PAP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PAP
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.12
0.08 (2.50%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3435 out_tok=2411 at=2026-07-25T22:54:57 --> # PAP พลิกขาดทุนน้อยลง 84% Q3/66 รับบริหารสต็อกดี-ต้นทุนเหล็กผ่านจุดต่ำสุด ## รายได้หดแต่กำไรขั้นต้นฟื้นตัวแรง ฝ่ายจัดการคุมค่าใช้จ่ายได้ดี หนุนผลประกอบการดีขึ้น บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีการขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 84.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะปรับตัวลดลง แต่การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการปรับตัวของราคาเหล็กในตลาดโลกได้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PAP ในไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนลดลง 84.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ซึ่งพลิกจากติดลบมาเป็นบวก ประกอบกับการ **บริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ** โดยปัจจัยเหล่านี้ได้เข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น:** GPM เพิ่มขึ้นจากติดลบ 4.15% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 2.79% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทสามารถ **ระบายสินค้าคงคลังเก่าที่มีต้นทุนสูงออกไปได้** และ **ทิศทางราคาตลาดเหล็กที่ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาสนี้** ซึ่งบ่งชี้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเริ่มปรับตัวลดลงหรือทรงตัวในระดับที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 7.15% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายและการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 24.63% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปีก่อนมีการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าทิศทางราคาตลาดเหล็กจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและบริษัทมีการบริหารสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM แต่การฟื้นตัวของรายได้ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนที่ยังไม่ฟื้นตัว และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อราคาขายเฉลี่ยที่ยังต่ำกว่าปีก่อน แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น ดังนั้น การจะเห็น GPM ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องและส่งผลต่อกำไรสุทธิที่พลิกกลับมาเป็นบวกอย่างยั่งยืน ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มราคาเหล็กและปริมาณการขายในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิลดลง 84.52%:** จาก 213.52 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 33.05 ล้านบาทในไตรมาส 3/2566 * **อัตรากำไรขั้นต้นพลิกฟื้น:** เพิ่มขึ้นจากติดลบ 4.15% เป็น 2.79% * **รายได้จากการขายและบริการลดลง 9.59%:** อยู่ที่ 2,042.06 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยต่ำลง * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,042.06 ล้านบาท ลดลง 9.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 2,258.78 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อน แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยได้รับผลกระทบจากทิศทางราคาตลาดเหล็กที่ปรับลดลงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การฟื้นตัวที่ไม่แน่นอนของภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ 2.79% ของรายได้ จากที่ติดลบ 4.15% ในปีก่อน การปรับปรุงนี้เกิดจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถระบายสินค้าเก่าที่มีต้นทุนสูงออกไปได้ และการที่ราคาตลาดเหล็กได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาสนี้ ในส่วนของค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 7.15% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายและการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 24.63% โดยสาเหตุหลักมาจากปีก่อนมีรายการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินและค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่สูงกว่าปีนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 38.89% เป็น 12.63 ล้านบาท เนื่องจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น ผลจากการบริหารจัดการข้างต้น ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 33.05 ล้านบาท ลดลงอย่างมากถึง 84.52% หรือ 180.47 ล้านบาท เมื่อเทียบกับขาดทุนสุทธิ 213.52 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการระบายสินค้าเก่าที่มีต้นทุนสูงออกไปได้ ช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ทิศทางราคาเหล็กผ่านจุดต่ำสุด:** หากแนวโน้มราคาเหล็กยังคงทรงตัวหรือปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM ในอนาคต * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระต้นทุนโดยรวมของบริษัท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** แม้จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ราคาเหล็กยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ยและ GPM * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุปสงค์ในอุตสาหกรรมเหล็ก * **ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่ฟื้นตัว:** เป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดเหล็กในระดับโลก * **อัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น:** เพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัท ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** จะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายเฉลี่ยและ GPM * **ปริมาณการขาย:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายจะช่วยหนุนรายได้และเพิ่ม Utilization Rate * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสม * **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน * **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจนในเอกสาร แต่การเคลื่อนไหวของค่าเงินอาจมีผลต่อต้นทุนนำเข้าหรือรายได้จากการส่งออก (หากมี) ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นแม้ราคาขายเฉลี่ยลดลง อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินรายได้ในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุเพียงว่าทิศทางราคาตลาดเหล็กผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM * **GPM:** ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากติดลบ 4.15% เป็น 2.79% จากการบริหารสต็อกและการผ่านจุดต่ำสุดของราคาเหล็ก * **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก หรือผลกระทบจากตลาดต่างประเทศโดยตรง นอกเหนือจากการอ้างอิงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภาคอสังหาริมทรัพย์จีน * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น โดยระบายสินค้าเก่าที่มีต้นทุนสูงออกไป ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ของ PAP แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะการพลิกกลับมามีอัตรากำไรขั้นต้นเป็นบวก จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพและการที่ราคาเหล็กผ่านจุดต่ำสุด ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ทำให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็กและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการรักษาโมเมนตัมเชิงบวกและกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PAP ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,780.98 ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
กำไรขั้นต้น
87.66 ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.92 %
กำไรสุทธิ
-16.22 ล้านบาท
↓ 141% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.91 %
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,781
↑ + 0.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
88
↑ + 7.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-16
↓ -141% YoY
D/E Ratio
1.05

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,780.98
+0.35%
1,774.76
-4.93%
1,866.75
-10.79%
2,092.52
-15.58%
2,478.77
+43.23%
1,730.65
-12.70%
กำไรขั้นต้น —
87.66
+7.51%
81.54
+200.73%
27.12
-48.54%
52.69
-13.00%
60.56
-65.97%
177.97
+50.08%
ค่าใช้จ่ายรวม —
98.00
+13.87%
86.07
-10.95%
96.65
+2.46%
94.33
-2.86%
97.11
-4.09%
101.25
-6.91%
กำไรสุทธิ —
-16.22
-141.00%
39.57
+133.37%
-118.58
-162.49%
-45.18
-68.61%
-26.79
-136.03%
74.36
+166.60%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
-141.67%
0.06
+133.33%
-0.18
-164.71%
-0.07
-65.85%
-0.04
-136.28%
0.11
+169.05%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
4.92
+7.19%
4.59
+216.55%
1.45
-42.46%
2.52
+3.28%
2.44
-76.26%
10.28
+71.91%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
5.50
+13.40%
4.85
-6.37%
5.18
+14.86%
4.51
+15.05%
3.92
-32.99%
5.85
+6.56%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-0.91
-140.81%
2.23
+135.12%
-6.35
-193.98%
-2.16
-100.00%
-1.08
-125.12%
4.30
+204.96%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-4.36
+79.19%
-20.95
-101.15%
1,819.91
+18,759.17%
9.65
+157.07%
-16.91
0.00
-100.00%
ROE(%) —
4.35
+140.77%
-10.67
-285.20%
-2.77
+79.45%
-13.48
-165.82%
20.48
+149.76%
8.20
+160.34%
ROA(%) —
3.35
+188.62%
-3.78
-18,800.00%
-0.02
+99.68%
-6.22
-142.37%
14.68
+124.81%
6.53
+219.82%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.05
-11.02%
1.18
+24.21%
0.95
-10.38%
1.06
+24.71%
0.85
+3.66%
0.82
-26.13%
P/E —
15.78
+229.44%
4.79
4.79
4.79
+0.84%
4.75
-69.22%
15.43
-70.38%
P/BV —
0.72
+20.00%
0.60
-25.93%
0.81
-31.36%
1.18
+12.38%
1.05
+5.00%
1.00
+66.67%
BV —
2.88
+4.73%
2.75
-12.97%
3.16
3.16
-29.31%
4.47
+22.13%
3.66
-0.54%
YIELD(%) —
2.56
2.56
2.56
-88.66%
22.58
+492.65%
3.81
-48.37%
7.38
+228.00%
ราคาหุ้น —
2.08
+25.30%
1.66
-35.16%
2.56
-31.18%
3.72
-21.19%
4.72
+28.96%
3.66
+64.86%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.35
Book Value/หุ้น
3.47

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,457.93
-0.03%
2,458.62
+4.59%
2,350.64
-9.83%
2,617.18
-29.40%
3,707.21
+35.66%
2,732.71
+6.95%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,417.77
-3.76%
1,473.18
-6.02%
1,567.54
-2.57%
1,598.41
-6.69%
1,712.96
-5.25%
1,807.78
-1.49%
รวมสินทรัพย์ —
3,875.70
-1.43%
3,931.80
+0.35%
3,918.19
-7.05%
4,215.59
-22.22%
5,420.17
+19.37%
4,540.49
+3.42%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,824.75
-7.47%
1,972.10
+12.68%
1,750.13
-13.19%
2,015.94
-13.29%
2,324.81
+24.84%
1,862.23
+4.07%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
164.48
+7.08%
153.60
-1.80%
156.41
+0.35%
155.86
-7.66%
168.79
-10.01%
187.57
+32.08%
รวมหนี้สิน —
1,989.22
-6.42%
2,125.71
+11.50%
1,906.54
-12.21%
2,171.80
-12.91%
2,493.60
+21.65%
2,049.81
+6.13%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,886.48
+4.45%
1,806.10
-10.22%
2,011.65
-1.57%
2,043.80
-30.16%
2,926.57
+17.50%
2,490.68
+1.29%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.35
-10.67
-2.77
-13.48
20.48
8.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.35
-3.78
-0.02
-6.22
14.68
6.53
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.35
1.25
1.34
1.30
1.59
1.47
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.62
0.56
0.59
0.56
0.61
0.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
42.74
38.57
0.00
0.00
33.37
41.57
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
65.40
63.67
0.00
0.00
79.65
75.97
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
12.66
8.02
0.00
0.00
5.16
7.16
วงจรเงินสด —
95.48
94.21
0.00
0.00
107.86
110.38
D/E —
1.05
1.18
0.95
1.06
0.85
0.82
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+651
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PAP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
650.66
+240.34%
191.18
-507.81%
-46.88
-116.36%
286.55
+59.37%
179.80
+33.25%
134.93
-77.21%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
7.05
-735.14%
-1.11
-110.90%
10.18
-163.19%
-16.11
+70.66%
-9.44
-75.81%
-39.02
-49.79%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-543.25
+722.98%
-66.01
-138.06%
173.42
-122.74%
-762.65
+286.84%
-197.15
+78.09%
-110.70
-81.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
114.48
-7.71%
124.05
-9.26%
136.71
-127.77%
-492.22
+1,736.64%
-26.80
+81.08%
-14.80
-84.74%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
302.92
+12.89%
268.33
+6.00%
253.13
-38.77%
413.38
+54.68%
267.25
-5.25%
282.05
-25.58%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
237.03
-21.75%
302.92
+12.89%
268.33
+6.00%
253.13
-38.77%
413.38
+54.68%
267.25
-5.25%