NEO
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NEO
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
24.10
+0.30 (+1.26%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2569

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=23994 out_tok=3084 at=2026-08-13T18:06:45 --> # NEO กำไร Q2/2569 พุ่ง 161% รับแรงหนุนมาตรการรัฐ-สินค้าใหม่ดันยอดขาย ## รายได้-กำไรโตเด่นจากกำลังซื้อฟื้น-สินค้าใหม่ตอบรับ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นปัจจัยจับตา ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO รายได้จากการดำเนินงานรวม 3,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และความสำเร็จของการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 161.3% มาอยู่ที่ 209 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NEO ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโต 18.0% YoY และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโตสูงถึง 161.3% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ * **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ:** โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)" และ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวม * **ความสำเร็จของการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD & Relaunch):** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการปรับปรุงสินค้าเดิมได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะแบรนด์ Fineline ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่เติบโตสูงกว่าตลาด ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ แบรนด์ Tomi และ D-nee Deluxe ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กตามลำดับ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 17.1% YoY แม้ต้นทุนต่อหน่วยการผลิตจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ และการเปลี่ยนแปลง Product Mix ที่สัดส่วนรายได้กลุ่ม Household Products ซึ่งมี GPM ต่ำกว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย SG&A ต่อยอดขายลดลงจาก 34.2% ในปีก่อนหน้า เหลือ 29.4% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย ทำให้สามารถรับรู้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ที่ 209 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ:** คาดว่าจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง * **กลยุทธ์การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด:** บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์นี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** NEO มีแผนพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง * **High Season:** ช่วงครึ่งหลังของปีเป็นช่วง High Season ของบริษัทฯ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อยอดขาย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน** จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่ง ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการดำเนินงาน Q2/2569 เติบโต 18.0% YoY** แตะ 3,050 ล้านบาท จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวและสินค้าใหม่ * **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ Q2/2569 พุ่ง 161.3% YoY** สู่ระดับ 209 ล้านบาท หรือ 0.70 บาทต่อหุ้น * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน (Household Products) เติบโตโดดเด่น 22.9% YoY** นำโดยแบรนด์ Fineline * **กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care Products) เติบโต 22.3% YoY** จากแบรนด์หลัก เช่น BeNice และ Eversense * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 38.4%** ลดลงเล็กน้อยจาก 38.7% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและ Product Mix * **อัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) ลดลง** จาก 34.2% เป็น 29.4% ช่วยหนุนกำไรสุทธิ * **งบการเงินรวม 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้โต 12.3% YoY** แต่กำไรสุทธิลดลง 9.8% YoY เนื่องจาก SG&A ที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2569 NEO มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน (เติบโต 22.9% YoY) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (เติบโต 22.3% YoY) ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็กเติบโต 6.1% YoY กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 17.1% YoY แตะ 1,171 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 38.4% จาก 38.7% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลง Product Mix อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ SG&A ต่อยอดขายลดลงจาก 34.2% เป็น 29.4% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด 161.3% YoY เป็น 209 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมเติบโต 12.3% YoY เป็น 5,808 ล้านบาท โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนเติบโต 23.0% YoY และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโต 15.3% YoY แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็กปรับลดลง 6.8% YoY กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.5% YoY เป็น 2,217 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 38.2% จาก 40.2% YoY เนื่องจากต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้และผลกระทบจากค่าเสื่อมราคาอาคารผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ SG&A เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ปรับลดลง 9.8% YoY เป็น 304 ล้านบาท ## โอกาส * **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ:** โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ * **การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD & Relaunch):** ความสำเร็จในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการปรับปรุงสินค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายพอร์ตและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค * **การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด:** กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะ Fineline และ BeNice * **การเติบโตในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี * **High Season:** ช่วงครึ่งหลังของปีเป็นช่วงฤดูกาลขายที่สำคัญ คาดว่าจะส่งผลดีต่อยอดขาย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น Surfactant และบรรจุภัณฑ์บางประเภท อาจผันผวนตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และนโยบายพลังงานของบางประเทศ * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม FMCG:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์คู่แข่งและสินค้าทดแทน * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงเร็ว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** ติดตามราคาวัตถุดิบหลักและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ประสิทธิภาพการบริหาร SG&A:** การควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดและการส่งเสริมการขาย เพื่อรักษาระดับกำไรสุทธิ * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคต * **การเติบโตในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะเวียดนาม และการขยายตลาดใหม่ๆ * **ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ:** หากเกิดรุนแรง อาจส่งผลต่ออุปทานวัตถุดิบเกษตรทั่วโลก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **Volume & Market Share:** รายได้เติบโต 18.0% YoY โดยเฉพาะกลุ่ม Household Products ที่เติบโต 22.9% YoY และ Personal Care Products ที่เติบโต 22.3% YoY สะท้อนการเพิ่มขึ้นของยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดในผลิตภัณฑ์หลัก เช่น Fineline และ BeNice * **ราคาขาย:** เอกสารไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบางส่วน บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการราคาขายที่เหมาะสม หรือการเพิ่มขึ้นของ Volume ที่ชดเชยได้ * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM เล็กน้อย แต่บริษัทฯ มีมาตรการบริหารจัดการ เช่น Alternative Sourcing * **ค่าใช้จ่ายการตลาด:** SG&A ต่อยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 34.2% เป็น 29.4% YoY แสดงถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ * **ช่องทาง Modern Trade/Online:** แม้จะไม่ได้ระบุสัดส่วนชัดเจน แต่การเติบโตของยอดขายโดยรวมและการกล่าวถึงการขยายช่องทางออนไลน์ในเวียดนาม บ่งชี้ถึงการใช้ช่องทางเหล่านี้ในการขับเคลื่อนยอดขาย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 12,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (1,131 ล้านบาท) เพื่อขยายกำลังการผลิต และการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (414 ล้านบาท) * **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 7,785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น (974 ล้านบาท) เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเงินกู้ยืมระยะยาว (251 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการขยายกำลังการผลิต * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 5,091 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล แต่ถูกชดเชยด้วยกำไรเบ็ดเสร็จรวม * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดรับสุทธิ 622 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 * **กิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 1,463 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อลงทุนก่อสร้างโครงการขยายกำลังการผลิต * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดรับสุทธิ 792 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นและยาว เพื่อใช้เป็นเงินทุนโครงการ ## สรุปท้าย NEO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 161% จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศและกลยุทธ์สินค้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและการมุ่งเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงการเข้าสู่ช่วง High Season จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในครึ่งปีหลัง ขณะที่การลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิตและการให้ความสำคัญกับ ESG สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NEO ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
2,948.21 ล้านบาท
↓ 42.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,053.81 ล้านบาท
↓ 52.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.74 %
กำไรสุทธิ
166.42 ล้านบาท
↓ 64.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.64 %
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,948
↓ -42.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,054
↓ -52.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
166
↓ -64.7% YoY
D/E Ratio
1.23

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NEO

รายการ 2569 2568 2567 2566
รายได้รวม
2,948.21
-42.60%
5,136.33
-46.00%
9,512.06
กำไรขั้นต้น
1,053.81
-52.55%
2,220.97
-44.96%
4,035.49
ค่าใช้จ่ายรวม
825.90
-48.84%
1,614.22
-45.41%
2,957.11
กำไรสุทธิ
166.42
-64.71%
471.62
-43.15%
829.63
กำไรต่อหุ้น
0.56
-64.69%
1.57
-43.15%
2.77
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
35.74
-17.35%
43.24
+1.93%
42.42
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
28.01
-10.88%
31.43
+1.09%
31.09
อัตรากำไรสุทธิ(%)
5.64
-38.56%
9.18
+5.28%
8.72
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
11.03
-64.04%
30.67
-42.93%
53.74
ROA(%)
7.23
-51.99%
15.06
-0.79%
15.18
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.23
+6.03%
1.16
-68.22%
3.65
P/E
8.73
-19.61%
10.86
-20.50%
13.66
P/BV
1.11
-46.38%
2.07
+44.76%
1.43
BV
16.74
+4.82%
15.97
-5.28%
16.86
YIELD(%)
7.30
+30.36%
5.60
5.60
ราคาหุ้น
18.50
-43.94%
33.00
+36.93%
24.10
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
11.03
ROA (%)
7.23
Book Value/หุ้น
16.86

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NEO

รายการ 2569 2568 2567 2566
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,985.40
-25.21%
5,329.12
+61.56%
3,304.04
+7.93%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
7,597.77
+35.55%
5,605.01
+40.53%
3,983.00
+21.67%
รวมสินทรัพย์
11,583.18
+5.94%
10,934.12
+50.05%
7,287.04
+15.03%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
3,844.79
+12.89%
3,405.72
-5.08%
3,588.17
+27.43%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
2,552.00
+3.35%
2,469.22
+15.85%
2,131.37
+92.29%
รวมหนี้สิน
6,396.79
+8.88%
5,874.93
+2.72%
5,719.54
+45.75%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,186.39
+2.51%
5,059.19
+222.75%
1,567.51
-34.98%
D/E
1.23
1.16
3.65
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
11.03
30.67
53.74
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.23
15.06
15.18
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.04
1.56
0.92
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.71
0.69
0.69
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
81.13
75.93
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
54.69
55.91
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
158.22
166.98
0.00
วงจรเงินสด
-22.39
-35.13
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-684
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+961
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NEO

รายการ 2569 2568 2567
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-683.97
-203.04%
663.77
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
960.99
-200.83%
-953.10
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-179.05
-159.36%
301.64
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
97.97
+695.21%
12.32
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
169.41
-65.30%
488.27
+118.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
143.63
-15.22%
169.41
-65.30%