NAT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NAT
บริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.64
0.01 (0.61%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7064 out_tok=2991 at=2026-07-25T21:52:06 --> # NAT กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 พุ่ง 71.56% รับแรงหนุนงานโครงการภาครัฐ ## รายได้รวมโตกว่า 90% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย เหตุต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม บริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NAT รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 97.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 90% แต่เมื่อพิจารณาอัตรากำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อยจาก 8.78% เป็น 7.91% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NAT ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์พร้อมติดตั้งและรับเหมาวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (System Integration)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 93.65% โดยมีแรงหนุนหลักจาก **การได้งานโครงการจากภาครัฐจำนวนมาก** โดยเฉพาะในกลุ่มงานระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Solution), ระบบคลาวด์ (Cloud Solution) และโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure Solution) อย่างไรก็ตาม แม้รายได้รวมจะเติบโตสูง แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลง** จาก 15.84% เป็น 14.29% และ **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 8.78% เป็น 7.91% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้กำไรสุทธิไม่เติบโตตามรายได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้หลักมาจาก **การขยายตัวของงานโครงการภาครัฐ** โดยบริษัทสามารถเข้าประมูลและได้รับงานเพิ่มขึ้นถึง 10 โครงการเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางการตลาดในกลุ่มลูกค้าภาครัฐ อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจาก **ต้นทุนค่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น** อย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 128.29% จากการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อหาลูกค้าใหม่ การเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานขาย ค่าคอมมิชชั่น และการจ้างวิศวกรเพิ่มเพื่อสนับสนุนการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 52.08% จากค่าธรรมเนียมหนังสือค้ำประกันที่สูงขึ้นตามจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและโบนัสพนักงานฝ่ายบริหาร ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนรวมต่อรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรสุทธิโดยรวมลดลง แม้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณก็ตาม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการบริหารต้นทุน** การที่บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าภาครัฐและได้รับงานโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มงาน Cyber Security, Cloud และ IT Infrastructure ที่เป็นเทรนด์สำคัญ อย่างไรก็ตาม **การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้ หรือสามารถเพิ่มอัตรากำไรจากโครงการใหม่ๆ ได้ ก็มีโอกาสที่อัตรากำไรจะฟื้นตัวกลับมาได้ในอนาคต แต่หากต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่สามารถบริหารจัดการได้ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 90.99%** แตะ 1,231.93 ล้านบาท จาก 646.09 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 71.56%** อยู่ที่ 97.50 ล้านบาท จาก 56.83 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 8.78% เป็น 7.91% เนื่องจากต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น * **รายได้หลักมาจากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์และรับเหมาวางระบบ ICT** เติบโต 93.65% โดยเฉพาะงานโครงการภาครัฐ * **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น** เป็น 85.71% ของรายได้ จาก 84.16% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุจากต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 128.29% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 52.08% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัท NAT มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,231.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 585.84 ล้านบาท หรือ 90.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์พร้อมติดตั้งและรับเหมาวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (System Integration) ซึ่งมีรายได้ 1,207.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.65% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการได้รับงานโครงการจากภาครัฐจำนวน 31 โครงการ เพิ่มขึ้น 10 โครงการจากปีก่อนหน้า โดยเป็นงานด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานไอที อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 1,055.92 ล้านบาท หรือ 85.71% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 84.16% ในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15.84% เป็น 14.29% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 128.29% เป็น 16.46 ล้านบาท จากการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อหาลูกค้าใหม่ การเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานขาย ค่าคอมมิชชั่น และการจ้างวิศวกรเพิ่ม ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 52.08% เป็น 37.36 ล้านบาท จากค่าธรรมเนียมหนังสือค้ำประกันที่สูงขึ้นตามจำนวนโครงการ และการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและโบนัสพนักงานฝ่ายบริหาร แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 71.14% เป็น 122.97 ล้านบาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 97.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.56% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.78% เป็น 7.91% ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดเทคโนโลยีภาครัฐ:** บริษัทมีโอกาสในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้าภาครัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มงานระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security), ระบบคลาวด์ (Cloud Solution) และโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure Solution) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโต * **การเพิ่มจำนวนโครงการ:** การที่บริษัทสามารถเพิ่มจำนวนโครงการที่ได้รับจากภาครัฐได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงโอกาสทางการตลาด * **การขยายธุรกิจบริการ:** แม้รายได้จากบริการอื่น ๆ จะมีสัดส่วนน้อย แต่ก็มีการเติบโตเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการพัฒนาและขยายบริการด้านไอทีอื่น ๆ เพิ่มเติม ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนอุปกรณ์ที่ผันผวน:** ความเสี่ยงจากต้นทุนค่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้ * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีนัยสำคัญ อาจกดดันอัตรากำไรสุทธิในระยะยาว หากไม่สามารถควบคุมหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายได้ * **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่/ภาครัฐ:** การมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการภาครัฐ อาจมีความเสี่ยงหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ หรือการแข่งขันที่สูงขึ้นในการประมูลงาน * **การบริหารจัดการโครงการ:** การดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่มีความซับซ้อนและอาจมีความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลา หากไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนอุปกรณ์:** ติดตามทิศทางราคาของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานไอที ว่าจะยังคงสูงขึ้นหรือมีแนวโน้มลดลง * **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนขายและบริการ:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * **การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จับตาการควบคุมและประสิทธิภาพการใช้จ่ายในส่วนนี้ ว่าจะสามารถลดลงหรือเติบโตในอัตราที่เหมาะสมกับรายได้หรือไม่ * **การได้รับงานโครงการใหม่:** ติดตามความสามารถในการเข้าประมูลและได้รับงานโครงการใหม่ ๆ โดยเฉพาะจากภาครัฐ เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้ * **การพัฒนาบริการอื่น ๆ:** สังเกตการณ์การเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจบริการด้านไอทีอื่น ๆ นอกเหนือจากงานโครงการ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) NAT ดำเนินธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเน้นการให้บริการแบบครบวงจรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ซึ่งรวมถึงการจำหน่ายอุปกรณ์พร้อมติดตั้งและรับเหมาวางระบบ (System Integration) และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง * **Product Mix:** รายได้หลักมาจากธุรกิจ System Integration ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 98% ของรายได้รวม โดยมีงานโครงการจากภาครัฐเป็นสัดส่วนใหญ่ ซึ่งเน้นโซลูชันด้าน Cyber Security, Cloud และ IT Infrastructure การกระจายตัวของรายได้ไปยังบริการอื่น ๆ ยังค่อนข้างน้อย * **Recurring Revenue/Subscription:** จากข้อมูลที่ให้มา ยังไม่พบการระบุถึงรายได้ในรูปแบบ Recurring Revenue หรือ Subscription ที่ชัดเจน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการดำเนินโครงการ (Project-based) * **R&D:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการลงทุนใน R&D โดยตรง แต่การที่บริษัทเน้นโซลูชันด้าน Cyber Security, Cloud และ IT Infrastructure อาจมีการพัฒนาหรือปรับปรุงโซลูชันอย่างต่อเนื่อง * **ลูกค้าหลัก:** ลูกค้าหลักของบริษัทในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **ภาครัฐ** ซึ่งมีสัดส่วนงานโครงการจำนวนมาก * **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 14.29% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.91% ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้น * **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** การได้รับงานโครงการภาครัฐจำนวนมาก สะท้อนถึงการขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าภาครัฐได้ดี ส่วนการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ มีการกล่าวถึงในส่วนรายได้อื่น (Market Support) แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E Ratio หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน โดยเน้นที่ผลประกอบการและคำอธิบายการเปลี่ยนแปลง ## สรุปท้าย NAT โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 71% จากการรุกหนักงานโครงการภาครัฐในกลุ่มเทคโนโลยีที่กำลังมาแรง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่สูงกว่า 90% ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการรักษาอัตรากำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NAT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
130.62 ล้านบาท
↓ 67.3% YoY
กำไรขั้นต้น
19.92 ล้านบาท
↓ 61.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.25 %
กำไรสุทธิ
0.06 ล้านบาท
↓ 99.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.04 %
D/E Ratio
0.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
131
↓ -67.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
20
↓ -61.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -99.7% YoY
D/E Ratio
0.26

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NAT

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.26
ROE (%)
0.49
ROA (%)
0.77
Book Value/หุ้น
2.04

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NAT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
713.05
-12.12%
811.43
+80.88%
448.60
+0.76%
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
120.36
+52.91%
78.71
+40.40%
56.06
+8.29%
0.00
รวมสินทรัพย์
833.41
-6.37%
890.15
+76.39%
504.66
+1.55%
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน
142.71
-2.23%
145.97
-57.05%
339.86
-10.26%
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
30.23
+13.12%
26.73
+44.60%
18.48
+2.71%
0.00
รวมหนี้สิน
172.94
+0.14%
172.69
-51.81%
358.34
-9.68%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ
660.47
-7.94%
717.45
+390.33%
146.32
+45.95%
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.49
38.94
92.55
100.35
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.77
30.13
29.32
26.95
อัตราส่วนสภาพคล่อง
5.00
5.56
1.32
1.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
4.28
5.19
1.05
1.13
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
167.07
39.70
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
5.27
5.49
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
100.56
40.97
0.00
0.00
วงจรเงินสด
71.78
4.22
0.00
0.00
D/E
0.26
0.24
2.45
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-127
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NAT

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-127.05
-155.22%
230.08
+270.68%
62.07
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-53.94
-1,561.79%
3.69
-36.92%
5.85
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
41.44
-104.32%
-959.62
+1,165.49%
-75.83
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-139.55
-80.77%
-725.87
+9,088.23%
-7.90
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
447.17
+169.07%
166.19
-4.54%
174.09
+176.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
409.18
-8.50%
447.17
+169.07%
166.19
-4.54%