บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3862 out_tok=2571 at=2026-07-25T22:36:52 -->
# NCL พลิกขาดทุนหนัก Q3/2565 รับรายได้หลักโต แต่กำไรสุทธิวูบ 70%
## รายได้พุ่ง 88% จากงานรับจ้างผลิตที่กลับมาเดินหน้า ขณะที่กำไรสุทธิลดลงแรง เหตุขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุน
บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลงถึง 70% มาอยู่ที่ 54 ล้านบาท จาก 180 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ NCL ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะส่วนงานรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้นถึง 88%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญ อย่างไรก็ตาม **ปัจจัยลบที่กดดันให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากกำไร 71 ล้านบาทในปีก่อนเป็นขาดทุน 1 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และการรับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนอีก 35 ล้านบาท**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากโครงการในมือ (backlog) ของส่วนงานรับจ้างผลิตที่มีจำนวนมาก ประกอบกับการที่โครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักไปได้กลับมาเริ่มดำเนินการก่อสร้างอีกครั้ง ทำให้ปริมาณงานที่สามารถรับรู้รายได้ในปี 2565 สูงกว่าปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการให้บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว และรายได้จากการขายเครื่องจักรยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ในทางกลับกัน **การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์และหนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นงวด ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากส่วนนี้ได้มากถึง 71 ล้านบาท นอกจากนี้ **การขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน** เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุน ทำให้บริษัทต้องแสดงเงินลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้เกิดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized loss)
ส่วน **อัตรากำไรขั้นต้น** จากงานรับจ้างผลิตปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในปี 2564 บริษัทสามารถเจรจาปรับเพิ่มมูลค่าสัญญากับลูกค้าได้ ทำให้รับรู้รายได้และอัตรากำไรเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปีนี้ยังมีต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่ค่อนข้างสูง และปริมาณงานยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ได้ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 44 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้ แต่ความผันผวนของกำไรสุทธิยังคงต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่ารายได้จากส่วนงานรับจ้างผลิตมีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกต่อมูลค่าเงินลงทุน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาสได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม 1,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YoY** จากการกลับมาเดินหน้าของโครงการรับจ้างผลิต
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 54 ล้านบาท ลดลง 70% YoY** จาก 180 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 71 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน 35 ล้านบาท** จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจโลก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 29% YoY** จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากงานรับจ้างผลิตต่ำกว่าปีก่อน** แม้จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนเตรียมงานและปริมาณงานยังไม่เต็มที่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 88% เมื่อเทียบกับ 623 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 การเพิ่มขึ้นของรายได้หลักมาจากส่วนงานรับจ้างผลิตที่มีโครงการในมือจำนวนมากและโครงการใหญ่ที่กลับมาดำเนินการก่อสร้างได้แล้ว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายเครื่องจักรและบริการยังคงลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงประมาณ 50% จากการจำหน่ายสิทธิการเช่าไปเมื่อปลายปี 2564
แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลงอย่างมากถึง 70% มาอยู่ที่ 54 ล้านบาท จาก 180 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากกำไร 71 ล้านบาทในปีก่อนเป็นขาดทุน 1 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และการรับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนอีก 35 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจากงานรับจ้างผลิตยังคงต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่และปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต
ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงประมาณ 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการของบริษัทย่อยลดลงอย่างมาก
## โอกาส
* **การกลับมาของโครงการรับจ้างผลิตขนาดใหญ่:** การที่โครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาดำเนินการก่อสร้างอีกครั้ง เป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อรายได้จากการขายเครื่องจักรและบริการ รวมถึงมูลค่าเงินลงทุนของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
* **ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน:** ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่และปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายเครื่องจักรและบริการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการรับจ้างผลิตขนาดใหญ่ และปริมาณงานในมือ (backlog)
* แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลประกอบการ
* ทิศทางมูลค่าเงินลงทุน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรม
* การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายโรงงาน
* แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดเครื่องจักรและบริการที่เกี่ยวข้อง
* ความคืบหน้าของคดีอนุญาโตตุลาการที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของ **รายได้จากการดำเนินงาน** ของ NCL ในไตรมาส 3 ปี 2565 มีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 88% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **ส่วนงานรับจ้างผลิต** ซึ่งมีโครงการในมือมากและโครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาดำเนินการก่อสร้างแล้ว ทำให้ปริมาณงานที่สามารถรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ส่วนงาน **บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้า** ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว และ **ส่วนงานขายเครื่องจักร** ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้รายได้ในส่วนนี้ลดลง นอกจากนี้ **รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์** ลดลงประมาณ 50% เนื่องจากการจำหน่ายสิทธิการเช่าไปเมื่อปลายปี 2564
ในด้าน **อัตรากำไรขั้นต้น** จากงานรับจ้างผลิต แม้จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในปี 2564 บริษัทสามารถเจรจาปรับเพิ่มมูลค่าสัญญากับลูกค้าได้ ในขณะที่ปีนี้ยังมีต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่ค่อนข้างสูง และปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ได้ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 44 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2565
## สรุปท้าย
NCL ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะในส่วนงานรับจ้างผลิตที่กลับมาเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ทั้งการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่โอกาสจากการกลับมาของโครงการขนาดใหญ่ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต แต่ความผันผวนของกำไรสุทธิยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NCL ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
234.68
ล้านบาท
↑ 56.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-2.61
ล้านบาท
↓ 132.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-1.11
%
กำไรสุทธิ
-74.41
ล้านบาท
↑ 152.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-31.71
%
D/E Ratio
9.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
235
↑ + 56.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-3
↓ -132.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-74
↑ + 152.6%
YoY
D/E Ratio
9.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NCL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
9.17
ROE (%)
-185.95
ROA (%)
-12.65
Book Value/หุ้น
0.05
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NCL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NCL
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
127.83
-258.60%
|
-80.60
+35.58%
|
-59.45
-239.75%
|
42.54
+19.66%
|
35.55
+1,322.00%
|
2.50
-85.27%
|
16.97
-40.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-24.80
-117.99%
|
137.88
-1,795.94%
|
-8.13
-57.70%
|
-19.22
+810.90%
|
-2.11
-1,607.14%
|
0.14
-94.21%
|
2.42
-109.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-7.15
-104.29%
|
166.66
-1.69%
|
169.52
-4,194.69%
|
-4.14
-82.55%
|
-23.73
+32.57%
|
-17.90
-11.56%
|
-20.24
-54.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
42.07
-81.12%
|
222.88
+126.34%
|
98.47
+484.74%
|
16.84
+75.97%
|
9.57
-164.53%
|
-14.83
+586.57%
|
-2.16
-94.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
40.53
-83.74%
|
249.21
+68.64%
|
147.78
+193.04%
|
50.43
+23.42%
|
40.86
+18.74%
|
34.41
-5.93%
|
36.58
-53.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
26.90
-33.63%
|
40.53
-83.74%
|
249.21
+68.64%
|
147.78
+193.04%
|
50.43
+23.42%
|
40.86
+18.74%
|
34.41
-5.93%
|