บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.12
0.08 (2.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3475 out_tok=2239 at=2026-07-25T23:34:09 -->
# PAP Q3/2564 กำไรสุทธิหด 27% รับแรงกดดันต้นทุนเหล็กผันผวน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมโต 25% แต่ GPM แผ่ว ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเป็นปัจจัยหลัก
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 54.49 ล้านบาท ลดลง 20.15 ล้านบาท หรือ 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 25.39% เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาเหล็กโลก แต่กำไรขั้นต้น (GPM) กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PAP ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ PAP ในไตรมาสนี้ คือ การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 11.24% ในปีก่อน เหลือ 8.71% ในไตรมาสนี้ คิดเป็นการลดลง 2.53% หรือประมาณ 22.5% ของ GPM เดิม ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงถึง 37.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 20.15 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ที่ลดลงมีสาเหตุมาจาก **ทิศทางราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศที่มีความผันผวน และการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ชะลอตัวลง** ซึ่งหมายความว่า แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับสูงขึ้นตามราคาเหล็กโลก แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ PAP รับเข้ามาอาจมีราคาสูงกว่าหรือผันผวนตามตลาด ทำให้ส่วนต่างราคาขายและต้นทุนลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั่วไปที่สูงขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุว่า "ทิศทางราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศที่มีทิศทางความผันผวนและการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบชะลอตัวลง" ชี้ให้เห็นว่า **ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง** อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบอาจเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นในระยะถัดไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการโควิด-19 อาจลดลงได้หากสถานการณ์คลี่คลาย แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นภาระต่อเนื่อง **ดังนั้น แนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยกดดันนี้ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามสถานการณ์ราคาเหล็กและมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างใกล้ชิด**
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 27% YoY:** อยู่ที่ 54.49 ล้านบาท จาก 74.64 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 25.39% YoY:** อยู่ที่ 2,293.77 ล้านบาท จาก 1,829.19 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** เหลือ 8.71% จาก 11.24% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 37.16% YoY:** อยู่ที่ 87.62 ล้านบาท จาก 63.88 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.61% YoY:** อยู่ที่ 9.83 ล้านบาท จาก 9.07 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,293.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464.58 ล้านบาท หรือ 25.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาเหล็กโลก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 8.71% ลดลงจาก 11.24% ในปีก่อน เนื่องจากความผันผวนของราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศ รวมถึงการชะลอตัวของการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 14.23% ตามปริมาณการขายที่ลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 37.16% จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั่วไป เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงานและมาตรการป้องกันโควิด-19 และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.61% จากการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 54.49 ล้านบาท ลดลง 20.15 ล้านบาท หรือ 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น:** การปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กโลกส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของบริษัทสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย:** บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายลงได้ตามปริมาณการขายที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การใช้เงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศ:** จะส่งผลต่อราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสม
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **การบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน:** เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** และผลกระทบต่อมาตรการป้องกันและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเหล็กโลก แต่การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ชะลอตัวลง ประกอบกับความผันผวนของราคาเหล็กในประเทศ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 11.24% เหลือ 8.71% ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันผลกำไร
ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวสูงขึ้นถึง 37.16% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มภาระต้นทุนการดำเนินงาน
แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 25.39% เป็นผลจากการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ย แต่การหดตัวของ GPM และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จากการขายจะเติบโตตามราคาเหล็กโลก แต่การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 27% ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความผันผวนของราคาเหล็กและต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PAP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,780.98
ล้านบาท
↑ 0.4% YoY
กำไรขั้นต้น
87.66
ล้านบาท
↑ 7.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.92
%
กำไรสุทธิ
-16.22
ล้านบาท
↓ 141% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.91
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,781
↑ + 0.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
88
↑ + 7.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-16
↓ -141%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.35
Book Value/หุ้น
3.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+651
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
650.66
+240.34%
|
191.18
-507.81%
|
-46.88
-116.36%
|
286.55
+59.37%
|
179.80
+33.25%
|
134.93
-77.21%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.05
-735.14%
|
-1.11
-110.90%
|
10.18
-163.19%
|
-16.11
+70.66%
|
-9.44
-75.81%
|
-39.02
-49.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-543.25
+722.98%
|
-66.01
-138.06%
|
173.42
-122.74%
|
-762.65
+286.84%
|
-197.15
+78.09%
|
-110.70
-81.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
114.48
-7.71%
|
124.05
-9.26%
|
136.71
-127.77%
|
-492.22
+1,736.64%
|
-26.80
+81.08%
|
-14.80
-84.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
302.92
+12.89%
|
268.33
+6.00%
|
253.13
-38.77%
|
413.38
+54.68%
|
267.25
-5.25%
|
282.05
-25.58%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
237.03
-21.75%
|
302.92
+12.89%
|
268.33
+6.00%
|
253.13
-38.77%
|
413.38
+54.68%
|
267.25
-5.25%
|