บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
17.90
0.50 (2.72%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8287 out_tok=3074 at=2026-07-26T00:25:38 -->
# PR9 กำไร Q1/65 ทะยาน 307% รับรายได้โต 44% จากผู้ป่วยใน-นอกฟื้นตัว
## รายได้รวมพุ่ง 44.3% สวนโควิดระบาด ขณะที่ต้นทุนต่อรายได้ลดลง หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด
บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 979.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 157.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 307.5% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PR9 ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกิจการโรงพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD)** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 44.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ** ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่ลดลงจาก 75.1% เหลือ 64.7% ของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นจาก 5.7% เป็น 16.0%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **ปริมาณผู้ป่วยนอกที่เข้ามารักษาเพิ่มขึ้น 16.1%** และ **รายได้เฉลี่ยต่อการรักษาจากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 20.5%** ซึ่งได้รับแรงหนุนจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์เลสิค วัคซีนโมเดอร์นา และการตรวจสุขภาพประการที่สอง **การเติบโตของผู้ป่วยใน** สะท้อนจากอัตราการใช้เตียงผู้ป่วยในเฉลี่ยต่อวันและรายได้จากการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงความสามารถในการรองรับการรักษาโรคซับซ้อนนอกจากนี้ **รายได้จากลูกค้าต่างชาติเติบโตถึง 76.7%** จากมาตรการผ่อนปรนการเดินทางและกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่อาศัยในประเทศ ทำให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 10%
ในด้านการบริหารต้นทุน ฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์และควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะ **ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่ลดลง** แม้จะมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเครื่องมือแพทย์และอาคารใหม่ แต่การบริหารจัดการต้นทุนอื่นๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายบุคลากรทำได้ดีขึ้น ประกอบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมก็ลดลงจาก 19.5% เหลือ 16.2% สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศมีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงขึ้น แต่โรงพยาบาลยังคงมีจุดแข็งเรื่องความสามารถในการรักษาโรคซับซ้อน การเสริมสร้างสุขภาพศูนย์ต่างๆ รวมถึงผู้ป่วยต่างชาติที่เริ่มเข้ามาในประเทศบางส่วน และ Telemedicine ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ เน้นเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา ซึ่งสามารถสร้างรายได้เติบโตได้ดี ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 979.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.3% YoY** จาก 678.3 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 157.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 307.5% YoY** จาก 38.5 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิพุ่งจาก 5.7% เป็น 16.0%**
* **รายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่ม 49.9%** จากปริมาณผู้ป่วยและรายได้เฉลี่ยต่อการรักษาที่สูงขึ้น
* **รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่ม 39.6%** จากการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยผ่าตัดและรายได้เฉลี่ยต่อการรักษา
* **รายได้จากลูกค้าต่างชาติเติบโต 76.7%** สัดส่วนเพิ่มเป็น 10% ของรายได้โรงพยาบาล
* **ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้ลดลงจาก 75.1% เป็น 64.7%**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก 19.5% เป็น 16.2%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 มีผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้รวม 979.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากกิจการโรงพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จาก OPD เพิ่มขึ้น 49.9% และ IPD เพิ่มขึ้น 39.6% ขณะที่ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลลดลงจาก 75.1% ของรายได้โรงพยาบาลในปีก่อน เหลือ 64.7% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 19.5% เหลือ 16.2% ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 307.5% มาอยู่ที่ 157.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 16.0% จาก 5.7% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการผ่อนปรนมาตรการเดินทาง:** ส่งผลดีต่อรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การเติบโตของศูนย์เฉพาะทาง:** เช่น ศูนย์เลสิค การผ่าตัดเต้านมเสริมความงาม และการตรวจสุขภาพ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้จากผู้ป่วยนอก
* **ศักยภาพในการรักษาโรคซับซ้อน:** ทำให้โรงพยาบาลมีความน่าเชื่อถือและสามารถดึงดูดผู้ป่วยในที่มีความต้องการการรักษาเฉพาะทางได้
* **การขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา:** ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดการพึ่งพิงรายได้จากกลุ่มลูกค้าชำระเงินเอง
* **การใช้ Telemedicine:** เป็นช่องทางเสริมในการให้บริการและเข้าถึงผู้ป่วย
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 และสายพันธุ์ใหม่:** อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและการเดินทางของชาวต่างชาติ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** มีการแข่งขันสูงทั้งจากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจปรับสูงขึ้น:** เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าเวชภัณฑ์ และค่าแรงบุคลากรทางการแพทย์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของกลุ่มลูกค้าต่างชาติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของโรงพยาบาล
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับสูง
* **การเติบโตของรายได้จากกลุ่มประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา:** ว่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่
* **การลงทุนในเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ:** เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาด
* **ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค:** ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้รวมเติบโต 44.3% YoY โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 45.1% เป็น 970.3 ล้านบาท
* **OPD:** เพิ่มขึ้น 49.9% YoY จากปริมาณผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 16.1% และรายได้เฉลี่ยต่อการรักษาเพิ่มขึ้น 20.5%
* **IPD:** เพิ่มขึ้น 39.6% YoY จากการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยผ่าตัดและรายได้เฉลี่ยต่อการรักษา
* **ลูกค้าต่างชาติ:** เพิ่มขึ้น 76.7% YoY สัดส่วนเพิ่มเป็น 10% ของรายได้โรงพยาบาล โดยมีลูกค้าชาวจีนเป็นหลัก
* **ลูกค้าประกันสุขภาพ:** เพิ่มขึ้น 57.5% YoY
* **ลูกค้าบริษัทคู่สัญญา:** เพิ่มขึ้น 105.5% YoY
**ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:**
* **ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาล:** เพิ่มขึ้น 25.0% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้โรงพยาบาลลดลงจาก 75.1% เป็น 64.7%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 20.0% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 19.5% เป็น 16.2%
**อัตรากำไร:**
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นจาก 24.9% เป็น 35.3%
* **อัตรากำไรสุทธิ:** เพิ่มขึ้นจาก 5.7% เป็น 16.0%
* **EBITDA:** เพิ่มขึ้น 130.6% YoY เป็น 268.0 ล้านบาท อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้รวมเพิ่มจาก 17.1% เป็น 27.4%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** รวม 5,267.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 11.1% เป็น 1,780.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นเป็น 880.5 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 1.3%
**หนี้สิน:** รวม 832.5 ล้านบาท ลดลง 3.1% โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 5.1% เป็น 633.0 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้วัคซีนโมเดอร์นาและแพ็กเกจที่ซื้อล่วงหน้า หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.8%
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** รวม 4,434.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากกำไรสำหรับงวด
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 238.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.2 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 46.5 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 1.5 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง 2.8 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.6 เท่า
* **ความสามารถในการทำกำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น 35.3%, อัตรากำไรสุทธิ 16.0%
* **นโยบายทางการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.2 เท่า
## สรุปท้าย
PR9 โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 307.5% จากการฟื้นตัวของรายได้ผู้ป่วยในและนอกที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 แต่การกลับมาของลูกค้าต่างชาติและการขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนที่อาจปรับสูงขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PR9 ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,409.44
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
กำไรขั้นต้น
517.22
ล้านบาท
↑ 17% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.70
%
กำไรสุทธิ
216.92
ล้านบาท
↑ 5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.39
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,409
↑ + 10.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
517
↑ + 17%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
217
↑ + 5%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PR9
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
14.54
ROA (%)
15.10
Book Value/หุ้น
7.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PR9
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-753
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-453
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PR9
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-753.18
+41.52%
|
-532.21
+41.01%
|
-377.42
-26.35%
|
-512.47
+477.89%
|
-88.68
-120.93%
|
423.77
-13.52%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-452.83
-127.79%
|
1,629.46
+35.37%
|
1,203.73
+281.43%
|
315.58
+65.10%
|
191.15
-154.80%
|
-348.84
-1,271.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
43.96
-63.57%
|
120.67
-45.36%
|
220.85
+96.61%
|
112.33
+27.87%
|
87.85
-176.91%
|
-114.23
+2.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,162.06
-195.41%
|
1,217.91
+16.31%
|
1,047.16
-1,338.22%
|
-84.57
-144.43%
|
190.35
-584.35%
|
-39.30
-109.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
394.82
-77.45%
|
1,750.91
+11.87%
|
1,565.06
+126.70%
|
690.38
+16.53%
|
592.47
-6.22%
|
631.77
+182.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
660.51
+67.29%
|
394.82
-77.45%
|
1,750.91
+11.87%
|
1,565.06
+126.70%
|
690.38
+16.53%
|
592.47
-6.22%
|