NEO ฟื้นตัวต่อเนื่อง! รายได้Q2/2568 โตสวนกระแสเศรษฐกิจ พร้อมลุยตลาดใหม่-ขยายฐานลูกค้า
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
ผลกระทบเชิงบวก: บริษัทมีการนำ NPD (New Product Development) และ Relaunch สินค้าจำนวน 136 SKU เข้าไปในร้านค้า ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากห้างร้านและร้านค้าต่างๆ
ปัจจัยสำคัญ: การที่บริษัทได้รับการยอมรับจากห้างร้านและร้านค้าต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในสินค้าและแบรนด์ของบริษัท ทำให้บริษัทสามารถผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาดและสร้างกำไรให้กับร้านค้าได้
ตัวเลขทางการเงิน:
Operation Revenue โต 3.8%
มียอดขาย 2,584 ล้านบาท
Household โต 15.1% Year on Year
ตลาดปรับผ้านุ่มโต 5.2% แต่บริษัทโต 12% ทำให้ Market Share เพิ่มขึ้นเป็น 0.5% และ Market Share รวมอยู่ที่ 10.9%
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ตลาดโต 0.3% แต่ NEO โต 12% ทำให้ Market Share ขยับขึ้นเป็น 2.5% และ Market Share รวมอยู่ที่ 3.7% (23.7%)
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง: บริษัทเปิดตัวแบรนด์ "Love Details" อย่างเป็นทางการในงาน Pet Expo และออกสินค้าที่มีความพรีเมียมและอ่อนโยนสำหรับสัตว์เลี้ยง
ตลาดกลุ่ม Young Adults: บริษัทเปิดตัว DNEE Blooming Glow Series สำหรับกลุ่ม Young Adults เพื่อเจาะตลาดลูกค้าที่เติบโตมากับแบรนด์ DNEE และมองหาสินค้าที่เหมาะสมกับวัย
ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย: บริษัทออกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นสำหรับผู้ชายภายใต้แบรนด์ "Tross" เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ BNice Feminine Wash
ตลาด Moisturizer: บริษัทออก White & Anti-Aging Body Serum ที่มีสารกันแดด SPF 50 PA++++ เพื่อเข้าสู่ตลาด Moisturizer ที่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
การชะลอตัวของตลาดเด็ก: ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กมีการปรับตัวลดลงประมาณ 14% เนื่องจากตลาดค่อนข้างอ่อนตัวและมีการเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่มากขึ้น
การลดลงของ Demand ในประเทศลาว: ยอดขายในต่างประเทศมีการปรับตัวลดลงประมาณ 4.5% ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของ Demand ผลิตภัณฑ์เด็กในประเทศลาว
ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น: ต้นทุนวัตถุดิบมีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Gross Profit Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 38.7%
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
การขยายพื้นที่จัดจำหน่ายในประเทศลาว: บริษัทอยู่ในระหว่างการขยายพื้นที่จัดจำหน่ายในประเทศลาว โดยมุ่งเจาะตลาดทางภาคเหนือ
การควบคุม SGA to Sale: บริษัทจะมีการควบคุม SGA to Sale ให้อยู่ในระดับเดียวกับปีที่แล้ว คือประมาณ 32%
การปรับแผนการลงทุน: บริษัทมีการปรับแผนการลงทุนในส่วนของ Household Phase 2 และ Warehouse โดยขยับ Timeline ออกไป 2-3 ปี เพื่อประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้
การทำ Binding ล่วงหน้า: บริษัทมีการทำ Binding ล่วงหน้า 3-6 เดือน เพื่อควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ
การทดลอง Raw Material ใหม่: มีการทดลองอะไรไว้เยอะมากในไปร์ไลน์ อยู่ที่ว่าสินค้าเนี่ยได้คุณภาพที่เราพอใจหรือเปล่า ถ้ายังไม่ได้ตามมาตรฐานที่เราต้องการ อันนี้ก็จะปรับตัวช้าหน่อย
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
การเติบโต Double Digit: บริษัทคาดหมายการเติบโต Double Digit ใน CAGR ระหว่างปี 2566-2571
New Segment: บริษัทสร้างฐานที่แข็งแกร่งจาก New Segment เช่น Silver Age และมีแผนที่จะเพิ่ม New Segment ใน Q4 ของปีนี้
Export: บริษัทมองในแง่ Dual Track โดยเพิ่มสินค้าและแบรนด์ในประเทศที่เดิมที่ขายอยู่ และขยายไปยังประเทศใหม่ๆ
Distribution Gap: บริษัทยังมี Distribution Gap ใน MT และ Traditional Trade และมองว่ายังมีโอกาสในการเติบโตในส่วนนี้
High Single Digit: บริษัทมองว่าปีนี้จะเติบโตใน High Single Digit โดยมีปัจจัยมาจาก New SKU, New Segment, Premium, ตลาดส่งออก, และการขยายช่องทางในประเทศ
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [01:02:21]
- Household Product โต 15% มาจากปัจจัยใด และ Q3-Q4 จะโตในระดับเดียวกันไหม
Household ที่เราเติบโตได้ถึง 15% มาจากทั้งตลาดซักผ้าและปรับผ้านุ่ม ทั้งคู่ยังเติบโตได้ดี แต่ว่าที่โดดเด่นมากนะคะ ก็จะเป็นในส่วนของตัวปรับผ้านุ่มค่ะ
Q3 Q4 เรามองว่าจะยังเติบโตในระดับเดียวกันไหม เรายังมองว่าเติบโตต่อเนื่อง เพราะว่าดูจากแผนที่เราเตรียม ต่างๆแล้วก็ในส่วนของยอดของ NPD ที่มาเสริมด้วยค่ะ
- ขอทราบเปอร์เซ็นต์ GP Margin Outlook ในช่วง Q3 Q4 ปีนี้ว่าจะอยู่ที่ระดับใด และคาดว่าเฉลี่ยทั้งปี 2568 จะมีเปอร์เซ็นต์อยู่ที่เท่าไหร่
ขออนุญาตพูดเป็นเปอร์เซ็นต์ GPM Outlook ของทั้งปี 2568 แทนแล้วกันค่ะ ซึ่งตอนนี้เรามองว่าคงจะอยู่ที่ระดับ 38-40% ค่ะ
- Dividend Receivable ที่เป็นส่วนของ Subsidiary เนี่ย ลดลงจาก 389 ล้านบาทใน Q2 ปี 2567 กลายเป็น 0 อยากให้ช่วยอธิบาย
เข้าใจว่าส่วนนี้น่าจะอยู่ในงบ ของงบเฉพาะกิจการนะคะ แล้วก็แสดงอยู่ ที่ ที่ Balance Sheet นะคะ ที่ 389 ล้านบาทเนี่ยตอนสิ้นปี ต้องบอกว่าตอนสิ้นปีเนี่ยเรา ทาง เรามีบริษัทลูกบริษัทย่อยบริษัทหนึ่งนะคะ คือ Neo Factory ค่ะ ก็จะมีการจ่ายปันผลค่ะให้มาให้มาที่บริษัทแม่
เพราะฉะนั้นค่ะเราก็จะมีเงินก้อนนี้ตั้งค้างอยู่นะคะ แต่ว่าถ้าเทียบกับไตรมาส 2 ค่ะ ยังไม่ถึงไตรมาส 4 ปีนี้นะคะ เพราะฉะนั้นพอเปรียบเทียบกันแล้วอ่ะค่ะ ตัว Dividend Receivable ก็จะหายไปเนื่องจาก เรามีการรับเงินปันผลมาเป็นเงินสดแล้วนะคะ ในตอนไตรมาส 1 ปีนี้ค่ะ
- ภาพรวมงบ Q2 ออกมาไม่ค่อยดี แล้วทิศทาง Q3 เป็นอย่างไรบ้าง ยอดขาย แล้วก็รายได้
ปกติแล้วในส่วนของคเตอร์ เอ้ยครึ่งปีหลังอ่ะค่ะ เราจะค่อนข้างเติบโตมากกว่าในส่วนของครึ่งปีแรกนะคะ อันนี้คือฐานปกติของบริษัทค่ะ แล้วก็ในส่วนของตัวต้นทุนนะคะ ตัวต้นทุนที่ปรับขึ้นน่ะค่ะ หลักๆจะมาจากส่วนที่เป็นเกี่ยวกับสารทำความสะอาดหรือมาจากตัว Commodity นะคะ
ตามปกติเราจะมีการทำBinding ล่วงหน้า 3-6 เดือนนะคะ เพื่อ เป็นการควบคุม ในส่วนของต้นทุนของเราแต่ก็ต้องเรียนตามตรงว่าในปีนี้นะคะ แนวโน้มของราคาตลาดเองก็ค่อนข้าง อ่าอยู่ในระดับที่สูงนะคะ แล้วก็โดยเฉพาะตัวที่ อ่าเราใช้เป็นตัว Raw Mat เราเนี่ยค่ะ จริงๆแล้วถ้าไม่สามารถอิงตามตลาดตรง ขณะนั้นได้นะคะ เพราะมีบางตัวที่แม้แต่ตลาด CPK ระดับจะลงแล้ว แต่ว่าราคาที่เราซื้อยังค่อนข้างไม่ขยับตัวลงก็มีเหมือนกันค่ะ
โดยที่แผนงานทั้งปีอ่ะค่ะ เราก็ยังมองว่าเราโตใน High Single Digit ค่ะ อันนี้ก็จะประกอบมาจากหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น NPD ที่เริ่มปูไปแล้วนะคะ ในส่วนของ สินค้าที่จะเพิ่มเติมและแคมเปญในการผลักดันสินค้าปัจจุบันเหมือนกันรวมถึงในเรื่องของ อ่าต่างประเทศด้วยนะคะ ที่จริงๆหลังจากเริ่มปูไปแล้วยังต้องผลักดันกันอย่างต่อเนื่องเหมือนกันค่ะ
- แผนลงทุนก่อสร้างอาคารคลัง 2 แห่งครับ ต้นก็คือจะเป็นตัวHousehold เฟส 2 กับคลังสินค้านะครับ ประมาณ 1,700 ล้านบาทในปี 2571 เลื่อนออกไป 2-3 ปี อยากให้ขยายความหน่อยครับ คือยังใช้เงินลงทุนเดิมอยู่หรือไม่ แล้วก็จะยังสร้างอยู่ใช่ไหม แค่เลื่อนหรือว่ายกเลิกไปเลย
เรามองในแง่ของ ณ ตอนนี้เรามองในแง่ของการเลื่อนอยู่ ออกไปค่ะ period 2-3 ปีอย่างที่ ที่บอกค่ะ โดยที่จริงๆตอนนี้ อ่าเรายังมองในเรื่องงบลงทุนประมาณเดิมอยู่ แต่แน่นอนว่า ณ ถึงเวลา 2-3 ปีนั้นคงต้องมีการพิจารณาในเรื่องของราคาวัตถุดิบต่างๆอีกทีนึงค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าตอบกลมๆกันคือการเลื่อนค่ะ
- Household Plant ที่เป็นเฟส 1 เนี่ย ค่าเสื่อมเท่าไหร่
ต้องขอตอบเป็นอายุการใช้งานแล้วกันนะคะ คือตอนนี้เนี่ยเรายังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จค่ะ แต่เราก็คาดว่า เอ่อถ้ามีการก่อสร้างแล้วเสร็จแล้วก็ทางให้ทางผู้ออกแบบมาประเมินค่ะ ก็คาดว่าอายุการใช้งานของตัวอาคารน่าจะใกล้เคียงกับ อาคารของ Personal Care ที่ 45.8 ปี
แต่ว่าอย่างไรก็ตามนะคะ ตัวอาคารเนี่ยอาจจะประกอบไปด้วยตัวอาคารเองกับ Utility นะคะ เพราะฉะนั้นเวลาเราดูตัวค่าเสื่อมราคาเราต้องดูแยกแต่ละองค์ประกอบ ซึ่งตัวค่าเสื่อมราคาของ Utility ของเรานะคะอย่างเช่นระบบน้ำระบบไฟระบบระบายอากาศค่ะ ก็จะอยู่ อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 8-10 ปีค่ะ
- ต้นทุนวัตถุดิบในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอย่างไร
ข้อแรกก่อนแล้วกันค่ะ ต้นทุนวัตถุดิบในช่วงครึ่งปีหลังนะคะ จากที่เราอิงดูจากราคาตลาดยังค่อนข้างสูงต่อเนื่องนะคะ ก็ต้องบอกว่าเป็นส่วนนึงที่ทำไมเราถึงมีการแจ้งในเรื่องของ Gross Profit Margin ที่เราปรับระดับเปอร์เซ็นต์ลงเป็น 38-40 ค่ะ
ในส่วนนี้อะค่ะมีผลกระทบต่อ Lead Time ในการส่งของ นะปัจจุบันมีผลกระทบต่อ Lead Time ในการส่งของ นะคะเนื่องจากอย่างที่ทุกคนทราบปัญหาทางด้านชายแดนกันนะคะ ส่วนในแง่ว่ากระทบต่อ อ่าต่อยอดขายเลยไหม คิดว่ากระทบต่อ period ในการรับรู้ยอดขายมากกว่า
- ใน Quarter 3 ปี 2568 เราจะออกกี่ SKU แล้วก็ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ไหนเป็นพิเศษนะครับ
Quarter 3 อ่ะค่ะ เรามีออก ที่เรามองไว้ประมาณ 50-60 อันนี้รวม NPD กันและ Re-launch นะคะ ส่วนว่าส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทไหนจริงๆอาจจะบอกเจาะจงไม่ได้ แต่ว่าค่อนข้างครบในทุกๆ Cat ที่เรามี
เพราะว่าส่วนนึงน่ะค่ะที่ อ่าอย่างที่คุณสุทธิเดชกล่าวไปนะคะ อ่าลูกค้าเอง แล้วก็มีการออกสินค้าที่เราเรียกว่า exclusive ให้กับลูกค้าเหมือนกันนะคะ นั่นคือสินค้าที่ทางด้าน อ่าลูกค้ารีเควสมาแล้วเราทำให้เป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นในแง่ของจำนวน Cat มันจะค่อนข้างครอบคลุมกว้างนิดนึงค่ะ
- กระทบมากไหมกับสินค้าที่ส่งไปกัมพูชาปัจจุบัน แล้วก็ยังจำหน่ายที่นั่นได้อยู่หรือไม่นะครับ
ในส่วนของกัมพูชาค่ะเรายังสามารถจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องนะคะ อ่า สิ่งที่กระทบก็จะเป็ระดับเวลาในการส่งของจากประเทศเราไปสู่เขาซะมากกว่านะคะ แต่ว่าก็แน่นอนขึ้นอยู่กับ อ่าอนาคตว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรเราก็คงต้องดูกันต่อไปด้วยค่ะ
- ขอชื่นชมสินค้ากลุ่ม Personal Care ของบริษัทที่มีคุณภาพดีนะครับ ในฐานะนักลงทุนนะครับอยากทราบอยากขอบคุณครับ นะครับ อยากสอบถามว่าบริษัทมีแผนอย่างไรในการปรับเพิ่มอัตรากำไรในอนาคตนะครับ
ในการเพิ่มอัตรากำไรในส่วนของตัว Personal Care ค่ะ ก็จะเป็น In Line ไปกับแนวโน้มที่เราไปเพิ่มสินค้าในส่วนของ Premium Mass มากขึ้นนะคะ เนื่องจากกลุ่มของ Premium Mass ก็จะมีตัว Margin ที่สูงกว่าค่ะ แล้วก็จากในตัวงบที่ได้ ที่ได้ อ่าที่เราได้โชว์ไปอ่ะค่ะ เราก็ค่อนข้างมีการเติบโตในส่วนนี้ได้ดีอยู่ค่ะ
- Gross margin ลดลง Neo มีวิธีปรับตัวอย่างไรนะครับ แล้วก็ต้นทุนจะลดลงด้วยเหตุใดบ้าง เปลี่ยนRaw Material ได้หรือเปล่า หรือว่าต้องรอปีหน้าถึงจะลดลง แล้วก็เราสามารถส่งต่อราคาอย่างไรได้บ้าง
ในส่วนของตัว อ่า Gross Margin นะคะ ในเรื่องของวิธีการปรับตัวค่ะ จริงๆต้องบอกว่า อ่าทางเราก็ไม่ได้นิ่งดูดายนะคะ เรามีการดู source ในมุมต่างๆค่อนข้างเยอะอยู่ค่ะ แล้วก็ถามว่าถ้าต้นทุนจะลดลงด้วยเหตุใดได้บ้างก็ต้อง อ่าก็เข้าใจถูกแล้วล่ะค่ะ ในส่วนของตัว Raw Material เป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสูงของเรานะคะ
ทีนี้ถามว่าเราสามารถเปลี่ยน Raw Material ได้อย่างรวดเร็วไหม อ่า นอกจากใน source ที่เรา ใช้กันอยู่นะคะ อ่าอันนี้อาจจะไม่ใช่จู่ๆเราสามารถเปลี่ยนเป็นตัวที่เราไม่ได้เทสในส่วนของสินค้าได้เลยค่ะ ถ้า อ่าถ้าให้เรียนตามตรงก็คิดว่าคงต้องใช้เวลาเหมือนกันค่ะ
ทีนี้ถ้าถามว่าในเรื่องของเราสามารถส่งต่อราคาได้อย่างไรบ้างอ่ะค่ะ อ่าด้วยสภาพเศรษฐกิจของเราขออนุญาตอ้างอิงถึงในประเทศนะคะ ด้วยสภาพเศรษฐกิจของเราแล้วก็คิดว่าทุกๆท่านเองก็เป็นผู้บริโภคนะคะ ถ้าเวลาไปจับจ่ายใช้สอยก็น่าจะเห็นว่าในช่วงโดยเฉพาะ Q2 ที่ผ่านมานะคะ ค่อนข้างมี การทำราคากระหน่ำทั่ว ทั่วไปนะคะไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม อันนี้มันก็เป็น อ่าการแสดงให้เห็นล่ะค่ะว่าสภาพการแข่งขันสูงมากแล้วก็ทั้งเราและคู่แข่งทุกคนพยายามโกยอดขายให้มากที่สุด
โดยสรุปแล้ว NEO ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น บริษัทมีแผนการปรับตัวและกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการคว้าโอกาสและรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว