บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
10.70
0.10 (0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5707 out_tok=2648 at=2026-07-26T00:35:31 -->
# PRG Q3/2564 กำไรสุทธิพลิกบวกแรง 333% รับผลบวกจากรายการพิเศษ - รายได้หลักทรงตัว
## รายได้ธุรกิจข้าวสดใสสวนทางศูนย์อาหาร ขณะที่กำไรสุทธิโตโดดเด่นจากรายการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ
บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกมีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 3 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ธุรกิจข้าวที่เติบโต ขณะที่ภาพรวมรายได้รวมทรงตัว และมีรายการพิเศษจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิเข้ามาช่วยเสริม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRG ในไตรมาส 3/2564 พลิกมีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 3 ล้านบาทในปีก่อนหน้า มาจาก **การกลับมามีกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant)** ซึ่งมีมูลค่าถึง 16 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายหลักยังคงทรงตัว โดยรวมรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% เป็น 421 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก:
* **รายการพิเศษจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ:** ในไตรมาส 3/2564 บริษัทมีกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของตราสารทางการเงินที่บริษัทถืออยู่ โดยเฉพาะใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (MBK-W1 และ MBK-W2) และการปรับมูลค่าหุ้น MBK ที่บริษัทลงทุน
* **การเติบโตของธุรกิจข้าว:** แม้ภาพรวมรายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เป็น 398 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจข้าว พบว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น 32.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ในช่องทางส่งออก การค้าปลีกแบบสมัยใหม่ และช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้ถูกหักล้างด้วยรายได้ที่ลดลงของธุรกิจศูนย์อาหาร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ไม่แน่นอนในระยะยาว ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิพลิกบวกคือ "กำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ" ซึ่งเป็นรายการพิเศษและมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นอ้างอิงและสภาวะตลาด การเติบโตของธุรกิจข้าวมีแนวโน้มที่ดีจากการขยายช่องทางขาย แต่การแข่งขันและต้นทุนอาจเป็นปัจจัยกดดันได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** ไตรมาส 3/2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 7 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 3 ล้านบาทในปีก่อนหน้า (เพิ่มขึ้น 333%)
* **รายได้รวมทรงตัว:** รายได้รวมอยู่ที่ 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY โดยมีรายได้จากการขาย 398 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY
* **ธุรกิจข้าวเติบโต:** รายได้ธุรกิจข้าวเพิ่มขึ้น 32.42 ล้านบาท จากการขยายตัวในช่องทางส่งออก ค้าปลีกสมัยใหม่ และออนไลน์
* **ธุรกิจศูนย์อาหารหดตัว:** รายได้ธุรกิจศูนย์อาหารลดลง 29.59 ล้านบาท จากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ลดลง
* **ต้นทุนขายลดลง:** ต้นทุนขายลดลง 10% YoY เป็น 311 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 79% YoY เป็น 70 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายส่งออกและค่าการตลาดธุรกิจข้าวที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 PRG มีรายได้รวม 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 398 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจข้าว 32.42 ล้านบาท ซึ่งชดเชยรายได้ธุรกิจศูนย์อาหารที่ลดลง 29.59 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบริการลดลง 20% จากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ศูนย์อาหารที่ลดลง
ในด้านต้นทุนขายลดลง 10% เป็น 311 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นถึง 79% เป็น 70 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายส่งออกและค่าการตลาดของธุรกิจข้าวที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 69% เป็น 27 ล้านบาท จากค่าที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 333% เป็น 7 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,495 ล้านบาท ลดลง 4% YoY โดยมีรายได้จากการขาย 1,237 ล้านบาท ลดลง 6% YoY ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น 9% เป็น 231 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกำไรจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ 238 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจข้าวในช่องทางส่งออกและค้าปลีกสมัยใหม่:** การขยายตัวของรายได้ในช่องทางเหล่านี้บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและยอดขายในอนาคต
* **การขยายตัวของช่องทางออนไลน์:** การเติบโตของรายได้จากช่องทางออนไลน์แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** การเพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เช่น โครงการมารีน่า อาจสร้างรายได้และผลตอบแทนในระยะยาว
* **การลงทุนในตราสารทางการเงิน:** การลงทุนในหุ้น MBK และการได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ อาจสร้างผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนขายลดลงจากราคาวัตถุดิบลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเกษตรยังคงเป็นความเสี่ยงต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในธุรกิจข้าว:** ตลาดข้าวมีการแข่งขันสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อธุรกิจศูนย์อาหาร:** จำนวนผู้เช่าพื้นที่ที่ลดลงและรายได้ค่าบริการที่หดตัว สะท้อนถึงความเปราะบางของธุรกิจศูนย์อาหารต่อสถานการณ์โรคระบาด
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มรายได้หรือควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความเสี่ยงจากรายการพิเศษ:** การพึ่งพากำไรจากรายการพิเศษ (การวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ) ทำให้ผลประกอบการมีความไม่แน่นอนสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจข้าว:** การเติบโตในช่องทางส่งออก ค้าปลีกสมัยใหม่ และออนไลน์ จะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์อาหาร:** จำนวนผู้เช่าพื้นที่และรายได้ค่าบริการจะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขาย/บริหาร:** บริษัทจะมีกลยุทธ์ในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร
* **ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น MBK และมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ:** จะส่งผลกระทบต่อกำไรจากการวัดมูลค่าในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **นโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน:** บริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มเติมหรือปรับพอร์ตอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจข้าว:** รายได้จากการขายข้าวเพิ่มขึ้น 8% ในงบเฉพาะกิจการ เป็น 350 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากช่องทางส่งออกที่เติบโตถึง 43.8 ล้านบาท, ช่องทางการค้าขายปลีกแบบสมัยใหม่ 9.5 ล้านบาท และช่องทางขายออนไลน์ 3.1 ล้านบาท การเติบโตนี้สอดคล้องกับภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารที่ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลง 5% เป็น 267 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจข้าวได้
**ธุรกิจศูนย์อาหาร:** รายได้ค่าบริการลดลง 20% ในงบรวม เป็น 4 ล้านบาท และรายได้จากการขายในส่วนนี้ก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากจำนวนผู้เช่าพื้นที่ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลต่อการใช้บริการในห้างสรรพสินค้าและพื้นที่ค้าปลีก
**ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 103% ในงบเฉพาะกิจการ เป็น 65 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าระวางเรือในช่องทางส่งออก, ค่าประชาสัมพันธ์สื่อวิทยุในห้างสรรพสินค้า, ค่าส่งเสริมการขายในช่องทางออนไลน์ และค่าชดเชยราคาสินค้ากับห้างสรรพสินค้าที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามในการผลักดันยอดขายและการขยายช่องทาง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมของ PRG อยู่ที่ 8,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 126% จากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิ และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 11% จากการวัดมูลค่าตราสารทุนที่ลงทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารเพิ่มขึ้น 34% และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพิ่มขึ้น 13% ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 6,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%
## สรุปท้าย
PRG ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากการขาดทุนในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายการพิเศษจากการวัดมูลค่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่เข้ามาช่วยเสริม ขณะที่รายได้หลักจากธุรกิจข้าวมีการเติบโตที่ดีในช่องทางส่งออกและค้าปลีกสมัยใหม่ แต่ถูกหักล้างด้วยการหดตัวของธุรกิจศูนย์อาหาร อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRG ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
637.13
ล้านบาท
↑ 10.7% YoY
กำไรขั้นต้น
72.19
ล้านบาท
↑ 54.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.33
%
กำไรสุทธิ
3.96
ล้านบาท
↓ 100.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.62
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
637
↑ + 10.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 54.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.4%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
5.88
ROA (%)
4.83
Book Value/หุ้น
12.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+497
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-279
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
496.72
-1,056.70%
|
-51.92
-220.69%
|
43.02
-2,178.26%
|
-2.07
-128.79%
|
7.19
-93.76%
|
115.21
-63.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-279.02
-3,217.54%
|
8.95
-96.89%
|
288.04
+102.57%
|
142.19
+559.51%
|
21.56
-86.86%
|
164.12
-49.78%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-506.32
-877.52%
|
65.12
-120.61%
|
-315.96
+150.09%
|
-126.34
+862.22%
|
-13.13
-95.42%
|
-286.76
-55.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-280.03
-1,365.96%
|
22.12
+46.59%
|
15.09
+9.59%
|
13.77
-11.73%
|
15.60
-309.96%
|
-7.43
+614.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
41.38
+20.05%
|
34.47
+51.18%
|
22.80
-14.54%
|
26.68
+7.75%
|
24.76
-23.08%
|
32.19
-3.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
62.40
+50.80%
|
41.38
+20.05%
|
34.47
+51.18%
|
22.80
-14.54%
|
26.68
+7.75%
|
24.76
-23.08%
|