บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.67
0.05 (2.91%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6219 out_tok=2967 at=2026-07-25T21:13:09 -->
# NDR พลิกขาดทุนหนักปี 65 รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายพิเศษ กดดัน GPM
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่งฉุดกำไรสุทธิปี 65 พลิกขาดทุน 24.7 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากต้นทุนวัตถุดิบสูงต่อเนื่อง และการด้อยค่าเงินลงทุน
บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NDR รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 839.31 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 841.4 ล้านบาท แต่กลับมีผลขาดทุนสุทธิ 24.72 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 41.9 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และรายการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน รวมถึงการขาดทุนของบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ NDR หดตัวลงอย่างมากในปี 2565 จนส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ คือ **ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดทั้งปี 2565 ส่งผลให้ต้นทุนขายของบริษัทฯ อยู่ที่ระดับ 86.26% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจาก 75.63% ในปี 2563 และ 80.46% ในปี 2564 การที่ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 46.557 ล้านบาท หรือ -29.87% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามรักษารายได้จากการปรับกลยุทธ์เน้นสินค้าที่มีราคาสูงและมีการแข่งขันน้อยกว่า รวมถึงการขยายตลาดไปยังไต้หวันและเบอร์มิวด้า และมีการปรับเพิ่มราคาขายและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยกับภาวะต้นทุนที่สูงได้
นอกจากนี้ การขาดทุนส่วนใหญ่ของงบรวมในปีนี้ยังมาจากการ **ด้อยค่าเงินลงทุน** จำนวน 12 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในบริษัทอีทราน (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อผลิตรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้ามีความล่าช้ากว่าแผนที่ประมาณการไว้ และการขาดทุนของบริษัท เอ็น.ดี.อินเตอร์พาร์ท จำกัด เพราะความล่าช้าในการขึ้นราคากับลูกค้า OEM ซึ่งได้รับอนุมัติให้ขึ้นราคาได้ในช่วงปลายปี 2565 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2566
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังต้องติดตาม:** ฝ่ายจัดการระบุว่าในช่วงปลายไตรมาส 4 ของปี 2565 ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะส่งผลให้เห็นในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2566 อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้า OEM ที่ได้รับอนุมัติในช่วงปลายปี 2565 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2566 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ทรงตัวแต่กำไรพลิกขาดทุน:** ปี 2565 NDR มีรายได้จากการขายรวม 839.31 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน แต่พลิกขาดทุนสุทธิ 24.72 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 41.9 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายพุ่งสูง:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็น 86.26% ของรายได้ จาก 80.46% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 29.87%
* **ขาดทุนพิเศษกดดัน:** มีการบันทึกด้อยค่าเงินลงทุน 12 ล้านบาท จากความล่าช้าโครงการรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า และขาดทุนจากบริษัทย่อยที่ปรับราคาขายล่าช้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปลายไตรมาส 4/2565 และคาดว่าจะเห็นผลในไตรมาส 1/2566
* **ขยายตลาดใหม่:** บริษัทฯ สามารถขยายตลาดเพิ่มไปยังประเทศไต้หวัน และเบอร์มิวด้าได้ในปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 839.31 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) โดยรายได้รวมอยู่ที่ 846.249 ล้านบาท ลดลง 0.68% YoY ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 6.49% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 29.87% YoY จาก 155.85 ล้านบาท เหลือ 109.29 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 18.29% เป็น 12.91% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 29.61% YoY และ 6.79% YoY ตามลำดับ ประกอบกับรายการขาดทุนอื่นๆ เช่น การด้อยค่าเงินลงทุน ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 24.72 ล้านบาท ในปี 2565 จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 41.9 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ -158.99% YoY
สำหรับงบเฉพาะกิจการ รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.46% YoY เป็น 629.55 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายก็ปรับเพิ่มขึ้น 10.97% YoY ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 56.06% YoY จาก 58.51 ล้านบาท เหลือ 25.71 ล้านบาท และพลิกขาดทุนสุทธิ 12.04 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 25.09 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์สินค้า:** การเน้นสินค้าที่มีราคาสูงและมีการแข่งขันน้อยกว่าสินค้าทั่วไป ช่วยรักษาระดับรายได้ท่ามกลางภาวะกำลังซื้อหดตัว
* **การขยายตลาดใหม่:** การเข้าสู่ตลาดไต้หวันและเบอร์มิวด้า เป็นโอกาสในการกระจายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายในอนาคต
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2565 คาดว่าจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นในช่วงต้นปี 2566
* **การปรับขึ้นราคาขาย:** การได้รับอนุมัติให้ขึ้นราคาขายกับลูกค้า OEM ตั้งแต่ปลายปี 2565 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2566 จะช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการผลิตรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าของบริษัทอีทราน (ไทยแลนด์) จำกัด อาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนและการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันในตลาดสินค้าทั่วไปอาจกดดันให้การปรับขึ้นราคาขายทำได้ยากขึ้น
* **ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้กำลังซื้อหดตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายในระยะสั้นถึงกลาง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การลดลงของต้นทุนวัตถุดิบจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลต่อ GPM ในไตรมาส 1/2566 หรือไม่
* **การปรับขึ้นราคาขาย:** ประสิทธิผลของการปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้า OEM ในการชดเชยต้นทุนที่สูง
* **ความคืบหน้าโครงการรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า:** ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาคุณภาพและแผนการวางตลาดของรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** การฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัท เอ็น.ดี.อินเตอร์พาร์ท จำกัด หลังจากการปรับขึ้นราคาขาย
* **การขยายตลาดใหม่:** ผลตอบรับและการเติบโตของยอดขายในตลาดไต้หวันและเบอร์มิวด้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization & Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization) หรือปริมาณคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Order Book) โดยตรง แต่จากข้อมูลรายได้ที่ทรงตัวและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทฯ ยังคงผลิตสินค้าในระดับใกล้เคียงเดิม แต่เผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น
**ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างหนักในปี 2565 โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็น 86.26% ของรายได้ ซึ่งสูงกว่าปีก่อนๆ อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกว่าต้นทุนเริ่มมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2565
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมากจาก 18.29% ในปี 2564 เหลือ 12.91% ในปี 2565 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
**การส่งออก:** มีการขยายตลาดไปยังไต้หวันและเบอร์มิวด้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
**ค่าเงิน:** มีการบันทึกกำไร(ขาดทุน)อัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย โดยในปี 2565 มีกำไร 1.335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ไม่ถือเป็นปัจจัยหลักที่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ
**สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลังโดยตรง แต่การที่รายได้ทรงตัวและต้นทุนสูงขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 งบรวมของบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,108.20 ล้านบาท ลดลง 9.63% YoY โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 16.97% YoY ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 5.50% YoY
หนี้สินรวมลดลง 18.42% YoY อยู่ที่ 258.91 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 19.80% YoY และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 11.31% YoY
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 849.28 ล้านบาท ลดลง 6.56% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทุนสุทธิในปี 2565
สำหรับงบเฉพาะกิจการ สินทรัพย์รวมลดลง 6.28% YoY อยู่ที่ 1,037.98 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 19.87% YoY อยู่ที่ 189.97 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2.58% YoY อยู่ที่ 848.01 ล้านบาท
เอกสารระบุว่า "ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทรัพย์สินที่มีนัยสำคัญ" ซึ่งอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในรายการสินทรัพย์หลักๆ ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้นาย NDR พลิกขาดทุนในปี 2565 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก ประกอบกับ **รายการขาดทุนพิเศษจากการด้อยค่าเงินลงทุนและผลประกอบการของบริษัทย่อย** แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามรักษารายได้ด้วยการปรับกลยุทธ์สินค้าและขยายตลาดใหม่ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม สัญญาณบวกจาก **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2565** และ **การปรับขึ้นราคาขายที่ได้รับอนุมัติ** เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า จะสามารถพลิกฟื้นอัตรากำไรให้กลับมาดีขึ้นได้ในช่วงต้นปี 2566 หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NDR ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
262.75
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
57.01
ล้านบาท
↑ 23% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
21.70
%
กำไรสุทธิ
10.83
ล้านบาท
↓ 329.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.12
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
57
↑ + 23%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
11
↓ -329.9%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NDR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
2.20
ROA (%)
2.47
Book Value/หุ้น
2.22
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NDR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-28
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NDR
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-27.58
-65.97%
|
-81.05
-471.96%
|
21.79
+932.70%
|
2.11
-98.47%
|
137.76
-1,151.60%
|
-13.10
-119.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.25
+155.68%
|
0.88
-106.70%
|
-13.14
-77.60%
|
-58.67
+162.04%
|
-22.39
-31.99%
|
-32.92
-60.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
84.78
-722.92%
|
-13.61
-70.56%
|
-46.23
-151.37%
|
89.99
-244.40%
|
-62.32
-236.49%
|
45.66
-54.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35.82
-139.75%
|
-90.12
+92.11%
|
-46.91
-210.74%
|
42.36
-20.24%
|
53.11
-190.66%
|
-58.58
-173.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.46
-0.85%
|
112.41
-29.39%
|
159.20
+26.58%
|
125.77
+73.09%
|
72.66
-44.64%
|
131.24
+155.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
228.76
+105.24%
|
111.46
-0.85%
|
112.41
-29.39%
|
159.20
+26.58%
|
125.77
+73.09%
|
72.66
-44.64%
|