
7.19
-93.76%
|
115.21
-63.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-279.02
-3,217.54%
|
8.95
-96.89%
|
288.04
+102.57%
|
142.19
+559.51%
|
21.56
-86.86%
|
164.12
-49.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-506.32
-877.52%
|
65.12
-120.61%
|
-315.96
+150.09%
|
-126.34
+862.22%
|
-13.13
-95.42%
|
-286.76
-55.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-280.03
-1,365.96%
|
22.12
+46.59%
|
15.09
+9.59%
|
13.77
-11.73%
|
15.60
-309.96%
|
-7.43
+614.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
41.38
+20.05%
|
34.47
+51.18%
|
22.80
-14.54%
|
26.68
+7.75%
|
24.76
-23.08%
|
32.19
-3.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62.40
+50.80%
|
41.38
+20.05%
|
34.47
+51.18%
|
22.80
-14.54%
|
26.68
+7.75%
|
24.76
-23.08%
|